วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรียกร้องลงโทษ ประหารไอ้โหดฆ่าบัณฑิต ชิงไอโฟน7

ติดคุกมา8ครั้ง ทำแผนหวิดถูกประชาทัณฑ์ คนขี่จยย.คู่หูทมิฬก็ไม่รอด

จับได้แล้วคู่หูแก๊งโหด คนขี่รถ จยย.พา “ไอ้ต้อม” มือมีดไปฆ่าชิงทรัพย์บัณฑิต มศว ดับกลางถนนสุคนธสวัสดิ์ ตำรวจตามลากคอได้ขณะหนีไปซ่อนตัวบ้านเพื่อนใน จ.นนทบุรี อ้างน้ำขุ่นๆว่าไม่รู้เรื่อง มีหน้าที่แค่ขี่รถ จยย.ให้มือมีดไปก่อเหตุเท่านั้น ขณะที่กระแสคดีสะเทือนขวัญยังแรง เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังตำรวจ-ทหารกว่า 100 นาย พามือมีดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านตามมาสาปแช่งเนืองแน่น มีทั้งข้อความสนับสนุนให้ประหารชีวิต และถูกกลุ่มเพื่อนผู้ตายที่โกรธแค้นพยายามบุกเข้าไปประชาทัณฑ์ แต่เข้าถึงตัวผู้ต้องหาไม่กี่คน ตำรวจเล่นบทโหดใครปล่อยหมัดถูกจับไปดำเนินคดีหมด แฉประวัติโฉดมือมีดเดนคุกตัวจริง เริ่มติดคุกตั้งแต่อายุแค่ 13 ปี เดินเข้าออกคุกมาแล้ว 8 ครั้ง ล่าสุดเพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ใช้วิชาจากคุกตระเวนชิงทรัพย์ถี่ยิบ ด้าน “วิษณุ” แจงใช้ ม.44 แก้นักโทษทำผิดซ้ำไม่ได้

กรณีนายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี ถูกคนร้าย 2 คนใช้รถ จยย.เป็นพาหนะ ทำทีเข้าไปสอบถามเส้นทางขณะเดินอยู่ริมถนนสุคนธสวัสดิ์ แล้วก่อเหตุชิงทรัพย์จนเกิดการต่อสู้ คนร้ายใช้มีดจ้วงแทงอย่างโหดเหี้ยมจนนายวศินล้มลงขาดใจตายกลางถนนปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 แขวงและเขตลาดพร้าว ชิงโทรศัพท์มือถือไอโฟน 7 ของเหยื่อหลบหนีไป หลังตำรวจ สน.โคกคราม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพนาทีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์และแทงนายวศินจนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถไว้ได้ ต่อมาชุดสืบสวน กก.สส.บช.น.และ กก.สส.บก.น.2 ร่วมกันจับกุมนายกิตติกร หรือต้อม วิกาหะ อายุ 26 ปี มือมีดโหดรายนี้เอาไว้ได้ จากบ้านย่านวัดกู้ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ สน.โคกคราม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. แถลงข่าวจับกุมนายกิตติกร หรือต้อม วิกาหะ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญารัชดาตามภาพกล้องวงจรปิด ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมของกลางมีดปลายแหลมยาวประมาณ 20 ซม. 1 เล่ม ปืนบีบีกัน 1 กระบอก ไอแพด 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือไอโฟน 7 (ของนายวศิน) ไอโฟน 5 และซัมซุงกาแลคซี่อย่างละเครื่อง เงินสด 340 บาท และยานอนหลับ อัลปราโซแลม 1 แผง จับกุมผู้ต้องหาได้ภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีผู้เสียหายผู้หญิง 2 คนที่ถูกนายกิตติกรชิงทรัพย์เดินทางมาชี้ตัวโจรโหดรายนี้ด้วย

พล.ต.ท.ศานิตย์เผยว่า หลังเกิดเหตุมีความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. ชุดสืบสวน บก.น.2 สืบสวน บก.น.4 สืบสวน สน.โคกคราม และสืบสวน สน.โชคชัย ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบกระทั่งพบภาพกล้องวงจรปิดและออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน กระทั่งจับกุมนายกิตติกรคนแทงผู้ตายได้ที่เคหะเอื้ออาทร ซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นคนใช้มีดแทงผู้ตายจริง เพราะเห็นผู้ตายเดินกดโทรศัพท์มือถือ พยายามชิงทรัพย์แต่ผู้ตายขัดขืนจึงใช้มีดแทงจนเสียชีวิต หลังจากนั้นยังตระเวนก่อเหตุกับผู้เสียหายผู้หญิงอีก 2 คนบริเวณซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 พื้นที่ สน.โชคชัย ได้โทรศัพท์ไอโฟน 5 และใกล้ รพ.สินแพทย์ พื้นที่ สน.โคกคราม ได้กระเป๋าสะพายที่มีโทรศัพท์มือถือซัมซุงและเงินสด 5,000 บาท จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาเคยติดคุกมาแล้ว 8 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 13 ปี ล่าสุด เพิ่งพ้นโทษเมื่อ 14 ธ.ค. ข้อหาเสพกระท่อม ส่วนผู้ต้องหาที่ขี่รถ จยย.ให้มามอบตัวโดยเร็ว หากใครให้ที่พักพิงอาจมีความผิด ฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังอย่าไปในจุดเปลี่ยว

ส่วนนายกิตติกร มือมีดโหดรายนี้รับสารภาพอย่างไม่สะทกสะท้านว่า เป็นคนใช้มีดแทงผู้ตาย เนื่องจากเห็นผู้ตายเดินกดโทรศัพท์มือถือ ตนลงจากรถ จยย.เดินเข้าไปแกล้งถามทาง เมื่อผู้ตายหันมาจึงใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ แต่ผู้ตายขัดขืนจึงใช้มีดแทง ไม่ได้ตั้งใจปาดคอ แค่แทงไปข้างหน้า ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตาย ถ้าไม่ขัดขืนอยู่เฉยๆคงไม่ตาย ปกติตนขายผลไม้แถวซอยวัดกู้ แต่ช่วงนี้เงินไม่พอใช้ขายผลไม้ไม่ดีมีหนี้สินจึงชวนเพื่อนไปก่อเหตุ เลือกเหยื่อที่เดินอยู่ตามถนน แต่งตัวดี หรือเมื่อเห็นว่ามีโอกาสจะก่อเหตุทันที หลังก่อเหตุไม่รู้ว่าแทงคนตาย จึงยังตระเวนก่อเหตุต่อ เริ่มก่อเหตุเวลา 22.00 น.วันที่ 4 ม.ค. ขี่รถ จยย.พยายามชิงทรัพย์กระเป๋าสะพายผู้หญิงแต่ไม่ได้ที่ซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 พื้นที่ สน.โคกคราม จากนั้นเวลา 22.20 น.มาเจอผู้ตายลงมือฆ่าชิงทรัพย์โทรศัพท์ไอโฟน 7 ต่อมาเวลา 01.45 น. วันที่ 5 ม.ค. ชิงทรัพย์โทรศัพท์ไอโฟน 5 ของผู้หญิงภายในซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 พื้นที่ สน.โชคชัย และเวลา 02.30 น. ชิงทรัพย์กระเป๋าถือจากผู้หญิงอีกราย ได้โทรศัพท์มือถือซัมซุงและเงินสด 5,000 บาท

ระหว่างแถลงข่าว ผู้ต้องหาปฏิเสธว่า ไม่ได้ใช้มีดจี้คอหรือทำร้ายเหยื่อผู้หญิงอีก 2 คน ทำให้ น.ส.พรทิพย์ จันทแจ้ง อายุ 19 ปี ชาวลาว 1 ในเหยื่อชิงทรัพย์ทนไม่ไหวเดินตรงมาพูดทั้งน้ำตาว่า ผู้ต้องหาใช้มีดที่แทงผู้ตายมาจี้ที่บริเวณลำคอก่อนชิงโทรศัพท์ไอโฟน 5 ทำให้ผู้ต้องหาถึงกับหน้าเสีย หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายอย่างละเอียด แล้วนำตัวกลับมาสอบปากคำ และจะควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เวลา 10.00 น. วันที่ 6 ม.ค.ต่อไป

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ภานุมาศ บุญญลักษม์ รรท.ผบก.น.2 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 รรท.ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจม บก.น.2 และเจ้าหน้าที่ทหาร ร.1 พัน.2 รอ.กว่า 100 นาย คุมตัวนายกิตติกร หรือต้อม วิกาหะ อายุ 26 ปี ชาว จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพรวม 4 จุด โดยส่งเจ้าหน้าที่ไปกั้นเขตห้ามประชาชนเข้าไปตามจุดทำแผนไว้ก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกญาติพี่น้องเหยื่อและชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายกิตติกรขึ้นรถกระบะ สน.โคกคราม ทะเบียนตราโล่ ฆห 7290 ไปจุดแรกบริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรม เยื้องตลาดเลียบด่วนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน เป็นจุดที่นายกิตติกรชิงทรัพย์แต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่จึงให้ผู้ต้องหาชี้จุดจากในรถ จุดที่ 2 บริเวณหน้าปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว เป็นจุดชิงทรัพย์และแทงนายวศินจนเสียชีวิต บรรยากาศจุดนี้มีประชาชนเป็นจำนวนมากมารอดูโฉมหน้าของโจรโหดรายนี้ จนทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก บางคนชูกระดาษเขียนข้อความว่า “ฆ่าคนตายต้องประหารชีวิต” รวมทั้งกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิต 5 คนมายืนดูการชี้จุดเกิดเหตุของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำเชือกมากั้นพื้นที่ให้ประชาชนอยู่บนทางเท้าฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ เพื่อป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ จากนั้นนำตัวนายกิตติกรลงจากรถโดยสวมหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอสาปแช่ง และมีประชาชนบางส่วนพยายามฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหาแต่ไม่สำเร็จ

พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม จึงรีบพานายกิตติกรไปชี้ว่า ก่อนเกิดเหตุขี่รถ จยย.มากับเพื่อนทางไหน เมื่อเห็นนายวศินเดินอยู่ริมถนนเพียงลำพังจึงตัดสินใจลงมือ แต่เหยื่อขัดขืนจนเกิดการต่อสู้กัน จึงใช้มีดที่พกติดตัวมาด้วยแทงจนเสียชีวิต ขณะนั้นกลุ่มเพื่อนของนายวศินที่อยู่ในอาการโกรธแค้นแทนเพื่อน ฝ่าลงล้อมของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจรอบนอกมาได้ ตรงรี่เข้าไปหาจุดที่นายกิตติกรยืนอยู่ เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งจึงรีบช่วยกันเข้าไปขวางห้ามไว้ ท่ามกลางเสียงเชียร์อื้ออึงของประชาชนโดยรอบ พนักงานสอบสวนจึงตัดสินใจนำตัวนายกิตติกรไปขึ้นรถตำรวจขับออกไปทันที

จุดที่ 3 บริเวณภายในซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 แขวงและเขตลาดพร้าว นายกิตติกรและเพื่อนขี่รถ จยย.เข้ามาในซอย เห็น น.ส.เอ (นามสมมติ) ยืนอยู่เพียงลำพัง จึงเข้าไปชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือไอโฟนไป 1 เครื่อง การทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดนี้ น.ส.เอ ผู้เสียหายเดินทางมายังที่เกิดเหตุด้วย แต่อยู่ในอาการหวาดกลัว ร้องไห้ ไม่กล้าเข้าใกล้นายกิตติกร ตำรวจจึงให้ตำรวจหญิงทำหน้าที่นำชี้แทน และจุดที่ 4 บริเวณหน้าป้ายรถเมล์โรงพยาบาลสินแพทย์ ถนนรามอินทรา แขวงและเขตคันนายาว นายกิตติกรก่อเหตุชิงทรัพย์ได้โทรศัพท์มือถือซัมซุงแกรนด์ 2 เงินสด 5,000 บาท และทรัพย์สินในกระเป๋าอีกจำนวนหนึ่ง แต่ขณะทำแผนมีชายคนหนึ่งแอบเข้ามาตบหมวกกันน็อกนายกิตติกรอย่างแรง เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สน.โคกคราม ข้อหาทำร้ายร่างกาย จุดนี้ผู้เสียหายคือ น.ส.กรรณิการ์ หลีสุข อายุ 47 ปี เดินทางมาร่วมชี้จุดด้วยตัวเอง เผยว่า วันเกิดเหตุมารอรถประจำทางที่ป้ายเพื่อไปสนามหลวงเวลาประมาณ 02.00 น. คนร้ายมาดึงกระเป๋าสะพายไป ขณะนั้นมีชายคนหนึ่งตรงเข้าไปต่อยนายกิตติกร ตำรวจจึงต้องคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สน.คันนายาว อีกราย

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า การชี้จุดประกอบคำรับสารภาพวันนี้ถือว่าเสร็จสิ้น แต่ยังมีบางจุดที่ต้องทำแผนประกอบเพิ่มเติม และเตรียมคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังศาลอาญารัชดาเวลา 09.00 น.วันที่ 7 ม.ค. อย่างไรก็ตาม อยากเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าต่อสู้หากเผชิญเหตุร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่ติดตามตัวมาดำเนินคดี และเข้มงวดกวดขันปัญหาอาชญากรรมให้มากขึ้น

ต่อมาเวลา 14.00 น. ชุดสืบสวนนครบาลสามารถจับกุมนายสุพัฒชัย จันทร์ศรี อายุ 25 ปี ได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยแผ่นดินทอง ต.บางกระสอ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังหนีไปกบดานอยู่กับเพื่อน หลังจับกุมเจ้าหน้าที่คุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 ทันที โดยพานายกิตติกรเดินทางไปด้วย บริเวณจุดทำแผนยังมีประชาชนละแวกดังกล่าวมายืนมุงดูจำนวนมาก ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งบุกเข้าไปตบศีรษะนายกิตติกรอย่างแรงจนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าห้ามปราม และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนออกจากบริเวณดังกล่าวทันที ทั้งนี้ ระหว่างการทำแผนนายสุพัฒชัยไม่ได้ปริปากให้การใดๆ เอ่ยเพียงสั้นๆก่อนทำแผนว่า ตนไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแค่ขี่รถ จยย.ให้นายกิตติกรอย่างเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นชุดสืบสวนพา 2 คู่หูโจรไปชี้จุดที่ซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 พื้นที่ สน.โชคชัย แล้วพาเดินทางกลับมาสอบสวนที่ สน.โคกคราม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชาชนเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 เพื่อป้องกันนักโทษไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ หลังเกิดเหตุคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือบัณฑิต มศว ว่า เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเสมอ จะโทษว่าต้นเหตุมาจากการได้รับอภัยโทษที่แต่ละครั้งมีจำนวนมากคงไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นห่วงมากสั่งการให้ติดตามดูแล ให้กระทรวงแรงงานจัดหางานให้ผู้พ้นโทษ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแลเรื่องสวัสดิการ กระทรวงยุติธรรมดูแลเรื่องการคุมความประพฤติ ฯลฯ แต่การที่นักโทษกลับมาก่อเหตุซ้ำมีหลายอย่าง เมื่อทำผิดซ้ำโอกาสที่จะได้ลดโทษหรือปล่อยตัวอีกจะมีน้อย เมื่อเข้าคุกอีกจะไม่ใช่นักโทษชั้นดี สาเหตุที่พบส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะความยากจน แต่อาจเกิดจากบันดาลโทสะ กิเลสตัณหา ความคึกคะนอง เราไม่เคยใช้มาตรา 44 เล่นงานใครลักษณะนี้ แต่ใช้สำหรับจัดระเบียบโดยรวมมากกว่า

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ศาลาเงินยวง วัดกลางคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายเจษฎา เหลืองแจ่ม อายุ 60 ปี และนางนิราภรณ์ เหลืองแจ่ม อายุ 58 ปี นำศพนายวศิน เหลืองแจ่ม ลูกชาย ซึ่งถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ไปตั้งสวดบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ญาตินำรูปภาพนายวศินเมื่อครั้งยังมีชีวิตมาติดเพื่อไว้อาลัยภายในงานด้วย ผู้สื่อข่าวสอบถามนายเจษฎา บิดาเหยื่อผู้เสียชีวิตถึงเรื่องที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้วมีความรู้สึกอย่างไร นายเจษฎากล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่ขอให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว สำหรับศพนายวศินมีกำหนดสวดอภิธรรมศพ 7 วัน และจะเผาศพในวันที่ 12 ม.ค.2560 เวลา 16.30 น. ที่เมรุวัดกลางคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี