วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชลประทาน เฝ้าระวัง มวลน้ำจากเมืองคอน เข้าพุนพิน เชื่อไม่ซ้ำรอยปี 54

พื้นที่ต้นน้ำตอนบนในสุราษฎร์ สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มสู่ปกติ มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ศพ ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำตาปียังอยู่ขั้นวิกฤติ ชลประทาน เฝ้าระวังมวลน้ำจากเมืองคอนเข้าสู่ อ.พุนพิน ยันไม่น่ากลัว วอนชาวบ้านอย่ากังวล...

วันที่ 7 ม.ค. 60 มีรายงานสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ต้นน้ำตอนบน จ.สุราษฎร์ธานี ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ปกติ โดยเจ้าหน้าที่เข้าช่วยชาวบ้านทำความสะอาด เก็บสิ่งของที่เสียหายในพื้นที่ ต.คลองสระ, ต.ป่าร่อน อ.กาญจนดิษฐ์ ส่วนพื้นที่ตอนล่าง ประกอบด้วย ต.พลายวาส, ต.กระแดะ และต.ทุ่งรัง อ.กาญจนดิษฐ์ และ ต.ชลคราม, ต.ไชยคราม อ.ดอนสัก ยังมีน้ำท่วมสูงรอระบายลงทะเล

ด้านนายจำนง สวัสดิ์วงศ์ ปภ.สุราษฎร์ธานี รายงานว่า ล่าสุดในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีน้ำท่วมพื้นที่เสี่ยงภัย 8 อำเภอ 57 ตำบล 427 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 63,700 ครัวเรือน 177,135 คน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 180 ล้านบาท

นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ประชุมวิดีโอทางไกลกับกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ได้ส่งทีมโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีไปช่วย ที่ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ส่วนในพื้นที่มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 17 แห่ง และโรงพยาบาล 2 แห่งที่ อ.กาญจนดิษฐ์ และอ.ท่าชนะ มีบุคลากรที่ต้องช่วยเหลือ 38 ราย และใช้รถหกล้อขนส่งฝ่าสายน้ำนำผู้ป่วยจาก อ.ดอนสัก ไปส่งไปโรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งเป็นห่วงพื้นที่เกาะที่มีเฉพาะเรือเฟอร์รี่ในช่วงกลางวัน

ขณะเดียวกัน สถานีอุตุนิยมวิทยาอุทกพระแสง จ.สุราษฎร์ธานี รายงานระดับน้ำในแม่น้ำตาปีขั้นวิกฤติ เนื่องจากมีมวลน้ำจากพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช กำลังระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทยผ่านแม่น้ำตาปี โดยระดับน้ำเข้าสู่ระดับวิกฤติหรือน้ำล้นตลิ่ง ผลมาจากน้ำก้อนที่ 1 จำนวน 575.6 ล้านลูกบาศก์เมตร กำลังไหลผ่านพื้นที่ อ.พระแสง อ.เคียนซา อ.นาเดิม และ อ.พุนพิน และก้อนที่ 2 จำนวน 676.1 ล้านลูกบาศก์เมตร กำลังไหลมาสมทบ ภายในวันที่ 8 ม.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากบริเวณปากแม่น้ำตาปี ที่ อ.พุนพิน โดยได้มีการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนย้ายประชาชน และสิ่งของ

ด้านนายมงกุฎ เศรษฐเอกพันธ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรนำ้และปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตามที่ชาวบ้านกังวลมวลน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช จะมายัง อ.พุนพิน จะทำให้น้ำท่วมหนักกว่าปี 54 นั้น จากการประเมินพบว่า มวลน้ำที่ไหลมาทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำตาปี อ.พระแสง ในพื้นที่ลุ่มต่ำเข้าขั้นวิกฤติ และเริ่มได้รับผลกระทบบางส่วน ยกเว้นพื้นที่ชุมชนที่สูงกว่าระดับน้ำ 1 เมตร ซึ่งมวลน้ำดังกล่าว จะไหลผ่าน อ.เวียงสระ บ้านนาสาร บ้านนาเดิม และเคียนซา ก่อนจะผ่าน อ.พุนพิน ไหลลงสู่แม่น้ำตาปี ซึ่งระหว่างทางมวลน้ำจะกระจายออก มีพื้นที่แก้มลิง และพื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติรองรับ ทำให้ความเร็วและความแรงของน้ำไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับปี 54 มีความแตกต่างกัน เนื่องจากขณะนี้ แม่น้ำตาปีที่ลุ่มต่ำเข้าขั้นวิกฤติ แต่คลองพุมดวง และคลองอิปัน ระดับน้ำยังปกติ สามารถรองรับน้ำระบายสู่ทะเลได้

ทั้งนี้ ยังต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และน้ำทะเลหนุนด้วย ซึ่งได้มีการประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ไม่อยากให้กังวลว่ามวลน้ำจะมาเป็นก้อนใหญ่และหนักเหมือนปี 54