วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้อุทธรณ์ได้ปลดล็อก! คดี‘การเมือง’ เลขาศาลอ้าง-ตาม รธน.ใหม่

โยนให้วุ่น โรดแม็ป!

“บิ๊กตู่” บอกโลกยัง เข้าใจกรอบโรดแม็ป ตัดบทได้เลือกตั้งตรงไหนก็ตรงนั้นไม่เคยเลื่อน ย้ำ ครม. ต้องเป็นสะพานที่เข้มแข็งนำพาคนไทยไปถึงจุดหมาย ปรามการเมืองเพลาฝีปากลดการตอบโต้ลงบ้าง “วิษณุ” ยันยังเดินตามกรอบอยู่ แต่ รธน.ใหม่ยังไม่โปรดเกล้าฯพูดไม่ได้ โบ้ยให้ไปถาม กรธ.ยื้อ ก.ม. ลูกไว้ทำไม โฆษก กรธ.พร้อมส่งถ้า รธน.ประกาศใช้ ไม่มีเจตนาให้ล่าช้า วิป สนช.แย้มกระชับโรดแม็ปได้ถ้าจะทำ พท.เย้ยสะพานไร้คุณภาพพาคนไทยลงเหว ปชป.รู้ไส้ สนช.แค่เกมโยนหินสับขาหลอกแม่น้ำ 5 สาย เลขาฯศาลชี้อุทธรณ์คดีการเมืองได้อัตโนมัติตามร่าง รธน.ใหม่ ฎีกาไม่ให้ประกัน “ไผ่” สปท.เร่งดันพักโทษคดีการเมือง นายกฯอ้อนไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องใต้ ลั่นต้องขจัดพวกบิดเบือนให้สิ้น

แม้บุคคลในรัฐบาลและ คสช.จะออกมายืนยัน ไม่คิดขยับโรดแม็ปเลื่อนการเลือกตั้งออกไป แต่ยังไม่สามารถหยุดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ จนล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องออกมาตอกย้ำอีกครั้งว่าไม่เคยเลื่อนโรดแม็ป

“บิ๊กตู่” ชี้โลกรู้ไม่เลื่อนโรดแม็ป

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างนำคณะลงพื้นที่พบประชาชนชาวนราธิวาส ว่าหลายประเทศที่มาพบเข้าใจเรื่องงานการเมืองว่าโรดแม็ปคือการเลือกตั้ง คำว่าเลือกตั้งคือเริ่มกระบวน การเลือกตั้ง การหาเสียง และนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งที่ได้รัฐบาลซึ่งใช้เวลาพอสมควร สุดแล้วแต่ว่าเวลาตรงไหนก็ตรงนั้น ไม่เคยเลื่อน วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนา การเดินหน้าปฏิรูป ยุทธศาสตร์ระยะแรก และการถวายพระเพลิงพระ บรมศพ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่รับสั่งเสมอว่าให้รัฐบาลดูแลประชาชนให้ดีที่สุด และมีความสุขมากที่สุด ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เราต้องปฏิบัติตามพระองค์ท่านรับสั่งไว้ก่อนปีใหม่

ยกชาวใต้อดทนเป็นยอดนักสู้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ต้องเชื่อใจว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ต้องการประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ต้องการสร้างประโยชน์ให้พี่น้องชาวใต้ ขอร้องว่าเรามีปัญหาเรื่องไฟฟ้าที่ขาดแคลนไม่เพียงพอ มีปัญหาเรื่องก่อสร้างโรงไฟฟ้า ประชาชนต้องเสนอความต้องการให้ชัดเจน ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องลงทุนในโลกใบนี้ ต้องมีได้กับมีเสีย คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ คนส่วนน้อยต้องได้รับการดูแล รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกปัญหา แต่จะทำอย่างไรให้การเป็นประชาธิปไตยของไทย และทุกประเทศในโลกคือเสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น และดูแลส่วนน้อยไปด้วยไม่ใช่ดูแลแต่ส่วนใหญ่ ดูแลแต่พวก ดูแลแต่คะแนนเสียง มันไปไม่ได้ วันนี้รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นอย่างนั้น อยากให้ประชาชนได้เข้าใจ ขอบคุณชาวใต้ทุกคนที่อดทนสู้กับภัยธรรมชาติมาอย่างแสนสาหัส สู้จนชิน อะไรที่ตัวเองลำบากก็ลำบากจนชิน จนไม่รู้สึกลำบาก แต่รัฐบาลรู้ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนใต้ก็ตาม รัฐบาลยืนยันหลักการว่าเราทำงานเพื่อคน 70 ล้านคน ไม่ใช่ทำงานให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

ย้ำ ครม.เป็นสะพานที่เข้มแข็ง

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า ปี 2560 เป็นปีแห่งการเตรียมเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ เปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ สอดคล้องกับบริบทของประเทศ ด้วยกระบวนการที่เปิดกว้างสร้างความปรองดอง รู้รัก สามัคคี และยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ใครคิดจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไปควรร่วมมือตรงนี้ และขอมอบบทเพลง “สะพาน” ให้เป็นเพลงประจำรัฐบาลและ คสช. ปฏิบัติภารกิจเปลี่ยนผ่าน ปฏิรูป และสร้างความปรองดอง เพราะสายน้ำที่เชี่ยวกรากใต้สะพานคือปัญหามากมาย ขอให้กำลังใจ ครม. และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้เป็นสะพานที่เข้มแข็ง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นที่พึ่งของประชาชน ต้องมั่นคงด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง และการบริหารบ้านเมืองที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากทุจริต จึงจะสามารถนำพาประชาชนผ่านภาวะที่ยากลำบาก ไปสู่จุดหมายร่วมกัน คือ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

ใช้ ม.44 แก้ปัญหาเร่งด่วนเท่านั้น

นายกฯ ยังกล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาหลายปัญหาต้องเร่งด่วน จึงใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ประเทศเดินหน้า ซึ่งออกมาแล้วเกือบ 80 ฉบับ จากนั้นจึงไปทำกฎหมายเพื่อจัดการปัญหาอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมารัฐบาลผลักดันกฎหมายสำคัญต่อเนื่องรวมแล้ว 520 ฉบับ เพราะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่สามารถออกกฎหมายด้วยเหตุผลต่างๆ สนช.ให้ความเห็นชอบแล้วจำนวนมาก และอยู่ระหว่างทบทวนเกือบ 200 ฉบับ เช่น พ.ร.บ.จราจรทางบก จะช่วยให้การกวดขันวินัยจราจรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอุบัติเหตุและการสูญเสีย

ปรามการเมืองเพลาฝีปากบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องการเมืองการตอบโต้ประเด็นต่างๆ ในปีนี้ ขอให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บนพื้นฐานข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะเป็นปีที่สำคัญยิ่งที่ชาวไทยทุกคนแสดงเจตนาร่วมใจถวายสักการะแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพมิใช่แต่เป็นเพียงพระราชพิธีที่สำคัญของคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นพระราชพิธีซึ่งประชาคมโลกติดตามมีส่วนร่วมต่อเนื่อง สำหรับการเริ่มกระบวนการเลือกตั้ง เช่น การดำเนินกิจกรรมทางการเมือง การหาเสียง การจัดการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนในช่วงนี้ด้วย ขั้นตอนตามกระบวนการนิติบัญญัติยังคงอยู่ในกรอบโรดแม็ป เห็นว่าทุกคนทุกฝ่ายน่าจะยอมรับได้และเห็นด้วย ลดระดับการตอบโต้ทางการเมืองลง มุ่งปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด ยืนยันรัฐบาลและ คสช.ไม่มีเหตุผลหรือเจตนาใดที่จะยืดระยะเวลาทั้งสิ้น เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ดี เพียงอยากขอความร่วมมือส่วนน้อยปรับทัศนคติ และเข้าใจร่วมกันด้วย เดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ต่อไป

“วิษณุ” ยันยังเดินตามกรอบอยู่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายก รัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุอาจต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปกลางปี 2561 ว่า ต้องไปถามสนช. ตอบอะไรส่วนนี้ไม่ได้ คิดว่า สนช.คงไม่พูดอีกแล้วเพราะทำให้เกิดความเข้าใจผิด เข้าใจว่านายสุรชัยพูดโยงเกี่ยวกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ กรธ.กำลังพิจารณา รัฐบาลจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ต่างคนต่างพูด แต่รัฐบาลเห็นตรงกันว่าจะเดินตามโรดแม็ป หมายถึงลำดับขั้นตอนการทำงานและกำหนดช่วงเวลาของแต่ละขั้นตอน ที่เป็นไปตามกรอบเวลา โดยจะเริ่มจากเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ยังไม่โปรดเกล้าฯ รธน.พูดไม่ได้

นายวิษณุกล่าวต่อว่า โรดแม็ปคืออย่างนี้และยังเป็นเช่นนี้ เพียงแต่เมื่อหลายเดือนก่อนรัฐบาลบอกว่า การเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 2560 ด้วยสมมติฐานที่ว่าได้ทูลเกล้าฯ ถวายร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 คิดว่าน่าจะได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯลงมาในเดือน พ.ย.2559 ถ้าเป็นอย่างนั้นการเลือกตั้งก็เกิดขึ้นได้ในปี 2560 แต่เกิดกรณีในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ทุกอย่างเลื่อนไป จนถึงวันนี้ยังไม่มีพระราชทานรัฐธรรมนูญลงมา เราจึงนับไม่ถูก ตอบไม่ถูก เมื่อถามย้ำว่า ที่ สนช.ระบุว่าต้องเลื่อนเพราะมีกฎหมายต้องพิจารณาอีกมาก นายวิษณุตอบว่า รัฐบาลประกาศจะพิจารณากฎหมายให้มากขึ้น และกฎหมายในเชิงปฏิรูปถึงเวลาที่จะนำมาพิจารณา เป็นเรื่องที่ สนช.ต้องไปพิจารณาเวลาเอาเอง

ให้ไปถาม กรธ.ยื้อ ก.ม.ลูกไว้ทำไม

“อยากให้ผู้สื่อข่าวไปถาม กรธ.ว่าเหตุใดจึงไม่สามารถออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ เพราะ กรธ.ระบุว่ามี 2 ฉบับเช่น พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่ทำท่าจะออกไม่ได้ตามกำหนดเวลา แม้จะยังอยู่ใน 240 วัน แต่ก็ช้ากว่าที่วางไว้ จึงอยากให้ กรธ.อธิบาย เพราะวันนี้มีแต่การพูดถึงปลายเหตุ ไม่พูดถึงต้นเหตุ” นายวิษณุกล่าว

กรธ.พร้อมส่งถ้า รธน.ประกาศใช้

ที่รัฐสภา นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.ยืนยันจะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ สนช.ทันทีที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ การทำงานของ กรธ.สัปดาห์หน้า จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมกับทบทวนร่าง พ.ร.บ.กกต. และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จะพิจารณาหลังกฎหมายอื่น

ไม่มีเจตนายื้อเลือกตั้งให้ล่าช้า

นายนรชิตกล่าวอีกว่า ยืนยันว่า กรธ.ไม่ได้มีเจตนาดึงเวลาให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไป แค่ชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.ไว้ก่อน เพื่อให้เวลา พรรคการเมืองและ กกต.มีเวลาเตรียมตัว หากเสนอร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับนี้เร็วเกินไป พรรคการเมืองและ กกต.จะดำเนินการทำตามกติกาใหม่ไม่ทัน เพราะเมื่อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับพิจารณาเสร็จและประกาศใช้ กกต.ต้องประกาศวันเลือกตั้งทันทีภายใน 150 วัน กรธ.ไม่มีเจตนาดึงการเลือกตั้งให้ช้ากว่าโรดแม็ป ยังไงการเลือกตั้งก็ขึ้นอยู่กับ คสช. และรัฐบาลจะตัดสินใจ กรธ.ยังยืนยันจะร่างกฎหมายลูกให้ทันตามโรดแม็ปเดิม

สนช.จับกลุ่มถกกระชับโรดแม็ป

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา สนช.อยู่ในช่วงหยุดปีใหม่ ยังไม่ได้หารือกันเป็นทางการ จะเริ่มประชุมวิป สนช.นัดเเรกปี 2560 วันที่ 9-10 ม.ค. คงมี สนช.จับกลุ่มซุบซิบกันนอกรอบว่าเเต่ละคนมีความเห็นอย่างไร แต่คิดว่าห้วงเวลาอาจยืดหยุ่น จะเร็วหรือช้ากว่าเดิมก็ได้ ถ้าจะเร่งกฎหมายลูกให้เสร็จทันตามกำหนด 120 วันทำได้ เเต่ต้องจัดลำดับความสำคัญกฎหมายอื่นที่เข้ามามาก โดยอาจปรับเวลาการประชุมจากเดิมสัปดาห์ละ 2 วัน เปลี่ยนเป็นเร่งประชุมทุกวันได้ แต่อยู่ที่ว่า สนช.เเต่ละคนจะไหวหรือไม่เพราะกฎหมายคั่งค้างมีมาก ยังเป็นเพียงเเนวคิดส่วนตัว ซึ่งตนไปตอบเเทนคนอื่นไม่ได้ ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์รอบด้านมายัง สนช.นั้น ส่วนตัวไม่กดดัน เชื่อว่า สนช.จะทำเต็มความสามารถ ด้วย แต่จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนโรดเเม็ปตอนนี้ ขอให้ต้องฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.คนเดียว โดยต้องดูแนวโน้มเป็นอย่างไร ตนไม่กล้าตอบเเทน สนช.คนอื่นว่าจะเร็วหรือช้ากว่าเดิม

พท.หวั่นสะพานไร้คุณภาพทำพัง

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.เปรียบ ครม.เป็นเหมือนสะพานให้คนไทยเดินข้าม ถือว่าสร้างสรรค์ดี แต่เกรงว่าถ้าสะพานถูกสร้างโดยวัสดุอุปกรณ์ที่ไร้คุณภาพ หรือมีการทุจริตแอบกินปูนกินเหล็ก อาจพังครืนลงมาทำให้ประชาชนตกสะพานตายกันหมด ถ้า ครม.ได้คนไม่เก่ง ไม่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ อาจทำให้เศรษฐกิจถดถอย ประชาชนเดือดร้อนยากลำบากกันหมด เมื่อนั้นไม่ทราบว่าสะพานจะทนการเหยียบย่ำของประชาชนไหวหรือไม่ ยิ่งหากมีการทุจริตคอร์รัปชันใช้งบประมาณแผ่นดินไม่บันยะบันยัง ใช้กันอีลุ่ยฉุยแฉก เช่น การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากมายทั้งที่ไม่ได้ไปรบพุ่งกับใคร จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาไตร่ตรองดูให้ดี และรีบแก้ไขวิธีการใช้งบประมาณใหม่ อาจใช้ มาตรา 44 แก้เลยก็ได้ จะได้มีโอกาสแต่งเพลงจนออกเป็นอัลบั้มเมดเล่ย์

“วิลาศ” รู้ไส้ สนช.โยนหินถามทาง

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ระบุว่าอาจเลื่อนการเลือกตั้งไปกลางปี 61 เพราะอยากอยู่นานๆ หรือใครใช้ให้ออกมาโยนหินถามทางหยั่งกระแสสังคม ข้ออ้างว่าต้องพิจารณากฎหมายสำคัญหลายฉบับนั้น ถามว่า ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่ออกกฎหมายไม่ได้หรือ เพราะถ้าคนที่มาจากการแต่งตั้งทำได้ดีกว่า ทุกประเทศในโลกคงใช้ระบบแต่งตั้งกันหมดแล้ว และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระบุชัดเจนให้เร่งออกกฎหมายหมวดเลือกตั้ง 4 ฉบับก่อน และจัดเลือกตั้งภายใน 150 วัน ส่วนกฎหมายที่เหลือค่อยทยอยออกตามมาได้

เกมสับขาหลอกแม่น้ำห้าสาย

นายวิลาศกล่าวต่อว่า การที่ สนช.พลิกลิ้นหลังถูกกระแสสังคมคัดค้านการเลื่อนโรดแม็ปออกไปนั้น เพราะไม่สามารถชี้แจงเหตุผลต่อสังคมได้ชัดเจนพอ จึงต้องยอมกลืนน้ำลาย ถือเป็นเกมสับขาหลอกของพวกแม่น้ำ 5 สายเท่านั้น อยากเห็นสนช.ทำหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้าง เช่น กล้าตรวจสอบโครงการต่างๆที่ยังมีการทุจริตคอร์รัปชัน สนช.อยู่ในสภาฯมากว่า 3 ปี ยังไม่เคยเห็นว่ามีกระทู้ หรือญัตติตรวจสอบการทุจริตคดโกงแม้แต่ครั้งเดียว ขอให้ทำงานให้สมกับคำพูดที่ชอบอ้างว่ามาเพื่อปฏิรูป ควรทำงานให้สมกับเงินภาษีประชาชนด้วย

ชี้อุทธรณ์คดีการเมืองอัตโนมัติ

นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ในหมวดศาลที่มีการแก้ไข คือ เรื่องสิทธิในการอุทธรณ์ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเดิมรัฐธรรมนูญปี 50 กำหนดเรื่องการให้อุทธรณ์จะต้องมีพยานหลักฐานใหม่ที่จะประกอบการยื่นอุทธรณ์นั้น จะมีผลทำให้คดีเปลี่ยนแปลง ในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปได้ยากมากที่จะเกิดพยานหลักฐานใหม่ในระยะเวลาอุทธรณ์แค่ 30 วัน แต่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้คู่ความสามารถอุทธรณ์ได้ ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตัดเรื่องพยานหลักฐานใหม่ทิ้งไป สำหรับองค์คณะที่จะพิจารณาต้องประกอบด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาเท่านั้น และไม่ใช่คนพิจารณาในชั้นต้น ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีสำคัญอย่างคดีรับจำนำข้าว คดีจีทูจี หรือคดีสลายการชุมนุม ที่อยู่ระหว่างการสืบพยานในศาลฎีกาฯจะมีผลด้วยหรือไม่ นายอธิคมตอบว่า คดีที่ตัดสินหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้จะอุทธรณ์ได้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใหม่ ไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น รวมถึงคดีจำนำข้าว หากศาลสั่งลงโทษจำคุก จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่หากศาลพิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิด อัยการสูงสุดซึ่งเป็นโจทก์ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อได้เช่นเดียวกัน

ฎีกาไม่ให้ประกัน “ไผ่” ฝากขังต่อ

ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลเบิกตัวนายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา และการฝากขังผัดที่ 4 โดยมีญาติพี่น้อง กลุ่มสมาชิกดาวดิน และขบวนการประชาธิปไตยใหม่ มาร่วมฟังคำสั่งศาลและให้กำลังใจจำนวนมาก ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง มาดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ ศาลให้เป็นการพิจารณาคดีลับ อนุญาตให้เข้าได้เฉพาะทนายความและบิดามารดาของผู้ต้องหา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยศาลฎีกามีคำสั่งยืนตามศาลอุทธรณ์ ระบุว่าการเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหาของศาลจังหวัดขอนแก่นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนการพิจารณาคำร้องขอฝากขังนายจตุรภัทร์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวน ผัดที่ 4 มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-20 ม.ค. นายอธิพงษ์ ภูผิว ทนายความผู้ต้องหา กล่าวว่า จะยื่นคำร้องขอประกันตัวนายจตุรภัทร์อีกครั้ง อาจมีการเพิ่มวงเงิน และกำหนดเงื่อนไขหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

สปท.เร่งดันพักโทษคดีการเมือง

อีกเรื่องนายสมพงษ์ สระกวี สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง (สปท.) กล่าวถึงความคืบหน้ารายงานการแก้ไขความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แม้ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่ที่ประชุมได้นัดหารืออีกครั้งวันที่ 9 ม.ค. ขณะนี้ กมธ.การเมืองมีข้อสรุปเบื้องต้นไปบ้างแล้ว อาทิ แนวทางการพักโทษให้กับผู้ต้องโทษในคดีอาญาที่มีเหตุจูงใจจากการร่วมชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 เป็นคนเล็กคนน้อยทุกสีเสื้อที่มีโทษไม่รุนแรงมาก เพื่อเปิดโอกาสเป็นทางเลือกให้กับผู้ต้องโทษที่ไม่ประสงค์จะต่อสู้คดี มีเงื่อนไขไว้ว่าในช่วงระหว่างการพักโทษ 3-5 ปี ต้องไม่ไปกระทำความผิดซ้ำอีก ส่วนผู้ต้องโทษคนใดประสงค์จะสู้คดีต่อ ปล่อยให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม แนวทางดังกล่าวสามารถผลักดันตามกระบวนการกฎหมายปกติได้ หลังจากนี้ กมธ.การเมืองจะประชุมหารือกันต่อเพื่อให้ได้รายงานฉบับสมบูรณ์ก่อนที่ สปท.จะหมดวาระลง

นายกฯไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องใต้

วันเดียวกันเวลา 10.40 น. ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานประชุมติดตามงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่นี้มีศักยภาพแต่มีอุปสรรคเรื่องความมั่นคง เข้าใจว่าทุกคนเฝ้ารอการเข้ามาพัฒนาและเพิ่มศักยภาพ เนื่องจากกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้มีรายได้น้อย ดังนั้นรัฐบาลจะแก้ปัญหาให้ได้ในช่วงเวลานี้ และเน้นย้ำให้งานด้านความมั่นคง ทำงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาในพื้นที่ ไปสู่ความเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมของความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ปีใหม่นี้ขอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทุกคนมีความสุขความเจริญ

ลั่นต้องขจัดพวกบิดเบือนให้สิ้น

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งเสมอว่าทุกคนที่เป็นคนไทยสัญชาติไทยต้องอยู่อย่างมีความสุขในแผ่นดินไทย ที่พูดแบบนี้เพราะมีคนไปบิดเบือนว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ ในเรื่องศาสนาอีก สร้างรถไฟฟ้าก็โดนอีก แสดงว่ามีคนเจตนาไม่บริสุทธิ์อยู่ เราต้องขจัดคนเหล่านี้ให้ได้ ถ้าเรายังอยู่แบบขัดแย้งกัน เขาอาจได้ประโยชน์อะไรสักอย่าง ที่ทำไปไม่ได้ต้องการให้ใครมารักทั้งสิ้น คนไทยไม่ชอบการถูกบังคับ แต่กฎหมายจำเป็นต้องใช้ในสังคมทำให้บ้านเมืองสงบสุข และต้องใช้อย่างระมัดระวัง ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ตนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่เป็นนายกฯแล้วจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย

เร่งพัฒนาช่วยสถานการณ์ยุติ

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการรัฐบาลส่วนหน้า หน่วยงานด้านความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ทั้งหมด ต้องดำเนินการตามขั้นตอนช่วงปฏิรูปให้เกิดขึ้นได้ภายในปี 2560 มากที่สุด เพื่อเริ่มกระบวนการอื่นต่อไป รัฐบาลนี้มีเจตนารมณ์แก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ขณะเดียวกันความปลอดภัยการใช้กฎหมายยังคงมีอยู่ เพราะบ้านเมืองมีขื่อมีแป หลายอย่างชี้ชัดว่าแนวโน้มสถานการณ์เริ่มดีขึ้น วันนี้คนรุ่นใหม่ทั้งศาสนาพุทธและอิสลาม มีความเข้าใจกันดี แต่มีคนเห็นต่างอยู่บ้าง ใช้ความรุนแรงมากดดันรัฐบาล แต่รัฐบาลยังคงมุ่นมั่นพูดคุยและเดินหน้า สำคัญที่สุดที่จะทำให้ภาคใต้สถานการณ์ยุติให้ได้เร็วที่สุด คือการพัฒนา ทำสามเหลี่ยมแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ยึดโยงซึ่งกันและกัน ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ส่วนการเสนองบประมาณรับหลักการไปทั้งหมด ปีนี้อยากให้จังหวัดเน้นกิจกรรมที่สร้างมูลค่า

เมินนักวิจารณ์แค่พวกเต่าแก่ๆ

จากนั้นเวลา 17.50 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังเดินทางกลับจาก จ.นราธิวาส ว่า วันนี้รัฐบาลทำงานทุกอย่าง โดยเฉพาะการปฏิรูป ทุกอย่างคิดใหม่ ขอร้องว่าอย่าใจร้อนอย่าไปฟังใครบางคนนัก มาบอกว่าตนไม่ได้ปฏิรูป วันนี้รัฐบาลทำงานแต่ไม่รู้ทำไมมีคนบางประเภทไปพูดว่ามันแย่ลง ถามว่าแย่ลงตรงไหน รอบบ้านบางที่แย่กว่าเราเยอะ ขอร้องอย่าไปฟังพวกที่ออกมาพูดเรื่อยเปื่อยไปขยายความกัน แล้วกลับมาดูถูกรัฐบาลว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ อยากจะอยู่กันแบบเดิม ดักดานกันแบบเก่าที่ทำกันมา “วันนี้ต้องหัดคิดใหม่ทำใหม่ อย่ามาดิสเครดิตผมไม่สนใจ ใครจะเขียนว่าก็ให้เป็นเต่าต่อไป เป็นพวกเต่าแก่ๆ เขียนแบบเดิมทุกวัน”