วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความหวังใหม่ที่ ควรทำให้ได้ในปีนี้

โดย เมอร์ลิน

เคยได้ยินคำพูดประมาณว่า มีแต่คนที่ตายแล้วเท่านั้นที่ไม่มีความฝัน (หรือฝันไม่ได้) ที่จริงเป็นถ้อยคำที่ธรรมดา แต่เป็นเรื่องจริงมากเช่นกัน เพราะเมื่อไหร่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าใครก็ฝันอยากทำนั่นทำนี่, อยากไปนั่นไปนี่ และอยากทานของอร่อยรวมทั้งมีความฝัน, ความหวัง และความต้องการอีกสารพัด

ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็ย่อมมีความฝันและความหวังผุดขึ้นมาในสมองอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นฝันขนาดเล็กหรือฝันขนาดใหญ่ ซึ่งมองด้านหนึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะเมื่อไหร่ที่มีความฝันหรือความหวัง คนเราก็จะมีเป้าหมาย อยากประสบความสำเร็จเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน จึงมีความกระตือรือร้นที่จะทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้น แต่อย่าลืมว่า ควรได้มาอย่างสุจริตและไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

ส่วนด้านที่ไม่ดี คงต้องพูดอย่างนี้ว่า ควรสำรวจตัวเองนิ้ดนึงก่อนว่า ความฝันและความหวังที่ตั้งไว้ มันอยู่ในระดับที่เอื้อมถึงไหม? ถ้าตั้งไว้ในระดับพอดี, ไม่มากไป, ไม่น้อยไป โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็มีความเป็นไปได้

แต่ถ้าหวังสูงเหลือเกิน ไปจนกระทั่งสูงปรี๊ด เช่น ชีวิตนี้ชั้นอยากมีแฟนรวย เออว่าแต่สมัยนี้ใครๆก็อยากมีแฟนฐานะดี, มีความมั่งคั่งและมั่นคง พูดก็พูดเหอะ เดี๋ยวนี้หลายคนตั้งใจไว้เลยว่า อยากมีแฟนรวยๆ ไม่ใช่อยากมีแฟนเป็นคนดี เพราะถูกครอบงำว่า การมีฐานะดี มีอภิสิทธิ์มากมาย มีความสะดวกสบายล้นพ้น

บางคนเชื่อว่า เงินคือพระเจ้า แต่ในคำพูดของตัวละครเรื่องหนึ่งกล่าวว่า เงินคือ พ่อของพระเจ้า เลยด้วยซ้ำ โอ้โหเหะ........พูดซะเห็นภาพเลยว่า ผู้ที่นิยมชมชอบความร่ำรวยน่ะเป็นอย่างไร?

พูดตรงๆ ใครก็อยากรวยทั้งนั้น แต่คงมีน้อยคนที่อยากรวยด้วยการไปปล้นธนาคาร, ปล้นร้านเพชร, ร้านทอง หรือเป็นโจรเข้าไปขโมยสิ่งมีค่าในบ้านของคนอื่น แต่ถ้าเป็นการกินเปอร์เซ็นต์หรือที่เค้าเรียกกันว่า โกงกินบ้านเมืองคงยังมีอยู่.....เอ้ย.....หากจะรวยอย่างนี้ถ้าโดนจับได้ก็จบเห่นะฮ้า ฉะนั้นคิดให้ดีก่อนดีกว่า จะรวยทางลัดแบบนี้จริงเหรอ? ทำไปแล้วความลับมันจะปิดมิดไหมเนาะ?

กลับมาพูดถึงเป้าหมายของความสำเร็จต่อ รู้สึกจะนอกเรื่อง เอาเป็นว่า หากคิดหวังอยากรวยก็ขอให้ขยันทำมาหากิน และอย่าเลือกงาน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา เป็นคาถาที่แม้หากทำให้รวยไม่ได้มาก ก็คงไม่ทำให้คุณอดตายหรอกน่า ดังนั้นการตั้งเป้าหมายในชีวิตจึงควรคิดในระดับพอดีไม่เว่อร์

สิ่งที่คุณควรทำอีกนอกเหนือจากการมีความหวังและความฝันในสิ่งที่ดีงาม ยังได้แก่

* การมีความพอเพียง อย่าไปโลภมาก ไม่ใช่แค่พอเพียงเฉพาะในด้านใช้จ่ายการกินอยู่

การพอเพียงด้านเศรษฐกิจ พวกเราควรคิดไว้ล่วงหน้ากันอยู่แล้วว่า ปีไหนๆก็ประมาทเรื่องทำมาหากินไม่ได้ ยิ่งถ้าอนาคตมีคำทำนายว่า ไม่รู้เศรษฐกิจโดยรวมของโลกจะไปในทิศทางไหน ยิ่งควรตั้งอยู่บนความไม่ประมาท กินให้อิ่มได้ แต่ควรมีเงินเก็บเงินออมไว้บ้าง เผื่อต้องนำมาใช้ในอนาคตจะได้ไม่ต้องพึ่งใคร เพราะไม่มีใครอยากให้ยืมสตางค์อยู่แล้ว ยกเว้นไปกู้จากสถาบันการเงินเลยหรือเป็นหนี้นอกระบบอันนี้ไม่แนะนำ ถึงแม้จนตรอกก็กินน้ำใต้ศอกเอ้ย เอาน้ำลูบท้อง ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปจนกว่าเงินเดือนจะออกเถอะ

ความพอเพียง ยังรวมถึงมีแฟนแค่คนเดียวก็พอ อย่าไปมีเยอะ อย่าเป็นคนเจ้าชู้ หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรเป็นแฟนกับใครก็ควรคบและศึกษาใจกันทีละคน แม้แต่เป็นแฟนใครก็เป็นแฟนทีละคน

ไม่ใช่มีแฟน 3-4 คน โอ้ย......ระวังกรรมจะตามทันน้อ เห็นพวกมั่นใจมีแฟนทีละหลายคน แล้วภายหลังพบว่า ไอ้แฟนที่ตัวเองมีอยู่ก็ไปมีคนอื่นอีกเหมือนกัน ไงล่ะ กรรมติดจรวดไหม?

คือ ถ้าคุณทำอย่างไรอะไรไว้ บางทีอาจส่งผลมาถึงคุณในแบบเดียวกันได้

แต่ถ้าคุณทำความดี รักเดียวใจเดียว และรู้จักศิลปะในการครองเรือนด้วย ก็ไม่ต้องกลัวว่า อีกคนจะไปมีคนอื่น เพราะมันจะมีอยู่แล้ว....ห๊า...ไม่ช่าย อย่าไปคิดด้านลบ คนที่รักเดียวใจเดียวมีเยอะอย่าห่วง อีกประการ ความดีของคุณจะทำให้แฟนเกรงใจ ถ้าไม่เกรงใจก็เสียเวลาอยู่ด้วยกัน

* มีความตั้งใจที่จะทำงานและขยันขันแข็ง

อย่าลืมว่า งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข แต่ควรตั้งอยู่ในความพอดีอีกเช่นกัน ไม่ใช่บ้างานจนปล่อยปละละเลยสามี/ภรรยา รวมไปถึงไม่เอาใจใส่ลูกเพราะอยากได้เงินอย่างเดียวคงไม่ไหว

แม้สมมติคุณกับแฟนมีเงินเดือนสูง แต่มีลูก แล้วคิดว่า จ้างแนนนี่ พี่เลี้ยงมาเลี้ยงลูกลำพังโดยทั้งพ่อแม่ไม่ลงไปดูเองบ้างก็ไม่ได้ ใครจะดูแลลูกได้ดีเท่าพ่อแม่ไม่มีแล้ว ดังนั้นงานสำคัญ ส่วนรายได้ก็สำคัญ แต่ถ้าเกิดมีลูกขึ้นมา แถมบางคนต้องดูแลพ่อแม่อีก ต้องแบ่งเวลาให้ได้ และบริหารเงินให้เป็น.

เมอร์ลิน