บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฮ.ขนยังชีพ หย่อนลงในน้ำ ช่วยชาวบ้าน เตือน10จว.ใต้ ยังมีฝนหนัก!

เมืองคอนเริ่มพ้นวิกฤติ ระดับน้ำลดต่อเนื่องถนนหลายสายสัญจรได้ตามปกติ ส่วน อ.นบพิตำ ยังอ่วมน้ำท่วมสูง 2 หมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ต้องใช้ เฮลิคอปเตอร์ขนถุงยังชีพช่วยเหลือ สนามบินปิดต่ออีก 2 วัน สงขลาจมบาดาล 4 อำเภอ พระนั่งเรือบิณฑบาต อุตุฯเตือนฝนตกหนักต่อเนื่อง ปภ.เผย 10 จังหวัดใต้เผชิญน้ำท่วม ยอดตายเพิ่มเป็น 11 ศพ สูญหายอีก 1 รบ.เร่งตั้งศูนย์บัญชาการแก้ปัญหาน้ำท่วม ระดมทหารช่วยเหลือ

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย แต่มีหลายพื้นที่ยังคงจมบาดาล หลังมีฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.นครศรีธรรมราช น้ำยังคงท่วมขังในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะถนนพัฒนาการคูขวาง ถนนศรีธรรมโศก ขณะเดียวกันมีผู้ใจบุญนำอาหารและน้ำดื่มมอบให้กับสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช หลังน้ำป่าไหลท่วมส่งผลให้เด็กอ่อนกว่า 300 ชีวิต ขาดแคลนอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ ส่วนถนนสายเอเชีย 41 ทุ่งสง-พัทลุง ถนนนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี ระดับน้ำเริ่มลดรถสามารถสัญจรได้ตามปกติ ขณะที่ถนนราชดำเนินหน้า รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช น้ำลดลงแต่ยังมีน้ำท่วมขังบางจุด

ปิดสนามบินต่ออีก 2 วัน

ที่เขตเทศบาลตำบลชะอวด อ.ชะอวด ระดับน้ำเริ่มลดลงชาวบ้านเริ่มทยอยทำความสะอาดบ้าน และคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในอีก 2 วัน หากไม่มีฝนตกลงมาอีก ส่วนที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ระดับน้ำเริ่มลดลงเล็กน้อยแต่ยังคงมีน้ำท่วมขังถนนทางเข้าสนามบินและรันเวย์หลายจุดไม่ปลอดภัยต่อการบิน ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชประกาศปิดสนามบินเพิ่มอีก 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-9 ม.ค.นี้ ส่วนพื้นที่ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา น้ำยังคงท่วมขังส่งผลให้สัตว์เลี้ยงและโคของเกษตรกรเริ่มอดตาย นอกจากนี้มีผู้จมน้ำเสียชีวิตอีก 2 ศพ คือนายน่วม ขวัญมิ่ง อายุ 70 ปี ชาว อ.เชียรใหญ่ และนายถวิล มาตุคารักษ์ อายุ 72 ปี ชาว อ.เมืองนครศรีธรรมราช

แม่ทัพภาค 4 นั่ง ฮ.ลงพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังพื้นที่ หมู่ 5 ต.ท่าเสม็ด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสอบ สถานการณ์ด้วยตนเอง รวมถึงหย่อนถุงยังชีพให้กับทหารที่รอรับอยู่ด้านล่าง เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัย ต่อไป นอกจากนี้ยังเกิดเหตุนายณัฐพล คนสภาพ อายุ 29 ปี ขับรถกระบะ สีขาว ทะเบียน บห 4994 สงขลา พลัดตกถนนที่ถูกน้ำพัดจนเป็นโพรงลึกบริเวณท่อระบายน้ำบ้านควนช้างร้อง หมู่ 2 ต.สีขด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้รถกระบะตกลงไปในโพรงจนได้รับความเสียหาย เบื้องต้นมีทหารค่ายฝึกรบพิเศษสิชล เข้าให้ความช่วยเหลือ เย็นวันเดียวกันเกิดเหตุไฟช็อตพระครูสุขันติธารารักษ์ (ท่านใหม่) อายุ 40 ปี เจ้าอาวาสวัดธาราวดี (วัดพ่อท่านจบ) และเจ้าคณะตำบลบางจาก อ.เมืองนครศรีธรรมราช จนมรณภาพขณะเดินลุยน้ำเพื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมภายในวัด เบื้องต้นคาดสาเหตุมาจากกระแสไฟฟ้ารั่ว

ขนถุงยังชีพส่งพื้นที่วิกฤติ

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรี-ธรรมราช ประสานขอเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำอาหารและถุงยังชีพไปแจกจ่ายประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ หมู่ 7 และหมู่ 8 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ เนื่องจากน้ำท่วมสูงไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ นายสกล จันทรักษ์ รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงจนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

พระลุยน้ำแจกถุงยังชีพ

วันเดียวกัน พระครูประพัฒน์ธรรมกิจ เจ้าอาวาสวัดควนคลัง ต.ทุ่งใหญ่ พระครูโสภณธรรมประดิษฐ์ เจ้าอาวาสวัดควนอุโบสถ ต.ปริก และพระครูพิสิฐปุญญกร เจ้าอาวาสวัดประดิษฐาราม ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ นำถุงยังชีพจำนวน 400 ถุง ส่วนใหญ่เป็นสิ่งของที่ได้จากการทำบุญไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ทุ่งสง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ฉวาง อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช และ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์ชื่นชมพระปลัดอำนาจ ฐิติญาโณ เจ้าอาวาสวัดหมน หมู่ 5 ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังมีภาพนำพระลูกวัดแพ็กถุงยังชีพและพายเรือไปแจกให้กับชาวบ้าน

มวลน้ำไหลทะลักกระบี่

ส่วน จ.กระบี่ มวลน้ำจาก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ไหลมาตามคลองสินปุน ประกอบกับมีฝนตกหนักในพื้นที่ส่งผลให้น้ำในคลองล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ หมู่ 4 ต.สินปุน และหมู่ 2 ต.โคกหาร อ.เขาพนม น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร และถนนหลายสาย ระดับน้ำสูง 50-70 ซม. รถไม่สามารถผ่านได้ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเท่านั้น เช่นเดียวกับพื้นที่ ต.เขาดินแดง น้ำจากคลองน้ำแดง ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ระดับน้ำสูง 10-20 ซม. ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

ชุมพรน้ำป่าถล่มคลี่คลาย

วันเดียวกัน นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร พร้อมคณะนำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับประชาชนหลังน้ำป่าไหลท่วมบริเวณตลาดเทศบาลเมืองหลังสวน อ.หลังสวน สูงกว่า 1 เมตร เบื้องต้นพบระดับน้ำลดเกือบเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ประชาชนเริ่มทำความสะอาดร้านค้าและบ้านเรือน เช่นเดียวกับถนนสายเอเชีย 41 ระดับน้ำลดเกือบสู่ภาวะปกติรถทุกชนิดสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ขณะที่คณะครูโรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน หมู่ 4 ต.วังตะกอ จำนวน 13 คน ติดอยู่ในบ้านพักครู เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังจากน้ำท่วมสูง ล่าสุดทั้งหมดเดินทางออกมาได้อย่างปลอดภัย

วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพน้ำท่วมในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีผู้รับเหมาที่ซ่อมแซมสะพานท่าแก้มดำ ทิ้งซากปรักหักพังและวัสดุเสาซีเมนต์ลงในแม่น้ำตรัง ส่งผลให้ไหลไม่สะดวกล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ ขณะที่นายชวนรับปากว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างเร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน

ชายหาดเฉวงจมบาดาล

จ.สุราษฎร์ธานี มีฝนตกหนักส่งผลให้น้ำจากพรุเฉวงเอ่อล้นไหลท่วมพื้นที่ชายหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย เป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-40 ซม. ทหารเรือสถานีเรือเกาะสมุย กองทัพเรือภาค 2 นำกำลังพลกว่า 30 นาย พร้อมเรือท้องแบนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้า-ออกที่พัก บริเวณจุดที่มีน้ำท่วมสูง นอกจากนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 3-4 คน นำห่วงยางออกมาเล่นน้ำ บริเวณถนนสายเลียบชายหาดเฉวง สร้างรอยยิ้มให้กับผู้พบเห็น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 2 เครื่อง เพื่อระบายน้ำออกจากพรุเฉวงลงสู่ทะเล

น้ำทะเลหนุนท่วมตลาด

ส่วน จ.พัทลุง น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดยังคงไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.บางแก้ว อ.ป่าบอน อ.ปากพะยูน ระดับน้ำสูง 30 ซม.-1 เมตร ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ถนนบางสายรถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ขณะเดียวกันน้ำในทะเลสาบสงขลาล้นตลิ่ง เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำไหลท่วมพื้นที่ อ.บางแก้ว และ อ.ปากพะยูน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้น้ำท่วมพื้นที่บ้านบางเตง เขตเทศบาลตำบลปาก–พะยูน ระดับน้ำสูง 30 ซม. แม่ค้าพากันยืนขายของในน้ำเป็นเวลานานเกรงว่าจะเป็นโรคน้ำกัดเท้า ขณะเดียวกัน เกิดเหตุนายสายัณห์ อินเหมือน อายุ 57 ปี พลัดตกคลองชลประทาน หมู่ 7 ต.นาท่อม อ.เมืองพัทลุง จนเสียชีวิต

สงขลาจมบาดาล 4 อำเภอ

จ.สงขลา มวลนํ้าจาก จ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงเอ่อทะลักท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย ต.ปากรอ ต.ชะแล้ ต.บางเขียด อ.สิงหนคร ต.ท่าหิน ต.คูขุด ต.คลองรี อ.สทิงพระ ต.กระแสสินธุ์ ต.โรง ต.เกาะใหญ่ ต.เชิงแส อ.กระแส–สินธุ์ และ ต.บ้านขาว ต.ตะเครียะ ต.ระโนด ต.พังยาง ต.วัดสน อ.ระโนด ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม.-1 เมตร ที่วัดวารีปาโมกข์ ต.บ้านขาว อ.ระโนด อยู่ติดทะเลสาบสงขลา น้ำท่วมสูงราว 40 ซม. พระเณรต้องพายเรือออกบิณฑบาตอย่างทุลักทุเล ส่วนที่บ้านหัวป่าตก หมู่ 6 ต.น้ำขาว เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันอพยพชาวบ้าน 20 ครอบครัว ไปอยู่ที่วัดหัวป่าตกชั่วคราว คาดว่าระดับน้ำท่วมน่าจะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่และยังมีการระบายลงทะเลสาบสงขลาอย่างต่อเนื่อง

ปัตตานีคลี่คลายท่วมบางจุด

จ.ปัตตานี สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย หลังฝนหยุดตกและไม่มีน้ำทะเลหนุน ทำให้การระบายน้ำง่ายขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่หมู่ 2 บ้านปะกาฮะรัง และหมู่ 2 บ้านยือโม๊ะ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองปัตตานี เริ่มลดระดับ ถนนหลายสายรถสามารถ สัญจรได้ตามปกติ แต่มีบางพื้นที่อยู่ติดแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี น้ำยังคงท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจร

เปิดค่ายทหารศูนย์อพยพ

ที่สนามเฮลิคอปเตอร์ มณฑลทหารบกที่ 42 (ค่ายเสนาณรงค์) จ.สงขลา พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 รับมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์จากตัวแทนภาคเอกชน พร้อมลำเลียงอาหารขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และนำไปหย่อนลงศูนย์อพยพศูนย์ศิลปาชีพหัวป่าเขียว อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จากนั้นนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 5 ต.ท่าเสม็ด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลังมีปริมาณน้ำท่วมสูง ประชาชนไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ พล.ท.ปิยวัฒน์เปิดเผยว่า หลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมสูงสั่งให้ทหารในพื้นที่ทุกหน่วยออกไปช่วยเหลือประชาชน และเปิดค่ายทหารเป็นศูนย์อพยพชั่วคราว พร้อมนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางออกมานอกพื้นที่ได้

รวมใจเปิดศูนย์รับบริจาค

หลายจังหวัดเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เริ่มที่ นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผวจ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.ภูเก็ต ขณะที่นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ.อุทัยธานี จัดตั้งศูนย์รับบริจาคที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี ส่วนนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.ระยอง ตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง และหน้าหอนาฬิกาจังหวัดระยอง เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ พบการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก บริจาคเงินส่วนตัวซื้อเรือท้องแบน 150 ลำ ไปแจกจ่ายให้ตำรวจในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ถนนสายใต้วิ่งได้ตามปกติ

ศูนย์รายงานอุบัติภัย กรมทางหลวง เปิดเผยว่า เส้นทางหลวงหมายเลข 41 สายเอเชีย สามารถเดินทางได้ตามปกติ เว้นบางช่วงเป็นถนนสายรองเนื่องจากระดับน้ำเพิ่งลดลง บางจุดผิวจราจรมีปัญหา ส่วนศูนย์ประชาสัมพันธ์การรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า ขณะนี้ยังคงเปิดให้บริการเดินรถไป-กลับ 8 ขบวน ระหว่างกรุงเทพฯ-สถานีชุมพร สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วรถไฟล่วงหน้าสามารถคืนเงินได้เต็มราคา และการรถไฟฯจะไม่มีบริการขนถ่ายผู้โดยสารต่อทางรถยนต์ เนื่องจากถนนยังมีน้ำท่วมสูง

อุตุเตือนฝนตกหนักต่อเนื่อง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง “ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่างมีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางทิศเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าอ่าวมะตะบันและประเทศเมียนมาในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ที่จะเกิดขึ้น ขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 9 ม.ค. ส่วนภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เริ่มมีปริมาณฝนลดลง โดยในภาพรวมของสถานการณ์ฝนในบริเวณภาคใต้จะลดลงในวันที่ 9 ม.ค.60

น้ำท่วมใต้ 10 จว.ดับ 11 ศพ

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และระนอง รวม 85 อำเภอ 490 ตำบล 3,376 หมู่บ้าน 93 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 252,518 ครัวเรือน 744,422 คน ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 11 ศพ มีผู้สูญหาย 1 คน ภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันยังมีฝนตกในพื้นที่แต่ระดับน้ำลดลง ยกเว้นจังหวัดพัทลุง ตรัง และชุมพร ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และนราธิวาสระดับน้ำทรงตัว

ปภ.เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า ปภ.ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนรวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ เรือท้องแบนอำนวยความสะดวกในการสัญจรแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและจัดทำบัญชีผู้ประสบภัย และทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังโดยด่วนต่อไป อย่างไรก็ตาม ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอย่างต่อเนื่อง ประสานจังหวัดดังกล่าวและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที สำหรับผู้ประกอบการทางน้ำและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

ตั้งศูนย์บัญชาการแก้น้ำท่วม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศยกระดับการจัดการปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ ระดับ 3 จัดตั้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ส่วนหน้า ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 จ.สุราษฎร์ธานี และเขต 12 จ.สงขลา มี รมว.มหาดไทยเป็นผู้บัญชาการ บูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ผู้บัญชาการสามารถจัดตั้งส่วนสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายพลเรือน และภาคประชาสังคม ร่วมกันทำงานเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ขณะนี้ภาครัฐได้เร่งดำเนินการทุกเรื่อง ทั้งการอพยพผู้ประสบภัยออกนอกพื้นที่ การจัดสถานที่พักพิงชั่วคราวเพื่อรอน้ำลด การแจกถุงยังชีพ อาหาร น้ำ และยารักษาโรค รวมทั้งการดูแลให้คำปรึกษาด้านจิตใจ

เผยนายกฯห่วงใยประชาชน

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการแต่ละจังหวัดกำหนดพื้นที่ที่ประสบภัย พื้นที่เสี่ยงภัย และผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประสาน ปภ.ภาค หน่วยทหารบกและทหารเรือระดมเรือ เครื่องยนต์ และรถยกสูง ลำเลียงประชาชนที่ติดค้างในบ้านพักให้เร็วที่สุด ล่าสุดกองทัพเรือได้ส่งเรือผลักดันน้ำ 50 ลำ ลงไปสนธิกำลังกับทางบกช่วยระบายน้ำที่ จ.นครศรีธรรมราช พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมากกำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและวางแผนการช่วยเหลือในระยะต่อไป ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติเบิกจ่ายเงินทดรองราชการได้ภายในวงเงิน 20 ล้านบาท นอกจากนี้ คณะกรรมการกองทุนเงิน ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี ยังสามารถให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้หากมีการร้องขอ

ระดมทหารช่วยอุทกภัย

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษก คสช. กล่าวถึงการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ทางกองทัพบกโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 (ศบภ.ทภ.4 ) ได้จัดกำลังพลและเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 10 จังหวัด เป็นการเร่งด่วนไปแล้วดังนี้ 1. กำลังพล 3,569 นาย 2.รถยนต์บรรทุก (รยบ.) 122 คัน 3.เรือท้องแบน 26 ลำ 4.ชุดแพทย์ 2 ชุด 5.ชุดครัวสนาม 2 ชุด เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ด้วยการอพยพประชาชน ขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย อำนวยความสะดวกการสัญจรในพื้นที่น้ำท่วม (รับ-ส่ง) ทำแนวกั้นน้ำกำจัดสิ่งกีดขวางระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางการจราจร แจกจ่ายอาหารน้ำดื่ม แจกจ่ายถุงยังชีพ และบริการทางการแพทย์

พระพร้อมช่วยผู้ประสบภัย

นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากกองพุทธศาสนสถาน กรณีน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ว่า วัดถูกน้ำท่วมและพระภิกษุออกบิณฑบาตไม่ได้ ดังนี้ จ.นครศรีธรรมราช 41 วัด พัทลุง 150 วัด สงขลา 30 วัด ปัตตานี 5 วัด ตรัง 40 วัด สุราษฎร์ธานี 49 วัด สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) และคณะสงฆ์ในพื้นที่ได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องอาหารแก่พระภิกษุที่ประสบภัย รวมทั้ง พศจ.นครศรีธรรมราช ได้จัดสรรงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัดที่ประสบภัยแล้ว 41 วัด ส่วน พศจ.จังหวัดอื่นกำลังรอประเมินความเสียหาย นอกจากนี้ คณะสงฆ์ตั้งแต่ระดับเจ้าคณะจังหวัดได้ออกช่วยเหลือจัดทำอาหารและอาหารแห้ง แจกประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ ประชาชนสามารถร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพระภิกษุ สามเณร พี่น้องชาวภาคใต้ได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยได้ด้วย

ธอส. เตรียม 500 ล้านปล่อยกู้

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ว่า ธอส.เตรียมวงเงิน 500 ล้านบาท จัดทำ “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560” มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคารได้รับผลกระทบ ธนาคารจะลดภาระดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหายสามารถขอกู้เพิ่ม หรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม หรือซ่อมแซมอาคาร อัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี โดยกำหนดวงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน ติดต่อได้ที่สาขาของธนาคารอาคารสงเคราะห์ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขา หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th  และ Facebook fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์