พระเมรุมาศร.9 สร้างใหญ่2เท่า กรมศิลป์ขอใช้พื้นที่สนามหลวงเพิ่ม - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

พระเมรุมาศร.9 สร้างใหญ่2เท่า กรมศิลป์ขอใช้พื้นที่สนามหลวงเพิ่ม

กรมศิลปากรขอ กทม.ใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงเพิ่ม โดยจะเริ่มก่อสร้างพระเมรุมาศ ในเดือน ก.พ.นี้ มีขนาดใหญ่กว่าพระเมรุมาศที่เคยทำมา 2 เท่า พร้อมเร่งทำโครงสร้างหลักก่อนเข้าฤดูฝน ขณะที่ มท.สรุปยอดลงนามแสดงความอาลัยในต่างจังหวัดถึง 10 ล้านราย จนท.รพ.ชุมพร พาลูกชาย 2 คน ร่วมถวายสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 เผยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณครั้งประสบภัยพิบัติจากพายุเกย์ เสด็จเยี่ยมราษฎร พระราชทานโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ช่วยให้น้ำไม่ท่วม และมีน้ำใช้ในหน้าแล้ง

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 86 เมื่อวันที่ 7 ม.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 เขตสุขภาพที่ 10 เขตสุขภาพที่ 11 เขตสุขภาพที่ 12 และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชาวจังหวัดนครราชสีมา กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สถาบันไทย-เยอรมัน สถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย สถาบันพลาสติก ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล

โดยเวลา 07.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย คุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมีคณะผู้บริหาร และข้าราชการ ในสังกัดกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 เขตสุขภาพที่ 10 เขตสุขภาพที่ 11 เขตสุขภาพที่ 12 เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ จากนั้นเวลา 10.30 น.นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และข้าราชการในสังกัดสำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ต่อมาเวลา 15.10 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มาบำเพ็ญพระกุศลพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร 8 รูป สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีคณะข้าราชการ พ่อค้าและประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลในพระราชพิธีด้วย และในเวลา 19.00 น.พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณ วรีนารีรัตน์ เสด็จมาบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรม จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระ บาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีคณะผู้บริหารและข้าราชการในสังกัดกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สถาบันไทย-เยอรมัน สถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย สถาบันพลาสติก กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล

สำหรับบรรยากาศการไว้อาลัยและการถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระ บรมมหาราชวัง ของเหล่าพสกนิกร ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวันที่ 7 ม.ค. มีประชาชนจากทั่วสารทิศ อาทิ ลำพูน เพชรบุรี สกลนคร สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ ชุมพร สระแก้ว ฯลฯ เดินทางมาต่อแถวในมณฑลพิธีสนาม หลวง และเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวังกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้นางศศิธร เงินถาวร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมพร วัย 43 ปี ซึ่งเดินทางมากับครอบครัว กล่าวทั้งน้ำตาหลังจากขึ้นถวายสักการะพระบรมศพว่า ตอนที่ทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เสด็จสวรรคตนั้น รู้สึกเสียใจและใจหายเช่นเดียวกับพสกนิกรชาวไทยทุกคน ตนก็เป็นหนึ่งในชาวชุมพรที่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งที่เกิดภัยพิบัติพายุเกย์ เมื่อปี 2540 พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมและช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ที่โรงพยาบาลชุมพร ซึ่งเป็นที่มาของโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร (โครงการแก้มลิง) ช่วยให้น้ำไม่ท่วม นอกจากนี้ ยังกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้มาจนถึงปัจจุบัน วันนี้ตั้งใจพาลูกชาย 2 คน มากราบพระบรมศพสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อให้ลูกๆซึมซับว่า พวกเขาเกิดในแผ่นดินกษัตริย์รัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยดูแลพสกนิกรอย่างล้นเหลือ

ส่วนที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ เมื่อเวลา 13.30 น. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองอธิบดีกรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างสำรวจขอบเขตการก่อสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล้องสำรวจ เข้ามาหาตำแหน่งจุดก่อสร้างจริง โดยได้รื้อกล่องไม้ที่ครอบหมุดหลักออกและนำกล้องสำรวจมาตั้งส่องหาพิกัดขอบเขตพื้นที่จริง

นายอนันต์กล่าวว่า กรมศิลปากรได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่แจ้งไปยังกรุงเทพมหานครเพิ่มเติม เพื่อสร้างพระเมรุมาศ โดยมีความต้องการจะใช้พื้นที่ถนนกลางสนามหลวง ซึ่งเดิมเป็นจุดเคลื่อนแถวของประชาชนที่จะไปจุดพักคอยที่อยู่ตรงถนนหน้าพระธาตุ เมื่อขอคืนพื้นที่แล้วจึงต้องทำเส้นทางใหม่ สำหรับการล้อมรั้วจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน ม.ค. เช่นเดียวกับการก่อสร้างโรงขยายแบบจริง ที่จะเป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงาน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ จากนั้นเดือน ก.พ. จะเริ่มดำเนินก่อสร้างพระเมรุมาศ เมื่อก่อสร้างไปสักระยะหนึ่ง จะมีพิธีบวงสรวงการก่อสร้าง และพิธียกเสาเอกพระเมรุมาศ ทั้งนี้จะเร่งก่อสร้างในส่วนโครงสร้างหลักๆในช่วงฤดูร้อนให้มีความคืบหน้ามากที่สุด เนื่อง จากเกรงว่าหากเข้าสู่ฤดูฝน จะทำให้เกิดอุปสรรคกับการทำงาน อย่างไรก็ตาม พระเมรุมาศที่จะสร้างในครั้งนี้ จะใหญ่กว่า 2 เท่าของพระเมรุมาศในการสร้างแต่ละครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้มีความสมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ วันเดียวกัน สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 47,710 คน รวม 67 วัน มี 2,911,599 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินรวม 67 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 236,807,000.50 บาท

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณวันที่ 6 ม.ค.2560 จำนวนทั้งสิ้น 10,573 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.2559 เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 10,043,050 ราย ยอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.2559-6 ม.ค.2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 15,232,656 คน กิจกรรมการทำบุญตักบาตร 4,256,518 คน กิจกรรมอื่นๆ 7,159,359 คน