ผัวเมียซื้อของโจร ทองผู้พิพากษา - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ผัวเมียซื้อของโจร ทองผู้พิพากษา

ทรัพย์สินอื่นด้วยค่า3ล้าน แก๊งโคลอมเบียลักไปขาย

“สุวิระ ทรงเมตตา” รรท.ที่ปรึกษา (สบ 10) นำกำลังทลายแหล่งรับซื้อทองของโจร ย่านบางพลัด หลังแก๊งโคลอมเบียโจรกรรมตามบ้านนำมาขาย พบหลักฐานมัดเป็นทองรูปพรรณของภรรยาผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แฉพฤติกรรมแก๊งนี้สุดแสบรู้จักกันในคุก พอพ้นโทษรวมตัวกันก่อเหตุอีก กระทั่งถูกจับเป็นหนสอง

ทลายแหล่งรับซื้อทองของโจรแก๊งโคลอมเบีย เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ม.ค. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา รรท.ที่ปรึกษา (สบ 10) พร้อมกำลังตำรวจภูธรภาค 7 นำหมายค้นศาลจังหวัดตลิ่งชันเลขที่ ค.2/2560 เข้าตรวจค้นตึกแถว 3 ชั้น 2 คูหา เลขที่ 356 ซอยบรมราชชนนี 4 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. ซึ่งเป็นโรงงานทำทองรูปพรรณ หลังผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 4 คน ที่เข้าไปก่อเหตุลักตู้เซฟภายในบ้านเลขที่ 2/150 หมู่บ้านอิมเมจเพรส ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ท้องที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ของนายนพรัตน์ บุญจร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณและทรัพย์สินอื่นกว่า 3 ล้านบาท ประกอบด้วยนายฌอน ปิแอร์ แอนเดรส นายเอนริเก ออตเตกา นายเบนจามิน อีเซล โมโกยอน โลเปซ 3 ผู้ต้องหาชาวโคลอมเบียและนายเช็ค มูฮัมหมัด สาลีม ราชพุธ ชาวตุรกี ให้การซัดทอดว่านำทองรูปพรรณที่ได้มาจำหน่ายให้เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 59 เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวนายชัชวาลย์ เล่าวรรณะ และ น.ส.กาญจนา ประสงค์เสรีนนท์ สองสามีภรรยา ไว้ดำเนินคดี

พล.ต.ท.สุวิระเปิดเผยว่า จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นทองรูปพรรณ สร้อยข้อเท้า แหวนแต่งงานทรงแปดเหลี่ยม โดยภรรยาของนายนพรัตน์ ผู้เสียหายยืนยันเป็นของตัวเอง จึงควบคุมตัวเจ้าของบ้านทั้งคู่ไว้ดำเนินคดีในข้อหารับซื้อของโจร พร้อมเตรียมอายัดทรัพย์สินทั้งหมดไว้ตรวจสอบ รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่สรรพากร เข้าตรวจสอบในเรื่องของการเลี่ยงภาษี สำหรับโรงงานแห่งนี้ไม่มีเอกสารใบอนุญาตในการประกอบกิจการ ไม่มีใบอนุญาตประกอบโรงงาน รวมทั้งมีการเผาทำลายเอกสารหลักฐานบางส่วน เตรียมขยายผลถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เชื่อว่าทำเป็นขบวนการ

สำหรับเบื้องหลังการจับกุมแก๊งคนร้ายต่างชาติครั้งนี้ เป็นการทำงานระหว่างตำรวจ บช.ภ.7 บก.ป.และ บก.ทท. กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดเช่าบ้านอยู่ย่านสายไหม เขตสายไหม กทม. นำกำลังไปตรวจสอบ สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนขณะเตรียมหลบหนี ยึดทรัพย์สินรวมทั้งหมด 159 รายการ ประกอบด้วย กำไลทองคำ 3 วง สร้อยข้อมือทองคำ 58 เส้น แหวนทองคำ 50 วง จี้ทองคำ 6 ชิ้น ธนบัตรชนิดต่างๆ 30 รายการ พระเครื่องพร้อมกรอบทองคำ 5 องค์ พลอยชนิดต่างๆ 230 เม็ด เครื่องชั่ง 1 เครื่อง คุมตัวไปสอบสวนที่ บก.ภ.จ.นครปฐม

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า เคยถูกจับในคดีลักทรัพย์ตู้เซฟในหลายท้องที่เมื่อปี 55 ก่อนรู้จักกันในเรือนจำ เมื่อพ้นโทษออกจากคุกวันที่ 5 ธ.ค.59 มารวมเริ่มก่อเหตุอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.ทั้งในเขต กทม.และปริมณฑล รวม 8-9 ครั้ง โดยขับรถหรูที่เช่ามาเข้าไปก่อเหตุตามหมู่บ้านต่างๆ หลังจากได้ทรัพย์สินมาแล้ว จะมีหญิงไทยพาไปขายของกลางให้กับ น.ส.กาญจนา ครั้งล่าสุดขายได้ 3 แสนบาท ส่วนอัญมณีจะแกะออกแล้วส่งกลับไปขายยังบ้านเกิด อยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนีอีก 2 คน เป็นชาวโคลอมเบียทำหน้าที่เปิดตู้เซฟและหญิงไทยคนที่พาไปขายทอง