เจ็บแต่จบ!! ซูซี่-หทัยเทพ ธีระธาดา ขอให้เธอกับเขาโชคดี อย่าให้มีใครอีกเลยต้องเจ็บช้ำ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

เจ็บแต่จบ!! ซูซี่-หทัยเทพ ธีระธาดา ขอให้เธอกับเขาโชคดี อย่าให้มีใครอีกเลยต้องเจ็บช้ำ

โสดแล้วจีบได้!! สวย-รวย-ฮอตซะขนาดนี้ ก็ต้องประกาศตัวสิคะว่าโสดสนิท เพราะถึงปีนี้จะย่าง 73 แล้ว แต่ม่ายสาวพราวเสน่ห์อลังการล้านดวง “ซูซี่–หทัยเทพ ธีระธาดา” ก็ยังมีไฟล้นทรวง กล้ายืนยันกับทีมข่าวสตรีไทยรัฐว่าไม่เคยเข็ดความรัก และพร้อมเปิดใจรับรักใหม่ทุกประตู

“มีข่าวลือว่าพี่เลิกกับเขา เพราะพี่มีมือที่สาม ไม่จริงเลย อย่าไปฟังคำร่ำลือเยอะ ฟังจากต้นตอดีที่สุด พี่เป็นคนไม่แคร์เสียงวิจารณ์ เพราะรู้ตัวดีว่าเราเป็นยังไง อยากให้พูดใส่หูเราตรงๆ แล้วจะได้ตอบว่า ความจริงเป็นยังไง แต่ส่วนใหญ่ไปพูดลับหลัง” เปิดประเด็นก็แซ่บแล้ว เพราะถามปั๊บว่า “พี่ซูซี่” มีกิ๊กใหม่แล้วเหรอ ก็ได้รับคำตอบโชะๆๆ ทันที

เจ็บปวดที่สุดในชีวิตเลยไหม เมื่อจับได้ว่า สามีหนุ่มนอกใจ

“ผู้ชายคนนั้น” อายุอ่อนกว่าพี่ 2 รอบ ชีวิตนี้ไม่เคยมีคนอายุมากกว่าเข้ามา จีบ พี่อยู่กับเขามา 25 ปี ถ้าถามว่าเขาดูแลเราดีไหม เขาเป็นผู้ชายที่ดี แต่คนเราบางครั้งต้องมีข้อเสียบ้างในตัว อาจเป็นเพราะสังคมเมืองไทย ผู้ชายจริงๆ มีเหลือน้อย ทำให้ผู้หญิงต้องคอยวิ่งไล่ผู้ชาย ถ้าถามจากใจจริงยอมรับว่ายังคิดถึงเขาอยู่ เพราะผูกพันมานาน ความดีเขาก็มีเยอะ แต่พี่ไม่เคยโกรธเกลียดอาฆาตพยาบาท ได้แต่ขอให้เขาดูแลผู้หญิงคนใหม่ให้ดีๆ

คิดว่าเขารักเราจริงไหม มีข่าวลือว่า “ซูซี่” หมดกับผู้ชายคนนี้เป็นร้อยล้าน

เขาไม่ใช่ทอยบอยของพี่ เชื่อว่าเขารักพี่จริง ไม่งั้นคงไม่มา อยู่กับพี่ถึง 25 ปี เขาเป็นคนหล่อและหนุ่ม เวลา 25 ปี ต่อให้เขาไม่อยู่กับพี่ ก็คงสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้เอง พี่ยืนยันเขาไม่เคยปอกลอก เอาที่ไหนมาพูดหมดเป็นร้อยล้าน!! เขาไม่เคยอยากได้โน่นได้นี่ เขาเป็นดาราก็มีรายได้ของตัวเอง ถ้าเงินที่หาได้จะเอาไปให้ใครก็เป็นสิทธิ์ของเขา แม้แต่จะเอาไปให้ผู้หญิงใหม่ก็เรื่องของเขา แต่อย่ามาเอาของเราไปให้คนอื่น เขาเป็นสามีที่พี่ให้ทุกอย่างด้วยความเต็มใจ และภูมิใจที่มีเขาเดินเคียงข้าง มันมีอะไรน่าเกลียดล่ะ ถึงจะอายุต่างกัน 2 รอบ

ก่อนจะโป๊ะแตกจับได้ว่ามีกิ๊ก เขาเคยนอกใจเราไหม

ก็มีบ้าง เมื่อ 6-7 ปีก่อน เคยเกิดเรื่องทำนองนี้ แต่เคลียร์กันได้ก็จบไม่รื้อฟื้นอีก ถามว่าเขาเจ้าชู้ไหม ระหว่างอยู่ด้วยกันไม่เคยเห็นเขาแสดงความเจ้าชู้ แต่ลับหลังเราไม่รู้นะ พี่บอกตัวเองเสมอว่าเราเป็นผู้หญิงที่โชคดี ได้ผู้ชายอายุน้อยกว่าที่รักเราและดูแลเราอย่างดี เขาปอกผลไม้ให้เราทานทุกเช้า เสาะหาวิตามินมาให้สารพัด

อะไรคือฟางเส้นสุดท้าย ทำให้ “แม่พระคนนี้” หมดความอดทน

พี่ได้ยินเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเรื่อย แต่เป็นคนไม่หูเบา แล้วเขาก็ไม่เห็นไปไหนเลย ยังอยู่ข้างกายเราตลอดเวลา เห็นรูปเขากับผู้หญิงอื่น เราก็บอกว่าแฟนคลับ บางทีเขาบอกไปถ่ายละครต้องค้างต่างจังหวัด เราก็ไม่เคยว่า แต่หลังๆนี่ไปค้างบ่อย!! กระทั่งหนักเข้าเมื่อเดือน พ.ย.2558 มีผู้หวังดี ซึ่งเป็นกิ๊กของเขาอีกคน ส่งโน่นส่งนี่มาให้อ่านทางไลน์ เราชักเอ๊ะอะไร!! แต่ที่ทนไม่ไหวคือตอนของสำคัญหาย เราเตรียมแหวนกับสร้อยเพชรไว้ให้สะใภ้เล็กที่อเมริกา จะเอาไปให้ช่วงปีใหม่ 2558 แต่หายังไงก็ไม่เจอ พี่ถามเขาว่าเห็นไหม เขายืนยันว่าไม่เห็น สักพักมีคนส่งรูปเขากับผู้หญิงใส่แหวนวงนี้โชว์ พอถามเขาก็แก้ตัวว่าขอยืมไปให้แม่ใส่ พี่ถามว่าแม่หรือแม่คุณ!! ตอนหลังเราเอาหลักฐานให้เขาดู เลยรับสารภาพทุกอย่าง และเอาของมาคืนหมด พี่พูดตามตรงว่าถ้าเขาไม่เอาผู้หญิงคนนี้เข้าบ้าน ไม่ได้ส่งเสียให้เรียนทำผม เราจะคิดว่าเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามา แต่เมื่อเอาเข้าบ้าน คุณให้ความหวังกับเด็กแล้ว ก็อย่าทำลายเขา

ผู้ชายคนนั้นออกจากบ้าน ไปเป็น ปีแล้วทำไมเพิ่งพูดตอนนี้

ที่ออกมาพูดเพราะเบื่อคนชอบถามถึงเขา พอพี่บอกเลิกเขา แล้วก็ออกมาอยู่คอนโดฯ ปล่อยให้เขาเก็บกระเป๋าตามสบาย พี่ไม่โกรธเขานะ บอกเขาทุกปีว่า ถ้าอยากมีครอบครัวให้บอกได้เลย เพราะเขาดูแลเรามานานแล้ว อายุพี่เท่านี้ ถ้าวันหนึ่งพี่จากไปเขาจะไม่มีใครดูแล ตอนเลิกกัน เขาพูดแต่ว่า 25 ปีที่อยู่ด้วยกัน เขายังรักและห่วงใยเราอยู่ ถ้าใจเย็นแล้วค่อยมาคุยกันใหม่ พี่บอกว่าไม่ได้...อย่าคุยเลย ในเมื่อคุณให้ความหวังเด็กแล้ว ต้องรักษาคำพูด

หลายคนสงสัยว่าก่อนจะมาเป็นไฮโซค้างฟ้า “ซูซี่” สร้างชื่อมาจากไหน

พี่เป็นคนชอบความสวยความงามตั้งแต่เล็กๆ และเป็นคนขยัน ตอนเรียนที่มาแตร์ อายุ 14-15 ปี เริ่มเดินแบบให้ห้องเสื้อต่างๆ จากนั้นก็เข้าเตรียมอุดม และเรียนต่อคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เป็นรุ่นแรก พี่เป็นคนเปรี้ยวตั้งแต่สมัยเด็กๆ ถ้าเป็นผู้ชายก็เจ้าชู้พอสมควร ตอนเรียนจุฬาฯขับรถไปเอง ไปสปอร์ตคลับก็ใส่บิกินี ชอบแต่งตัวสวยๆไปเต้นรำ นอกจากนั้นก็ถ่ายโฆษณาด้วย เคยใส่มินิสเกิร์ตกับบูตยาวถ่ายโฆษณาให้ซูซูกิ โดนคณบดีเรียกไปพบว่าห้ามมีอะไรพวกนี้ ตั้งแต่นั้นเลยยุติอาชีพนางแบบ ถามว่าพ่อแม่มีเงินพอให้ใช้ไหม...ก็มีนะ คุณพ่อเป็นเอเย่นต์น้ำยาดัดผมเจ้าแรก ส่วนคุณแม่มีโรงเรียนสอนทำผม แต่เราเอาเปรียบพี่น้องไม่ได้ สมัยนั้นเรียนจุฬาฯภาคค่ำ ตอนกลางวันมีเวลาว่าง เลยไปทำงานที่ร้านผ้าไหมไทยเพื่อหาเงินซื้อเสื้อผ้า

ชีวิตพลิกผันยังไงถึงไปเป็นเจ้าแม่อยู่อเมริกา 40 ปี

เกิดจากความรัก พี่เป็นแฟนกับ “คุณอ๊อด-จิรทัต ธีระธาดา” สามีคนแรก ตั้งแต่เรียนเตรียมอุดม เขาเป็นลูกนายพล อายุอ่อนกว่า 3 ปี พี่เรียนจบไปต่อด้านเลขานุการ ที่วอชิงตัน ดี.ซี. กลับมาทำงานเมืองไทยแล้ว แต่คุณอ๊อดยังไม่จบวิศวะ จุฬาฯ พี่เลยต้องโน้มน้าวเขาให้ไปเรียนต่อที่อเมริกา ไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่เขา ผู้ใหญ่เลยตกลงกันว่า งั้นแต่งงานก่อน แล้วค่อยไปเรียนหนังสือที่อเมริกาด้วยกัน ตอนนั้นจัดงานแต่งงานใหญ่โตที่โรงแรมนารายณ์ พี่เป็นผู้หญิงเก่งตั้งแต่สาวๆ อาสาบินไปหางานทำและหาโรงเรียนให้เขา เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วค่อยบินตามไป พี่มีเพื่อนทำงานอยู่ในกองทัพอเมริกาที่ประเทศเยอรมนี เลยเห็นลู่ทางว่าถ้าได้ไปทำงานที่เยอรมนีก็จะดี เพราะคุณอ๊อดจะได้เรียนวิศวะด้วย ปรากฏว่าเขารับเข้าทำงาน โดยให้บินไปวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อทำกรีนการ์ด ด้วยความอยู่ไม่สุขก็ไปสมัครได้งานที่เวิลด์แบงก์อีกแห่ง คราวนี้จะทำยังไงล่ะ เนื่องจากเราเป็นคนรักษาคำพูด จึงบินกลับไปหาท่านนายพลที่เยอรมนีว่า มาขอให้ท่านพิจารณาว่าควรทำงานที่ไหน ท่านสนับสนุนให้ทำงานเวิลด์แบงก์ และยกกรีนการ์ดให้ด้วย พอทุกอย่างลงตัวคุณอ๊อด ก็บินตามมาเข้าเรียนที่แคทอลิก ยูนิเวอร์ซิตี้ พี่เป็นผู้หญิงกล้าสู้ ระหว่างทำงานที่เวิลด์แบงก์ก็เรียนต่อด้านรัฐศาสตร์ การทูต เพราะฝันว่าอยากเป็นทูตหญิงคนแรกของประเทศ

ชีวิตในอเมริกาต้องวิ่งสู้ฟัดขนาดไหนกว่าจะสร้างตัวได้

ไปอยู่อเมริกาตั้งแต่ปี 1970 จากนั้น 2 ปี ก็มีลูกชายคนแรกคือ “ดุ๊ก” และตามมาด้วย “ดอน” พอมีลูกก็ยิ่งต้องขยันใหญ่ เพราะกลัวลูกๆ ลำบาก นอกจากทำเวิลด์แบงค์ ทำงานพาร์ตไทม์ทุกอย่าง พี่ยังทำขนมไทยขายด้วย เริ่มจากทำทองหยิบทองหยอดฝอยทอง และวุ้นตาวัว พอวันเสาร์ก็เอาไข่ขาวมาทำสังขยา มูนข้าวเหนียว ทำสาคูถั่วดำ ข้าวเหนียวเปียก และเต้าส่วน ต้องตื่นตีสี่เพื่อให้ทันไปส่งขนมตามโกรเซอรี่สโตร์และร้านอาหารไทย ขายขนมได้เงินมากกว่าเงินเดือนเวิลด์แบงก์ซะอีก จากที่ทำขนมไทยขาย ก็ได้ทำร้านอาหารไทยด้วยชื่อ “แซฟฟรอน” และเปิดร้านอาหารฝรั่งอีกแห่ง เพราะร้านแรกคิวยาวเหยียดรับไม่ทัน

จริงไหมคะ “ซูซี่” ร่ำรวยอู้ฟู่จากการค้าอาวุธ

พี่ไม่เคยค้าอาวุธที่เอาไว้ฆ่าคนตาย แต่จะขายพวกยุทโธปกรณ์ของอเมริกาให้กองทัพไทยในยุค “บิ๊กจ๊อด-พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์” ขายทุกอย่างตั้งแต่เฮลิคอปเตอร์, เครื่องบิน, เรือรบ, หัวขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน, รถดับเพลิง, รถบรรทุกทหาร และเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศ ไม่ว่าจะขายอะไรก็ต้องทดลองเองหมด เคยบุกเดี่ยวไปเจรจากับมาเฟียรัสเซียมาแล้ว แต่พอเกิดพฤษภาทมิฬ ก็เลยถอยมาเป็นนายทุนอย่างเดียว เพราะอะไรๆไม่เหมือนเดิมแล้ว

เข็ดความรักหรือยัง

(ส่ายหน้า) พี่เป็นคนโชคดีเรื่องความรัก เพราะผู้ชายทุกคนที่เข้ามาเป็นคนดีรักเราจริง แม้แต่สามีคนแรก “คุณอ๊อด” ก็ยังดูแลกันดีถึงทุกวันนี้เขาเพิ่งมีภรรยาใหม่เมื่อไม่นาน เราเลิกกันตั้งแต่ลูกอายุ 12-13 ปี แต่ยังอยู่บ้านเดียวกัน เพราะบ้านพี่ที่เวอร์จิเนียมีตั้ง 11 ห้องนอน ตอนที่เลิกกันไม่มีเรื่องมือที่สามเขาเป็นคนดีมาก แค่ทัศนคติไม่ตรงกัน เรายังไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัว คุณอ๊อดพูดเสมอว่าอยากให้กลับมารดน้ำพรวนดินกันใหม่ แต่มันไม่ได้หรอกเราตัดไปแล้ว พี่พิจารณาเลยว่าพี่เป็นผู้หญิงที่แย่มาก ทำลายจิตใจคุณอ๊อดอย่างมาก พี่เอา “หนุ่มคนใหม่” เข้าไปอยู่ในบ้าน แถมคุณอ๊อดยังพาเที่ยวพาไปทานข้าว ซึ่งก็คือ “ผู้ชายคนนั้น” ที่เพิ่งเลิกไป.

ทีมข่าวสตรีไทยรัฐ


advertisement