บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 08/01/60

โดย สีกาอ่าง

(พระพุทธรูปบูชา สุโขทัย หน้าตัก ๑๐ นิ้ว ของ พรรค คูวิบูลย์ศิลป์.)

ขอต้อนรับแฟนคลับ สนามพระวิภาวดี เข้าสู่ปีที่ 21 ด้วยวัตถุมงคล ระดับ 5 ดาว ที่วันนี้ นิมนต์มาแต่องค์ดังเข้มขลังยกแผง

จากบรรยากาศวงการพระในปีที่ผ่านมา ทำให้ทุกสนามคาดการณ์ตรงกันว่า ปีนี้ จะเป็นปีที่ดีของวัตถุมงคลประเภท พระเครื่อง พระปิดตา เหรียญคณาจารย์ (องค์ยอดๆ) และเครื่องรางของขลัง (ชิ้นเยี่ยมๆ)

เพราะปีก่อน แม้จะมีบรรยากาศซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบ แต่วงการพระก็ยังไปได้ ไม่แย่มากแบบธุรกิจ อื่นๆ เช่น ร้านอาหาร ที่ขาดทุนกันมาก ต้องเลิกกิจการไปตามๆ กัน

ที่ยังประคองกันไปได้ วิเคราะห์ตรงกันว่า ส่วนหนึ่ง เพราะมีการซื้อขาย พระเครื่องหลักๆยอดนิยม ลอตใหญ่ ส่งท้าย ปีลิง เกือบ ๒๐๐ ล้าน

และอีกประการ สำคัญคือ กระแส ความนิยม วัตถุมงคล รัชกาล ที่ ๙ ทำ ให้ตลาดพระทุกระดับหายซึม ฟื้นตัวขึ้นมาทันที และเชื่อว่า จะมีกระแสแรงต่อเนื่อง เพราะทุกสำนักวัดต่างเตรียมรับ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กันแล้ว

ว่าแล้ว ก็ขอภูมิใจนำเสนอ พระลอตใหญ่ ที่ว่าซื้อกันไปเกือบ ๒๐๐ ล้าน ว่ามีอะไรบ้าง

รายการแรกคือ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ สมเด็จโต พรหมรังสี องค์ที่สร้างความฮือฮาตลอดปีที่ผ่านมา เพราะลุ้นกันว่าจะเจรจาปิดจ๊อบสำเร็จเมื่อไหร่ ที่ราคาเท่าไหร่

เรื่องนี้มีสตอรี่ว่า นักนิยมพระเครื่องรุ่นเดอะ แห่งนครสวรรค์ เสี่ยนิยม อสุนี ณ อยุธยา ซึ่งเคยครอบครองพระสมเด็จองค์รักทองสวยสุดของวงการ ชี้ช่องว่า ยังมีอีกองค์ ที่มีรักทอง สวยสมบูรณ์ใกล้เคียง แต่เป็น พระพิมพ์เคลื่อน ที่มีน้อยมาก--และบอกด้วยว่า ตอนนี้พระอยู่กับเซียนใหญ่ในกรุงเทพฯซึ่งวางมือไปแล้ว

พอ เสี่ยต้า บางแค รู้ ก็ส่งสายสืบเสาะ จนเจอและต่อสายสัมพันธ์ ใช้เวลานานเกือบปี ถึงได้ดู องค์จริง พอ เห็นปุ๊บ ก็รีบต่อสายถึงนายทุน เสี่ยศิริวัฒน์ (อีกแล้ว) บอกเป็นองค์งามสุดสมบูรณ์สุดของพิมพ์นี้ ที่ไม่มีองค์ไหนสู้แน่ ปล่อยผ่านไม่ได้ บอกแค่นี้ เงินหลายสิบมัดก็โอนเข้าบัญชี แลกองค์นี้มา

ข้าพเจ้าจึงอัญเชิญมาให้ชมเป็นบุญตา ส่งความสุขให้มิตรรักนักเพลงหน้าเวที สนามพระวิภาวดี ปี 2560

รายการที่สอง คือ พระกริ่งปวเรศ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ต้นกำเนิดพระกริ่งไทย ที่มีประวัติการสร้างน้อยมาก ประมวลจากบันทึกไม่กี่บรรทัด และไม่ชัดเจนนัก บ้างว่ามีการจัดสร้าง ๓ ครั้ง บ้างว่า ๒ แต่ที่ตรงกันคือองค์ผู้สร้าง ซึ่งหากพิจารณาจากกระแสเนื้อโลหะ ที่แยกได้เป็น ๒ วรรณะ คือ ดำ กับ เหลือง ทำให้มีน้ำหนักน่าเชื่อว่ามีการจัดสร้างเป็น ๒ วาระ เมื่อไม่มีบันทึกการสร้างก็ต้องเป็นการสร้างส่วนพระองค์

และจากนามพระกริ่ง ก็น่าจะเป็นการจัดสร้างในวาระอันเป็นมหามงคลสำคัญยิ่ง คือวาระที่ ๑ ครั้งได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๗ โดยถือเอา พระกริ่งจีนใหญ่ เป็นต้นแบบ

อีกครั้งก็ควรเป็นคราวได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ ๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๔

และจากวิธีการจัดสร้างเป็นการหลอมโลหะผสมเทหล่อแบบโบราณ การผสมเนื้อโลหะครั้งหนึ่งๆ น่าจะทำได้ไม่มาก เทหล่อพระได้ไม่กี่สิบองค์ จึงประมาณการว่า การจัดสร้างทั้ง ๒ วาระ น่าจะมีจำนวนไม่เกิน ๑๐๐ องค์ และเมื่อนำมาเทียบกับรายพระนามเชื้อพระวงศ์ที่อุปสมบท โดยพระองค์เป็นอุปัชฌาย์ ซึ่งมีจำนวนใกล้เคียงกัน ก็สมเหตุสมผล

พระกริ่งปวเรศ ทุกองค์ ตอกโค้ดเมล็ดงา ไว้ เป็นจุดชี้ชัดการพิจารณาพระแท้ที่สำคัญสุด ส่วนเรื่องแผ่นปิดฐาน ที่มีเป็น ๒ เนื้อคือทองแดงกับทองเหลือง ยังหาข้อยุติไม่ได้ เพราะพระกริ่งปวเรศทั้งเนื้อดำเนื้อเหลือง พบว่ามีแผ่นปิดก้นทั้งที่เป็นทองแดงและทองเหลือง ที่สรุปได้แน่นอนคือจำนวนที่สร้างไว้รวมไม่เกิน ๑๐๐ องค์ เพื่อประทานเจ้านายเชื้อพระวงศ์ที่พระองค์ทรงเป็นพระอุปัชฌายาจารย์

องค์นี้ของ เสี่ยศิริวัฒน์ วงศ์จารุกรณ์ นักสะสมพระรุ่นใหม่ไฟแรง เงินถึง ใจถึง ชื่อเข้าวงการครั้งแรก ด้วยการสร้างกุศล ประมูล พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ ไปในราคากว่า ๓๐ ล้าน จากงานประกวดพระ หารายได้สร้าง รพ.ตำรวจภาคใต้ ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์

พระกริ่งปวเรศ องค์นี้ เป็นองค์มรดก ตกทอดจากตระกูลเจ้าพระยา ที่เพอร์เฟกต์ที่สุดองค์หนึ่ง แต่กว่าจะได้มาต้องใช้ทั้งความพยายาม เวลา หาตัวเชื่อม ตามติด และเงิน เพราะต้องได้รับมติเอกฉันท์จากทายาทถึง ๗ คน

ต่อไปขอเสนอ พระพุทธ รูปบูชา ศิลปะสุโขทัย หน้าตัก ๑๐ นิ้ว ที่สุดงามล้ำเลิศ ไม่มีที่ติ ทั้งพุทธศิลป์ที่บอกได้ว่าเป็น สุโขทัยบริสุทธิ์ยุคคลาสสิก ถึงยุคสมัย

พิสูจน์ได้ด้วย เนื้อสนิมเขียว ที่เกิดขึ้นตามอายุ แบบที่คนไทยเรียกว่า สนิมหยก หรือเปลือกแตงโม ฝรั่งเรียกว่า สนิมพลาสติก

ขนาดหน้าตัก ๑๐ นิ้ว ถือเป็นมาตรฐาน ได้รับความนิยมสูงสุด ต้องยกเครดิตให้ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ เจ้าของพระ ที่มีทั้งฝีมือในการแสวงหา และสายตาที่เฉียบ ส่งภาพพระมาแต่ละองค์ล้วนสุดยอด สมศักดิ์ศรี เดี่ยว มือ ๑ พระบูชา

ถัดไปคือ พระพุทธรูปจำลอง พระศรีศากยะทศพลญาณสุทรรศน์ พระประธานพุทธมณฑล จัดสร้างเป็น ปางลีลา เสด็จจากดาวดึงส์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐

จากองค์นี้ คราวสมโภช 2,500 ปีของพระพุทธศาสนา รัฐบาลได้มีการจัดสร้างพระบูชาจำลองขนาดย่อ จัดพิธีพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ อาราธนานิมนต์พระเกจิอาจารย์แห่ง ยุค รวม ๑๐๘ รูป นั่งปรกปลุกเสก ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศน์ฯ--องค์นี้ของ เสี่ยเอ๋ เมืองจันทร์ หาเวรี่ยากส์

รายการต่อไป คือ เหรียญรุ่นแรก ยันต์ 4 สี่จุด เนื้อเงิน หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังวรวิหาร ที่ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา ส่งมาสวัสดีปีใหม่

เป็นเหรียญสวยสภาพเดิมๆจริงๆที่หาได้ยากสุดๆ อายุการสร้างเกือบศตวรรษ ส่องแล้วทำให้รำลึกถึงองค์จริงของท่านเจ้าคุณเฒ่า วัดหนังฯ พระอาจารย์ใน ร.๕ ซึ่งโปรด ปรานมาก

จึงรับ สั่ง แสดงความห่วงใย ในความชราภาพว่า ผู้ใดอาราธนานิมนต์ ท่านเจ้า คุณเฒ่า ออกนอก วัด ต้องวางเงินประกันเหตุ เข้าวัดไว้ ๒,๐๐๐ บาท --เพื่อไม่ให้นิมนต์พร่ำเพรื่อ จนหลวงปู่เหนื่อยอาพาธ

หลวงปู่เอี่ยม ครองตำแหน่งเจ้าอาวาส พัฒนาวัดมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ถึง ๒๗ ปี ก็มรณภาพเมื่ออายุ ๙๔ ปี ด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๙ (ตรงกับวันวิสาขบูชา)

ต่อด้วย รูปหล่อ หลวงพ่อเกษม เขมโก ปี ๒๕๑๘ พระรุ่นนี้ ได้มอบหมายให้ เจ้าประเวศน์ ณ ลำปาง และคณะศิษย์สร้างขึ้น เพื่อหารายได้สร้างถนนลาดยางเข้าไปยังอนุสาวรีย์เจ้าแม่สุชาดา หมู่บ้านวังย่าเฒ่า ซึ่งได้มีการหล่อรูปเหมือนเจ้าแม่ไว้เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๑๗

ปีต่อมา (๒๕๑๘) ได้มีการจัดงานประเพณีเจ้าแม่สุชาดาขึ้น จึงมีการจัดสร้าง รูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อเกษม เป็นครั้งแรก ที่หลวงพ่ออนุญาต ฝีมือออกแบบโดย ช่างเกษม มงคลเจริญ นายช่างผู้มีฝีมือยอดเยี่ยมที่สุดในสมัยนั้น รูปเหมือนรุ่นนี้จัดสร้างด้วยเนื้อโลหะต่างๆ คือ ๑.เนื้อทองคำ ๑๙ องค์ มีทั้ง ตอกโค้ดดอกจัน ๑ ดอก และ ๓ ดอก ส่วนมากจะตอกโค้ดแค่หนึ่งดอก ถ้าตอกมาก คอองค์พระจะเอียง ๒.เนื้อเงิน ๓๐๐ องค์ ตอกโค้ดดอกจัน 1 ดอก หรือ 2 ดอก ๓.เนื้อนวโลหะ ๒,๕๑๘ องค์ ตอกโค้ดรูป “หนู หรือ โค้ด ดอกจัน”

และหลวงพ่อ เกษม ได้เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกตลอดคืน เมื่อ ๙ เมษายน ๒๕๑๘ นานกว่าพระทุกรุ่นที่มีการสร้างขึ้น องค์นี้ของ เสี่ยโหน่ง กาดเมฆ

สุดท้ายคือ ตะกรุดลูกอม โลกธาตุ เนื้อนาก หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ สมุทรสาคร เจ้าของตำรับวิชาสร้างตะกรุดลูกอม (ลานนาฬิกา) ซึ่งมีพระเกจิฯภาค ตะวันตก หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว เป็นต้นตำรับ ถ่ายทอดถึง หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ หลวงปู่เนื่อง วัดจุฬามณี หลวงปู่หยอด วัดแก้วเจริญ--และปัจจุบัน ที่กำลังมีชื่อเสียง เป็นพระเกจิฯแห่งยุคคือ หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่

ตะกรุดลูกนี้ ของ เสี่ยใหม่ พุดดิ้ง ร้านขายยา ตลาดเพชรบุรี มีสร้างไว้เป็นเนื้อทองคำ เนื้อนาก เนื้อเงิน นิยมแสวงหาสะสมกันครบชุด เนื้อนาก จะหายากสุด บางครั้งสู้ราคากันแพงกว่าเนื้อทองคำ

ต่อไป เข้าสนามพระใหม่ ซึ่งมีกระแสต่อเนื่องจากปีก่อนๆมาตลอด เพราะพระใหม่ ปรับแผนมาร์เกตติ้งเป็น สร้างน้อย เน้นสวย วัดดัง พระเกจิขลัง-- วันนี้ขอเสนอ เหรียญเซี่ยวกาง รุ่นแรก

เปิดตัวมา ก็ขานรับเกรียว เพราะใช้ เนื้อนวโลหะชนวน พระกริ่งปวเรศ 30 วัดบวรฯ

ประตูเซี่ยวกาง มีตำนานมายาวนานคู่กับวัดบวรนิเวศ ตั้งแต่เริ่มสร้างพระอาราม แต่เพิ่งมีการจัดสร้าง เหรียญเซี่ยวกาง รุ่นแรก เมื่อปี 2553 ในวาระครบวันประสูติ สมเด็จพระญาณ-สังวร สมเด็จพระสังฆราช ด้วยสูตรเนื้อนวโลหะของกริ่งปวเรศปี 2530 มีไม่กี่ร้อยองค์ หมายเลขกำกับทุกเหรียญ

สำหรับ ประตูเซี่ยวกาง เป็นประตูทางเข้าวัดด้านหน้าพระอุโบสถ ที่ได้รับอิทธิพลของจีนมาอย่างเด่นชัด และไม่บ่อยนักที่ วัดบวรฯ จะจัดสร้างวัตถุมงคลประเภทเครื่องรางของขลัง

ลวดลาย เหรียญเซี่ยว-กาง มีรูปเทวดาทรงสัตว์หิมพานต์ จำลองแบบมาจากหน้าประตูทวารบาล หน้าพระอุโบสถ ซึ่งประตูไม้แกะเป็นรูปเทวดา หนวดเครายาวปิดทองเหลืองอร่าม ตนหนึ่งมือซ้ายถือสามง่าม มือขวาถือกริชเหยียบบนหลังจระเข้ อีกตนหนึ่งมือขวาถือโล่ มือซ้ายถือดาบเหยียบบนหลังมังกร มีตำนานอยู่ในลัทธิมหายานว่าเป็นจอมแห่งเทวดาผู้พิทักษ์ประตูวัด ซึ่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพในรัชกาลที่ 3 ได้ปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัย รัชกาลที่ 3 ตามคตินิยมแบบจีน

เหรียญเซี่ยวกางรุ่นแรก 2553 จัดสร้างไม่กี่ร้อยองค์ มีหมายเลขกำกับทุกเหรียญ ร่วมบริจาคได้ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ เพื่อเข้ากองทุนภิกษุอาพาธ หรือสอบถามที่ 0-2251-7804

ดูพระ 5 ดาว กันเต็มตา ก็ลากันฮาๆ ประสา สีกาอ่าง ด้วยเรื่อง เจ๊เพ็ญ เจ้าของตลาดสดเปิดใหม่ ย่านพุทธมณฑล ซึ่งจัดงานทำบุญเปิดตลาด ให้พ่อค้าแม่ค้า

ระหว่างทุกคนกำลังวุ่นวาย เจ๊เพ็ญ ก็ยืนยิ้มปลื้มที่พ่อค้าแม่ค้า มาเช่าเต็มทุกแผง ระหว่างนั้น มีลูกค้ามาซื้อน้ำปั่น เจ๊เพ็ญ จึงช่วยทำแทน

เป็นจังหวะที่ นายแทน มาหาที่เช่า เห็น เจ๊เพ็ญ ก็นึกว่าเป็นแม่ค้าน้ำปั่น เพราะคล่องมาก จึงสั่งด้วย เจ๊เพ็ญ ก็ทำให้ทันที ระหว่างนั้น นายแทน ก็เห็น พระนางพญา พิมพ์ใหญ่ เข่าโค้ง ในคอ จึงถามว่ามีพระดีระดับนี้ ไม่น่าต้องมาเป็นแม่ค้า ถ้าแท้ ผมพาไปขายได้เป็นล้านๆ ซื้อตึกอยู่สบาย

เจ๊เพ็ญ ก็นึกฉุนว่าไอ้หมอนี่สอดรู้สอดเห็น แล้วยังดูถูก จึงรีบเอาพระเก็บเข้าในอกเสื้อ ถามว่า ลื้อเป็นใคร นายแทน ตอบว่าเป็นเซียนพระ จะมาเช่าแผงขายพระ

เจ๊เพ็ญ จึงอบรมว่า ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเซียนพระ เพราะดูคนยังดูไม่ออก จะดูพระเป็นได้ไง แล้วบอกว่าเป็นเจ้าของตลาด และพระองค์นี้ ไม่มีวันขายไปซื้อตึก--เพราะเพิ่งขายตึกไปซื้อมา เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง