ไม่ใช่แค่ "ไอโฟน" "ทรัมป์" ทำสินค้ายอดนิยมราคาพุ่ง - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ไม่ใช่แค่ "ไอโฟน" "ทรัมป์" ทำสินค้ายอดนิยมราคาพุ่ง

หลังชนะการเลือกตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้พบปะกับซีอีโอบริษัทไอที เทคโนโลยีชั้นนำนับสิบแห่ง รวมทั้ง “ทิม คุก” ซีอีโอของแอปเปิ้ล ซึ่งประกาศชัดเจนกำลังศึกษาลู่ทาง อพยพฐานการผลิตไอโฟนกลับคืนสู่อเมริกา จากปัจจุบันที่ฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่จีน เช่นเดียวกับฟอร์ด ค่ายรถสัญชาติอเมริกัน ซึ่งยอมเบรกโปรเจกต์ตั้งโรงงานในต่างประเทศไว้ก่อน ส่งสัญญาณตอบสนองนโยบายประธานาธิบดีคนใหม่แต่เนิ่นๆ

จากนโยบายของทรัมป์ ซึ่งออกจะชัดเจนว่าเขาไม่คิดว่าการทำเขตการค้าเสรี ผ่อนปรนกฎระเบียบภาษีเพื่อให้สินค้าไหลไปมาระหว่างกันทั่วโลกได้โดยสะดวกโยธินนั้น เป็นสิ่งที่เหมาะสมและสร้างความร่ำรวยอย่างแท้จริง ในทางตรงกันข้าม กลับทำให้คนอเมริกันถูกคุกคาม ทั้งจากสินค้าประเทศอื่นที่เข้ามาตีตลาด รวมทั้งแรงงานราคาถูก ที่เข้ามาแย่งแหล่งทำมาหากินของคนอเมริกัน

กระนั้น ในการดำเนินนโยบายใดก็ตาม ผลลัพธ์ของมันย่อมมีทั้งบวกและลบ หากการปิดกั้นการทำมาค้าขายและการหลั่งไหลของแรงงานต่างด้าวจะทำให้คนอเมริกันมีงานทำเพิ่มขึ้น สินค้าอเมริกันขายได้มากขึ้นแล้ว ในทางกลับกัน มันก็อาจทำให้คนอเมริกันต้องจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อซื้อหาสินค้า “เมด อิน อเมริกา” ที่พวกเขาแสนภาคภูมิใจ และนี่คือรายการสินค้ายอดนิยมบางส่วนที่หากถูกย้ายฐานการผลิตกลับเข้าอาณาจักรชาวอเมริกันเมื่อไร ราคาพุ่งแน่นอน

1.ไอโฟน หลังจากที่ทิม คุก ได้แจ้งทั้งฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) และเพกาทรอน (Pegatron) ผู้ผลิตไอโฟนสัญชาติไต้หวัน ที่มีฐานการผลิตในจีน ให้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการย้ายฐานผลิตไอโฟนมาที่สหรัฐฯนั้น ทั้งสองรายมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน รายแรกตอบรับ ส่วนรายที่สองปฏิเสธ แต่สิ่งที่ 2 รายให้ข้อมูลเบื้องต้นตรงกันคือ ต้นทุนที่จะเพิ่มสูงขึ้นเท่าตัว

จากการศึกษาของสถาบันเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology-MIT) หากโรงงานประกอบไอโฟนถูกย้ายกลับมายังสหรัฐอเมริกา แต่ชิ้นส่วนยังมาจากที่อื่นๆเหมือนเดิม ราคาผลิตไอโฟน (ปัจจุบันอยู่ที่เครื่องละ 230 เหรียญสหรัฐฯ) จะเพิ่มขึ้น 5% แต่หากชิ้นส่วนถูกทำขึ้นในอเมริกาด้วยวัตถุ-ดิบนำเข้า ราคาผลิตจะเพิ่มขึ้นเครื่องละ 30-40 เหรียญฯ

2.ยีนส์ ปัจจุบันค่าแรงเฉลี่ยของชาวอเมริกันอยู่ที่ชั่วโมงละ 25-30 เหรียญฯ เปรียบเทียบกับค่าแรงในประเทศฐานการผลิตอย่างเวียดนามที่ชั่วโมงละ 2.5 เหรียญฯ บังกลาเทศที่ 1.8 เหรียญฯ คำนวณคร่าวๆ ราคาเสื้อผ้าที่ผลิตในอเมริกาจะแพงกว่าทันทีตัวละ 25 เหรียญฯ

ยกตัวอย่างกางเกงยีนส์บางรุ่นที่ทำตลาดว่าผลิตในอเมริกา หรือ “เมด อิน ยูเอสเอ” เช่น Cone Mills of North Carolina นั้น ขายกันถึงตัวละ 348 เหรียญฯ ขณะที่ลีวายส์ซึ่งผลิตนอกประเทศอยู่ที่ตัวละ 128 เหรียญฯ

3.โทรทัศน์ จากที่ทรัมป์ปรารภว่า อเมริกาไม่ได้ผลิตทีวีมานานแล้ว และอยากให้กลับมาผลิตอีกครั้ง ทำเอาผู้เกี่ยวข้องเช็กข้อมูลกันจ้าละหวั่น ซึ่งก็พบว่าเป็นความจริง เนื่องจากผู้ผลิตทีวีส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย และย่อมเสาะหาชิ้นส่วนประกอบจากบริเวณใกล้เคียงเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง

4.รองเท้ากีฬา กว่า 97-99% ของรองเท้าที่ซื้อหากันในอเมริกา มาจากแหล่งผลิตในต่างประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศที่ทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือทีพีพี ซึ่งทรัมป์ประกาศจะยกเลิก เฉพาะยี่ห้ออาดิดาส ไนกี้ มีโรงงานในเวียดนาม (ประเทศสมาชิกทีพีพี) ถึง 26 โรง

ขณะที่นิวบาลานซ์ (New Balance) ที่พยายามผลิตรองเท้าเมด อิน ยูเอสเอ ปีละ 4 ล้านคู่นั้น มีราคาแตกต่างชัดเจน โดยรองเท้านิวบาลานซ์ ที่ผลิตในอเมริกา ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 165-399 เหรียญฯ ขณะที่รุ่นที่ผลิตนอกอเมริกาเริ่มต้นที่คู่ละ 65 เหรียญฯ

5.แผงโซล่าเซลล์ ไม่ต่างจากสินค้าอื่นๆ แผงโซล่าเซลล์ที่ผลิตในจีนและเวียดนาม มีต้นทุนที่ประมาณ 69 เซนต์ต่อวัตต์ ขณะที่แผงที่ผลิตจากเมืองแอตแลนตา ในสหรัฐอเมริกาเองมีต้นทุนอยู่ที่ 1 เหรียญฯต่อวัตต์.


advertisement