ปิดสนามบินนครศรีฯ2วัน น้ำท่วมรันเวย์ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ปิดสนามบินนครศรีฯ2วัน น้ำท่วมรันเวย์

9จว.ใต้วิกฤติจมบาดาลตายแล้ว6ศพ

เมืองคอนจมบาดาล น้ำทะลักท่วม รพ.ต้องขนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขึ้นชั้น 2 โกลาหล นอกจากนี้น้ำยังเข้าท่วมรันเวย์สนามบิน สายการบินนกแอร์-ไทยแอร์เอเชีย ลงไม่ได้ ต้องบินกลับดอนเมือง ผู้โดยสารติดค้างนับร้อย ประสานกองทัพภาค 4 ส่งรถยีเอ็มซีรับผู้โดยสารไปขึ้นเครื่องที่สุราษฎร์ธานี ขณะที่บางพื้นที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขอ สนับสนุนเจ็ตสกี-สกู๊ตเตอร์ รวมทั้ง ฮ.ทัพภาค 4 ส่งอาหารช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่วิกฤติที่เรือท้องแบนเข้าไปไม่ถึง เด็กอ่อนบ้านศรีธรรมราชกว่า 300 คน ขาดแคลนน้ำดื่มและของกินของใช้ พัทลุงตายเพิ่มอีก 2 ศพ 3 อ่างเก็บน้ำจ่อวิกฤติ เตือนประชาชนเตรียม พร้อมรับมือ ส่วนตัวเมืองหลังสวน จ.ชุมพร น้ำท่วมหนักสุด เร่งช่วยครูและเด็ก 13 ชีวิต ออกจากพื้นที่ “ประยุทธ์” บินด่วนลงใต้อ้อนคนน้ำท่วม แนะขุดลอกคลองตันหยงมัสแก้ปัญหาระยะยาว

ฝนที่ตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้หลายพื้นที่ของภาคใต้มีสภาพกลายเป็นเมืองบาดาล บางหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ในขณะที่เส้นทางคมนาคมสู่ภาคใต้ทั้งทางรถยนต์และรถไฟกลายเป็นอัมพาต เจ้าหน้าที่เร่งระดมเข้าช่วยเหลือแล้วนั้น

เมืองคอนอ่วมน้ำท่วม รพ.

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน น้ำป่าจากเทือกเขาหลวงได้ไหลบ่าเข้าท่วมถนนทุกตรอกซอกซอยในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราชกลางดึก ส่งผลให้การสัญจรไปมาเป็นไปอย่างทุลักทุเล โดยเฉพาะถนนราชดำเนินมีน้ำท่วมเกือบตลอดสาย ระดับน้ำสูง 20-30 เซนติเมตร และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านต้องขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงหนีน้ำกันโกลาหล มวลน้ำยัง บ่าเข้าท่วมบริเวณหน้า รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ถนนราชดำเนิน สูงกว่า 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำกระสอบทรายมาทำเป็นผนังกั้นน้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำที่ไหลเข้าท่วมแล้วบางส่วนออก แต่ผนังกันน้ำไม่สามารถต้านแรงกระแส น้ำที่ไหลเชียวกรากได้ พังทลายลงมา น้ำทะลักเข้าท่วมภายใน รพ.อย่างรวดเร็ว แพทย์และพยาบาล ต้องเร่งกันขนย้ายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และผู้ป่วยหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 ต่อมาในช่วงเย็นน้ำเริ่มแห้งจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ กระแสน้ำยังทะลักเข้าท่วมสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช ส่งผลให้เด็กอ่อนกว่า 30 ชีวิต ขาดแคลนน้ำดื่มและอาหาร

ผอ.รพ.ยืนยันยังเปิดให้บริการ

นพ.ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผอ.รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช เผยว่า ยืนยันว่าแม้จะมีน้ำท่วมบริเวณถนนราชดำเนิน หน้า รพ.มหาราช แต่ภายใน รพ.ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ยังสามารถเปิดให้บริการตรวจรักษาทั้งผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยในตามปกติ มีผู้ป่วยจำนวน 713 คน และเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้รับผู้ป่วยฉุกเฉินที่ส่งต่อจาก อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เข้ามา 6 คน ดังนั้น ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล ประชาชนที่ต้องการเดินทางไปตรวจรักษาหรือเยี่ยมญาติที่ป่วยใน รพ. สามารถไปได้ตามปกติ แต่เพื่อความสะดวกในการเดินทางขอให้ใช้เส้นทางถนนพัฒนาการคูขวาง เข้าทางประตูด้านหลัง รพ. เนื่องจากยังไม่มีน้ำท่วมขัง รพ.มีรถพยาบาลฉุกเฉินขับเคลื่อน 4 ล้อ ยกสูง 1 คัน และรถทหารกองทัพภาคที่ 4 และกำลังพล พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

น้ำท่วมรันเวย์ต้องปิดสนามบิน

ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำท่วมรันเวย์ในระดับสูง ต้องประกาศปิดสนามบิน ห้ามสายการบินทุกเที่ยวบินจากสนามบินดอนเมือง บินลงจอดที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานการบิน โดยช่วงเช้ามีสายการบินนกแอร์เที่ยวบิน DD7804 ออกจากสนามบินดอนเมืองเวลา 06.00 น. เมื่อมาถึงสนามบินนครศรีธรรมราช ปรากฏว่าไม่สามารถลงจอดได้เนื่องจากน้ำท่วมรันเวย์ในระดับสูง ต้องบิน กลับสนามบินดอนเมือง ส่วนสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD3188 ดอนเมือง-นครศรีธรรมราช ออกจากสนามบินดอนเมืองเวลา 06.50 น. เมื่อบินมาถึงสนามบินนครศรีธรรมราช ไม่สามารถลงจอดได้เช่นกันต้องบินกลับไปสนามบินดอนเมือง ส่งผลให้ผู้โดยสารติดค้างที่สนามบินนับร้อยคน ในขณะที่ เส้นทางเข้าออกสนามบินมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ ล่าสุดทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ประกาศปิดสนามบิน 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-7 ม.ค. พร้อมประสานกองทัพภาคที่ 4 สนับสนุนรถยีเอ็มซีรับผู้โดยสารไปส่งสนามบินสุราษฎร์ธานีและที่พักในตัวเมือง

ใช้ ฮ.ขนอาหารแจกพื้นที่วิกฤติ

ส่วนพื้นที่อำเภอรอบนอกมีสภาพจมบาดาลเช่นกัน ที่ อ.ทุ่งสง น้ำท่วมในระดับสูง ถนนสายเอเชียเป็นเส้นทางสายหลักสู่ภาคใต้บริเวณบ้านถ้ำใหญ่และสี่แยกจำปา ยังมีน้ำท่วมสูง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ เช่นเดียวกับ อ.สิชล น้ำป่าจากเทือกเขาหลวงไหลเข้าท่วมถนนนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี บริเวณบ้านต้นพะยอม รถไม่สามารถผ่านได้ กระแสน้ำยังทะลักเข้าท่วมชุมชนบ้านต้นพะยอมสูงกว่า 1 เมตร ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้อง ตัดกระแสไฟชั่วคราว ส่วน อ.ชะอวด ยังคงมีน้ำท่วมสูง บ้านเรือนประชาชนยังมีสภาพจมบาดาล บางหมู่บ้านน้ำท่วมถึงชั้น 2 ชาวบ้านต้องเปิดกระเบื้องหลังคาปีนออกมา อ.ฉวาง น้ำป่าไหลเข้าท่วม สภ.ฉวาง และบ้านพักข้าราชการตำรวจอย่างรวดเร็วแทบไม่ทันตั้งตัวสูงกว่า 1 เมตร รถ จยย.จมอยู่ใต้น้ำได้รับความเสียหายหลายสิบคัน อ.นบพิตำ หลายหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูง สะพานถูกตัดขาด 2 แห่ง การช่วยเหลือเข้าไปไม่ถึง มีสภาพถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทหาร มทบ.41 ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์นำอาหาร ไปส่งผู้ประสบภัย อ.พิปูน น้ำในอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนเอ่อล้นสปิลเวย์ไหลลงสู่แม่น้ำตาปีแล้วทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ต.นาเขลียง สูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องพาครอบครัวขึ้นไปอาศัยบนถนน

ขอเจ็ตสกี-สกู๊ตเตอร์ช่วย

ต่อมานายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้เรียกประชุมด่วนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น นายจำเริญ กล่าวว่า ได้ประสานไปยังกรมบัญชีกลางเป็นการเร่งด่วน เพื่อขอขยายวงเงินจำนวน 100 ล้านบาท นำมาจัดซื้ออาหารพร้อมรับประทาน อาหารสด น้ำดื่ม ถุงยังชีพพร้อมใช้ รวมถึงยาหรือเวชภัณฑ์ประเภทที่ต้องใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมประสานขอความร่วมมือไปยังจังหวัดภูเก็ต สตูล และสงขลา ขอสนับสนุนเจ็ตสกีและสกู๊ตเตอร์ ช่วยขนน้ำดื่ม อาหาร ไปส่งผู้ประสบภัยตามหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและเรือท้องแบนเข้าไปไม่ถึง รวมทั้งขอความช่วยเหลือจากกองทัพเรือสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ 50 ลำ ติดตั้งที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ 20 ลำ และคลองชะอวด-แพรกเมืองอีก 30 ลำ เพื่อเร่งผลักดันมวลน้ำออกสู่ทะเล

พัทลุงตายเพิ่มอีก 2 ศพ

จ.พัทลุง มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดยังคงไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อ.ป่าบอน อ.ตะโหมด อ.ศรีนครินทร์ อ.ศรีบรรพต อ.ป่าพะยอม และ อ.กงหรา ส่วน อ.เมืองพัทลุง อ.ควนขนุน อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว อ.ปากพะยูน ซึ่งเป็นพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ เขตเทศบาลเมืองพัทลุงถูกน้ำท่วมทั้ง 45 ชุมชน ถนนถูกน้ำท่วมขังเกือบทุกสาย รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ถนนสายเอเชียพัทลุง-หาดใหญ่ และพัทลุง-นครศรีธรรมราช ถนนสายเพชรเกษมพัทลุง-ตรัง ยังกลายเป็นอัมพาต เจ้าหน้าที่อพยพชาวบ้านบางส่วนไปพักอาศัยที่โรงเรียนแหลมโตนด หมู่ 9 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน ในขณะที่ทางจังหวัดเตือนภัยให้ชาวบ้านตามพื้นที่ต่างๆเตรียม พร้อมรับมือน้ำอาจจะล้นอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ประกอบด้วยอ่างป่าพะยอม อ่างคลองหัวช้างตะโหมด และอ่างป่าบอน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน คือ น.ส.กมลวรรณ นุ่นคง อายุ 18 ปี จมน้ำเสียชีวิต ในสวนยางพารา หมู่ 5 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน และด.ช.พัฒนพงศ์ พารารักษ์ อายุ 14 ปี ขี่ จยย.พลัดตกลงในคลองไสในขัน หมู่ 8 ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5ม.ค. ขณะนี้ยังไม่พบศพ รวมมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ

เกาะสมุยน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ

จ.สุราษฎร์ธานี หลายพื้นที่มีสภาพจมบาดาล ที่ อ.กาญจนดิษฐ์ น้ำป่าไหลเข้าท่วมฟาร์มไก่ของนายพันธรักษ์ คงนาค อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 99 หมู่ 9 ต.ป่าร่อน ทำให้ไก่ที่เลี้ยงไว้รออีก 9 วันจะจับขาย ตายเกลี้ยงยกฟาร์ม 12,000 ตัว น้ำยังเข้าท่วมฟาร์มไก่ละแวกใกล้เคียงเสียหายอีก 7 แห่ง ไก่ตายนับแสนตัว มูลค่าความเสียหายนับ 10 ล้านบาท ส่วนถนนสายเอเชียซึ่งถูกน้ำกัดเซาะจนคอสะพานขาดบริเวณ กม.106 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ เจ้าหน้าที่ได้สร้างสะพานแบริ่ง รถสามารถสัญจรได้แล้ว อ.เกาะสมุย แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำจากพรุเฉวงเอ่อทะลักเข้าท่วมถนนเลียบชายหาดซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจของเกาะสมุย โรงแรมและร้านอาหารเสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อผลักดันน้ำออกสู่ทะเล ขณะเดียวกัน เกิดดินสไลด์หอบเอาหินขนาดใหญ่บนเขาแหลมใหญ่ ต.อ่างทอง ลงมาขวางถนนสายทวีราษฎร์ 1 ช่องทาง

ครู-เด็ก 13 ชีวิตมีสภาพติดเกาะ

จ.ชุมพร น้ำป่าเข้าท่วมถนนสายเอเชีย 41 ช่องทางขาขึ้น กทม.ตั้งแต่บริเวณปั๊ม ปตท.จิงโจ้ ยาวไปถึงที่แยกไฟแดงหลังสวน อ.หลังสวน ต้องปิดการจราจรชั่วคราว ส่วนถนนสายแยกไฟแดงหลังสวน-พะโต๊ะ บริเวณหน้า รพ.หลังสวน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ในขณะที่น้ำในแม่น้ำหลังสวนมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุดน้ำท่วมเกือบทุกพื้นที่ของ อ.หลังสวนแล้ว เขตเทศบาลเมืองหลังสวน บางจุดน้ำท่วมสูง 1 เมตร ชาวบ้านอพยพไปอาศัยที่โรงแรมอวยชัยแกรนด์นับร้อยคน นอกจากนี้ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางอุไร นุ่นทอง ผอ.กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สพป.ชุมพร เขต 2 ว่ามีครอบครัวของนางสิริกร อินทร์แก้ว ครูโรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน ต.วังตะกอ อ.หลังสวน และเพื่อนครูรวม 13 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุขวบเศษรวมอยู่ด้วย ติดอยู่ภายในบ้านพักครู ไม่สามารถออกมาได้ เรือท้องแบนมีไม่เพียงพอ และปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือ เช่นเดียวกับที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีฝนตกลงประปรายเกือบทั้งวัน ทะเลมีคลื่นลมแรง ชาวบ้านนำเรือประมงขนาดเล็กหลบเข้าชายฝั่งบริเวณชุมชนหัวบ้าน ชุมชนม่องล่าย ชุมชนคั่นกระได กว่า 50 ลำ และมีรายงานว่ามีเรือประมง 6 ลำ ถูกคลื่นซัดจมกลางน้ำทะเล เป็นเรือไดหมึกขนาด 4 วา ชาวประมงช่วยกันกู้เรือนำกลับขึ้นฝั่งได้ 2 ลำ

ผู้โดยสารค้างสถานีรถไฟตรึม

ที่สถานีรถไฟชุมพรมีผู้โดยสารจำนวนมากเดินทางมากับขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯมาลงที่สถานีไฟชุมพร หลังจากถนนสายเอเชีย 41 และทางรถไฟในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีและ จ.นครศรีธรรมราช ถูกตัดขาด ทำให้ผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ที่สถานีรถไฟต้องหอบหิ้วสัมภาระพากันหาที่หลับนอนกันอยู่ตามชานชาลาและมุมต่างๆบริเวณสถานีรถไฟ มีตำรวจ ทหาร คอยดูแลความปลอดภัย มีนางวิริยา แก่นแก้ว ผอ.ททท.สำนักงานชุมพร-ระนอง นำเจ้าหน้าที่มาคอยให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้โดยสารและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะหาสถานที่พักระหว่างรอการเดินทางต่อ โดยประสานผู้ประกอบการโรงแรม หาที่พักราคาถูกให้กับผู้โดยสารเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ในขณะที่นายสนธยา ชัยวิชิต ผู้ช่วยนายสถานีรถไฟชุมพร กล่าวว่า ขณะนี้รถไฟทุกขบวนรับส่งผู้โดยสารระหว่างกรุงเทพฯ-ชุมพร เท่านั้น สำหรับคืนนี้จะมีผู้โดยสารมาตกค้างอยู่ที่สถานีรถไฟทั้งหมด 4 ขบวน เจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารอย่างเต็มที่ โดยให้พักอยู่ตามอาคารรับรองและตามจุดต่างๆภายในสถานีรถไฟชุมพร

ปัตตานีน้ำทะเลยังหนุน

จ.ปัตตานี เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ อ.สายบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจากพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ประกอบกับน้ำทะเลหนุน ถนนสายบ้านเจาะกือแย-สายบุรี มีน้ำท่วมสูง การสัญจรไปมาค่อนข้างลำบาก โรงเรียนบ้านเจาะกือแย ต้องปิดการเรียนการสอน เช่นเดียวกับ อ.หนองจิก มีน้ำท่วมสูงเช่นกัน บ้านเรือนราษฎรสองฟากคลองตุยง ถูกน้ำท่วมกว่า 100 หลังคาเรือน ระดับน้ำบางจุดสูงถึงเอว ล่าสุดมีน้ำท่วมแล้วใน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.หนองจิก อ.ยะรัง อ.โคกโพธิ์ อ.สายบุรี อ.แม่ลาน อ.กะพ้อ และ อ.ไม้แก่น รวม 43 ตำบล 163 หมู่บ้าน เดือดร้อน 5,657 ครัวเรือน 9,652 คน เช่นเดียวกับ จ.สตูล เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือน ไม่สามารถออกจากบ้านได้ ทางจังหวัดนำถุงยังชีพเข้าไปให้การช่วยเหลือแล้วเช่นกัน ส่วน จ.ยะลา นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทาน 1,600 ชุด ไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.รามัน และ อ.เมือง ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สำรวจราคาสินค้าในตลาดสดหลายแห่งพบว่าพ่อค้าหน้าเลือดฉวยโอกาสขึ้นราคาผักสดเกือบเท่าตัว อ้างน้ำท่วมผลผลิตเสียหายไม่เพียงพอต่อความต้องการ

“ประยุทธ์” บินด่วนลงใต้

ส่วนที่ จ.นราธิวาส วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พร้อมคณะ ลงพื้นที่ประชุมงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ศาลากลาง จ.นราธิวาส จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปยังอาคารอเนกประสงค์ที่ว่าการ อ.ระแงะ เพื่อมอบถุงยังชีพและพบปะประชาชนกว่า 2,000 คน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับชาวบ้านว่า มาที่นี่ทีไรรู้สึกดี คนที่นี่น่ารักทุกคน เมื่อคืนนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงไม่รู้ว่าจะเจอปัญหาอะไรไหม แล้วจะติดฝนมาได้หรือเปล่า แต่ตั้งใจมา หอบความ ปรารถนาดีคนกรุงเทพฯและความสุขปีใหม่มา ซึ่งพวกเราไม่ได้มีความสุขมากนัก เพราะติดปัญหาอุทกภัย ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งอยู่เสมอว่าคนใต้ เป็นคนน่ารัก มีฝีมือ มีความอดทนต่อความยากลำบาก ขณะที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ทรงห่วงใยพวกเรา ทรงรับสั่งเสมอมาให้รัฐบาลเสริมสร้างความเข้มแข็ง ดูแลทุกข์สุขประชาชนให้ได้มากที่สุด เหมือนกับที่เราเคยมีพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มาก่อน

แนะขุดลอกคลองตันหยงมัส

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้เอากำลังใจมาเต็มเปี่ยม เป็นห่วงเรื่องน้ำ แต่จะไม่ให้ท่วมเลยไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำอะไรที่ยั่งยืนมาก่อน ตนเจ็บปวด อดทนยิ่งมาอยู่ตรงนี้ เจ็บปวดแทนท่าน ไม่รู้จะทำอย่างไร จะอยู่อย่างนี้ต่อไปหรือ ดังนั้นต้องมาดูว่าปัญหาเหล่านี้จะแก้อย่างไร เมื่อพบปัญหาน้ำท่วมจากการระบายที่ไม่คล่องตัว เราก็ต้องแก้ไขด้วยการขุด ไม่ใช่แก้ไขในจุดอื่นๆที่เป็นปัญหาปลายทาง ฉะนั้นอยากให้ทางจังหวัดขุดลอกคลองตันหยงมัสให้มีระยะทาง 25 กม. ให้เร่งดำเนินการ มิเช่นนั้นปัญหาน้ำท่วมก็จะเกิดขึ้นทุกๆปี นี่คือการแก้ไขที่ตรงจุด ส่วนปัญหาความไม่สงบนั้น ก็ต้องแก้ไขไปทีละก้าว เราต้องเดินไปด้วยกัน ไม่ใช่คนกลุ่มน้อยต่อต้านแล้วเราทิ้งเขาเลย ถ้าทำเช่นนั้นสังคมไทยจะสงบได้อย่างไร “อย่าให้การทำงาน 2 ปี ที่ผ่านมาล้มเหลวเลย สงสารผมเถอะ รัฐบาลนี้พร้อมเป็นสะพานเชื่อม ให้คนในพื้นที่ได้เหยียบย่ำก้าวไปสู่ความสงบสุข เชื่อว่าในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะเป็นสวรรค์การท่องเที่ยว หากพบว่ามีปัญหาคับข้องใจให้บอกมาโดยตรง และในอนาคตให้มองหารัฐบาลที่สานต่อทำงานแบบนี้ และขอคำมั่นสัญญาให้ทุกคนจับมือร่วมมือกันอย่าต่อต้าน พาประเทศเดินหน้า เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเชื้อชาติ ศาสนาใดคือคนไทยในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นี้ ขอให้ความสงบสันติจงมีแด่ทุกคน

อนุมัติเพิ่ม จว.ละ 50 ล้าน

วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ออกประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) หลังพบว่าสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น โดยให้จัดตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าขึ้นที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานีและเขต 12 สงขลา มีนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบ ประสานการช่วยเหลือกับหน่วยงาน ต่างๆจนกว่าสถานการณ์จะยุติ ขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทยได้รับแจ้งจากกรมบัญชีกลาง ว่าได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเพิ่มเติม จังหวัดละ 50 ล้านบาท ให้กับ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส พัทลุง ยะลา ปัตตานี ตรังและสงขลา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว

รถไฟลงใต้เปิดวิ่งแค่ 5 ขบวน

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เผยว่าได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำเรือชุดแรก 50 ลำ จากทั้งหมด 150 ลำ ส่งศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ และได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า ในพื้นที่ยังคงมีฝนตก น้ำไหลแรง ดังนั้นการรถไฟฯ จึงขอแจ้งการเปิดให้บริการเดินรถ และการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง ปลายทางของรถไฟ ในเส้นทางสายใต้ในวันที่ 5-6 ม.ค.2560 เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์และความปลอดภัย

ในการเดินทางของผู้โดยสาร จะเปิดเดินรถในเส้นทาง สายใต้เหลือเพียง 5 ขบวน ทุกขบวนสิ้นสุดถึงแค่สถานีรถไฟชุมพรเท่านั้น ได้แก่ ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 43 กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพฯ-สุไหงโกลก และขบวนรถเร็วที่ 173 กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ขบวนรถด่วนที่ 85 กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 39 กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าไปยังจังหวัดต่างๆทางภาคใต้แล้ว สามารถติดต่อเพื่อขอคืนเงินค่าโดยสารได้เต็มราคา

สปน.พร้อมเป็นตัวกลางช่วยน้ำท่วม

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ว่า ทุกฝ่ายกำลังให้ความช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ สปน. มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยอยู่ มีหลักเกณฑ์ 3 ลักษณะ คือ 1.จ่ายให้ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท 2.เยียวยากรณีที่ทรัพย์สินเสียหายตามข้อเท็จจริง และ 3.หากทางจังหวัดร้องขอมา สปน.สามารถอนุมัติ เงินได้ทันทีเบื้องต้น 5 ล้านบาท โดยไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานหลัก ทั้งในส่วนของจังหวัด หรือกรม ป้องกันสาธารณภัย (ปภ.) สปน. เป็นเพียงส่วนสนับสนุน ตอนนี้ สปน.ยังไม่มีการเปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคจากหน่วยงานหรือประชาชนทั่วไป แต่ประชาชน ที่ต้องการช่วยเหลือหรือบริจาคอะไร สามารถใช้บริการ สายด่วน 1111 เพื่อแสดงเจตจำนงได้ และพร้อมเป็นตัวกลางรับมอบถุงยังชีพนำไปส่งมอบให้ประชาชน

สั่งทุกสนามบินพร้อมรับมือ

นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่า ได้ให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานในพื้นที่ติดตามพร้อมรายงานสถานการณ์อย่างทันที ขณะนี้ สถานการณ์น้ำบริเวณท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช มีน้ำเริ่มเข้าบริเวณหัวรันเวย์19 จึงมีความจำเป็นต้องปิดระบบไฟนำร่องและเครื่องช่วยเดินอากาศ และแจ้งประกาศ NOTM ขอปิดการทำการบิน 2 วัน คือวันที่ 6-7 ม.ค. 2560 หรือเมื่อสถานการณ์น้ำคลี่คลาย เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน กรมท่าอากาศยานได้ประสานกับสายการบินให้ช่วยเหลือผู้โดยสาร และแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน การคืนตั๋ว และมีบางส่วนที่สายการบินจัดบริการรถเพื่อนำผู้โดยสารไปส่งยังสนามบินใกล้เคียง เช่น ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมประสานสายการบินให้เพิ่มเที่ยวบินพิเศษ เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องการเดินทาง

สวนยางกระทบกว่า 5 แสนไร่

นายธีรวัฒน์ เดชทองคำ รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านธุรกิจและปฏิบัติการ กล่าวว่า กยท. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพถึงมือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมให้กำลังใจ และสำรวจความเสียหายเบื้องต้นไปแล้ว 8 จังหวัด ได้แก่ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และตรัง โดยชาวสวนยางภาคใต้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ 60,338 ราย มีพื้นที่ ได้รับความเสียหายทั้งหมด 531,876 ไร่ แบ่งเป็น จ.นครศรีธรรมราช 41,932 ราย มีพื้นที่เสียหาย 416,133 ไร่ จ.พัทลุง 17,331 ราย มีพื้นที่เสียหาย 105,944 ไร่ จ.ตรัง 700 ราย มีพื้นที่เสียหาย 7,250 ไร่ จ.สงขลา 353 ราย มีพื้นที่เสียหาย 2,396 ไร่ และ จ.นราธิวาส 22 ราย มีพื้นที่เสียหาย 153 ไร่ อย่างไรก็ตาม หลังจากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ของ กยท. เข้าไปประเมินความเสียหายของพื้นที่สวนยางที่ถูกน้ำท่วม พร้อมทั้งให้คำแนะนำดูแลสวนยางที่ถูกน้ำท่วมขัง เพื่อฟื้นฟูสวนยางอย่างถูกวิธี

สั่งสำรองยาช่วยผู้ป่วย

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้กำชับให้สถานบริการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงบริการยากลำบาก โดยส่วนกลางได้สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ ไปแล้วกว่า 200,000 ชุด ขณะนี้มีสถานบริการได้รับผลกระทบ 102 แห่งใน 9 จังหวัด ได้แก่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง นราธิวาส ตรัง สงขลา ยะลา ปัตตานี และชุมพร ยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ มีสถานบริการที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดอีก 66 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้มอบหมายให้ นพ.เจษฎา ฉายคุณรัฐ สาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 11 ไปประจำ ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด่านหน้าของกระทรวงมหาดไทยที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมวางแผนช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันก็ได้ย้ายผู้ป่วยหนักจาก รพ.ชะอวด ไปยัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช 8 ราย อีก 40 รายเป็นผู้ป่วยทั่วไป หากน้ำไม่ลดในวันที่ 7 ม.ค. มีแผนจะส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลใกล้เคียง พร้อมสั่งการให้องค์การเภสัชกรรมผลิตยาชุดน้ำท่วมสำรองไว้ให้เพียงพอ

สังเวยน้ำท่วมแล้ว 6 ศพ

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน 9 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร รวม 68 อำเภอ 381 ตำบล 2,507 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ภาพรวมสถานการณ์ยังมีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จนถึงวันที่ 8 ม.ค. คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ปภ.ได้ประสานจังหวัดดังกล่าวและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที