ดีเดย์ 1 ก.ค. ใช้ไมโครบัส ทยอยแทนรถตู้โดยสาร - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ดีเดย์ 1 ก.ค. ใช้ไมโครบัส ทยอยแทนรถตู้โดยสาร

ล้อมคอกโศกนาฏกรรมสลดรถตู้ประสานงาปิกอัพย่างสด 25 ศพ รมช.คมนาคม ดีเดย์ 1 ก.ค. เริ่มเปลี่ยนรถตู้โดยสารเป็นรถไมโครบัส 20 ที่นั่ง โดยเฉพาะหมวด 2 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด 6,431 คัน ต้องเปลี่ยนทั้งหมดในสิ้นปีนี้ พร้อมเล็งยกเลิกใบอนุญาตรถตู้โดยสารสาธารณะส่วนบุคคล นายกฯสั่งใช้ ม.44 เร่งสางปัญหาข้อกฎหมายล่าช้า รอง ผบ.ตร. โร่ตรวจซากรถมรณะ คาดแรงกระแทกทำถังน้ำมันรั่วจนเกิดประกายไฟลุกพึ่บ กาชาดจังหวัดจันทบุรีหาทางช่วยสร้างบ้านให้พ่อแม่ผู้สูญเสียลูกสาวยอดกตัญญู สุดรันทดศพครอบครัว 4 คน พ่อแม่ลูกถูกคลอกตายคารถปิกอัพเข้าเมรุไม่ได้ ชาวบ้านช่วยกันตั้งกองฟอนทำพิธีเผาแบบโบราณ

จากอุบัติเหตุรถตู้โดยสารสายจันทบุรี-กรุงเทพฯ เสียหลักตกร่องกลางถนนข้ามเลนพุ่งชนประสานงารถปิกอัพที่วิ่งสวนทางมาบนถนนสายบ้านบึงแกลง ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จนเกิดไฟลุกไหม้รถทั้งสองคันย่างสดผู้เสียชีวิตรวม 25 ศพ กลายเป็นโศกนาฏกรรมสยองรับปีใหม่ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวางมาตรการป้องกันเหตุสลดซ้ำรอย ความคืบหน้าเมื่อช่วงสายวันที่ 6 ม.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.พิสิฏฐ โปรยรุ่งโรจน์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ดุษฎี กุญชร ณ อยุธยา ผกก.สภ.บ้านบึง ไปตรวจที่เกิดเหตุและไปตรวจสอบรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร กับรถปิกอัพอีซูซุ สีเทา ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ที่เก็บซากรถทั้ง 2 คันไว้ข้างวัดเจริญธรรม เขตเทศบาลเมืองบ้านบึง พ.ต.อ.ดุษฎี เผยว่า รอง ผบ.ตร. กับคณะเดินทางมาตรวจสอบรถตู้กับรถปิกอัพที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อเก็บข้อมูลหาสาเหตุ คาดเกิดจากถังน้ำมันรั่วจากการกระแทกอย่างแรง และมีประกายไฟไปติดน้ำมันที่ไหลออกจากรอยรั่วจนเกิดลุกไหม้ขึ้น

นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รอง ผวจ.จันทบุรี พร้อมคณะ ไปที่วัดซอยสอง ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.ดารณี หรือหนู พลายคง อายุ 28 ปี ลูกจ้างบริษัทขนส่งพัสดุแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง กทม. หนึ่งในเหยื่อรถตู้มรณะ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า นายบุณณ์เมศ พลายคง และนางนงเยาว์ คำสี พ่อและแม่ของ น.ส.ดารณีเผยว่า ลูกสาวเป็นเสาหลักของครอบครัวที่ทำงานเก็บเงินส่งพ่อแม่เพื่อให้สร้างบ้านอยู่อาศัยแทนกระต๊อบในสวนยางของนายจ้าง นางนงเยาว์ผู้เป็นแม่เพิ่งขาหักจากอุบัติเหตุก่อนลูกเสียชีวิต ช่วงที่ติดต่อขอรับศพลูก ต้องไปกู้เงินมา 30,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายการเดินทางและจัดการงานศพ

นางสุจิตรา ศรีนาม นายกเหล่ากาชาด จ.จันทบุรี เผยว่า นอกจากการช่วยเหลือตามระเบียบราชการ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ เบื้องต้นรายละ 7 แสนบาท และเงินช่วยสมทบของจังหวัดแล้ว ทางกาชาดเตรียมหาแนวทางช่วยเหลือสร้างบ้านให้ครอบครัวของ น.ส.ดารณี เพื่อได้มีที่อยู่อาศัยอย่างถาวร สนองเจตนาความกตัญญูของลูกสาวที่ตั้งใจไว้ก่อนเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

สำหรับศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตู้มรณะ ส่วนใหญ่เป็นชาว จ.จันทบุรี ทยอยประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 7 ม.ค. อาทิ น.ส.ศิริพร หนุนเกื้อกูล ที่วัดเขาวงกต อ.แก่งหางแมว นายกันตินันท์ หรือคิว ไทยตรง อดีตนักบาสเกตบอลเยาวชน จ.จันทบุรี ประกอบพิธีมิสซาฝังศพ ที่โบสถ์คริสต์ท่าแฉลบ น.ส.หทัยทิพย์ หมดภัย หรือน้องเจเจ MC บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล ที่วัดคมบาง น.ส.หนึ่งฤทัย ปันขัด ที่วัดพลับพลา น.ส.ภัทราวรรณ รื่นเริง ที่วัดใหม่เมืองจันทบุรี และศพ 2 พ่อลูกที่มาในรถกระบะ ที่วัดคลองบอน อ.นายายอาม ส่วนพิธีฌาปนกิจวันที่ 8 อาทิ นายประกาศิต รัตนตันหยง นักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายพรหมพต กอศิริวรานนท์ หรือน้องกันต์ นิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่วัดป่าคลองกุ้ง น.ส.หทัยรัตน์ บุญฤทธิ์ พนักงานระดับ 7 ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ที่วัดจันทนาราม น.ส.ดารณี พลายคง ที่วัดซอยสอง อ.แก่งหางแมว และวันที่ 9 ม.ค. นางวิมล ธีระนิธิ ครูอัตราจ้าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่วัดบ่อเวฬุ อ.ขลุง น.ส.ภัทรวรรธน์ ทรัพย์จันทร์ ที่วัดเกาะขวาง

ด้านนายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผวจ.เลย พร้อมคณะ เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 297 หมู่ 1 บ้านห้วยโตก ต.นาโป่ง อ.เมืองเลย สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.ดวงฤทัย หรือน้องแพน วงศ์ศิริวิบูลย์ อายุ 21 ปี หนึ่งในเหยื่อรถตู้มรณะ เพื่อเยี่ยมปลอมขวัญ จ.ส.อ.สุดใจ วงศ์ศิริวิบูลย์ อายุ 70 ปี และนางทองพิธ มูลศิริ อายุ 61 ปี พ่อแม่ของน้องแพน พร้อมแจ้งสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือ อาทิ ประกันสังคม 40,000 บาท พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ 300,000 บาท ประกันสมัครใจของพุทธสมาคม ประกันภัย จำกัด จ.ชลบุรี เป็นค่าปลงศพ 35,000 บาท ค่าสินไหมทดแทนอีก 265,000 บาท เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

ที่วัดบ้านหว้า หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ นายตึ๋ง สิงขรณ์ ผญบ.บ้านหว้า นำลูกบ้านกว่า 20 คนช่วยกันจัดทำกองฟอน หรือเตาเผาศพแบบโบราณ เพื่อเตรียมฌาปนกิจศพนายน้อย และนางนอง หาญเสมอ สองผัวเมียพร้อมลูกชายและลูกสาวอีก 2 คนที่เสียชีวิตในรถปิกอัพที่ถูกรถตู้พุ่งชนประสานงา นายตึ๋งกล่าวว่า เนื่องจากการเสียชีวิตในครั้งนี้มี 4 ราย เผาในเมรุไม่ได้ ตนกับชาวบ้านและญาติผู้เสียชีวิตจึงตกลงร่วมกันว่า จะตั้งกองฟอนเผาแบบโบราณ โดยชาวบ้านนำฟืนจากบ้านมาบริจาคร่วมกัน และช่วยกันตั้งกองฟอนไว้ 4 กองสำหรับเผาพ่อแม่และลูกทั้งสองคนในวันที่ 7 ม.ค.นี้

ส่วนแผนการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะโดยการเปลี่ยนไปเป็นรถไมโครบัส เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการโดยสารและลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เผยว่า ได้ให้นโยบายหน่วยกับงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป จะต้องเริ่มทยอยปรับเปลี่ยนรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 วิ่งให้บริการ กทม.-ต่างจังหวัด และหมวด 3 วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัดกับจังหวัด เป็นรถไมโครบัส ให้เริ่มพร้อมกันทั้ง 2 หมวด สำหรับรถตู้หมวด 2 ปัจจุบันมี 6,431 คัน เบื้องต้นได้หารือกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ในฐานะเจ้าของสัมปทานแล้ว และกำหนดให้ บขส.ต้องเร่งรัดให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเป็นรถไมโครบัสให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในสิ้นปี 60 เนื่องจากเป็นรถหมวดที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบ่อยและเกิดความสูญเสียรุนแรง บขส.รับปากว่าจะปรับเปลี่ยนรถหมวด 2 ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่ารถไมโครบัสจะมีราคาแพงกว่ารถตู้ แต่มีความปลอดภัย อายุการใช้งานมากกว่า บรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่าคือประมาณ 20 ที่นั่ง ขณะที่รถตู้บรรทุกได้แค่ 14 ที่นั่ง ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการถูกลง รวมทั้งการใช้รถตู้เป็นรถโดยสารสาธารณะยังเป็นการใช้รถที่ผิดวัตถุประสงค์อีกด้วย จึงต้องเร่งรัดเปลี่ยนรถหมวด 2 ให้เสร็จก่อน

รมช.คมนาคม กล่าวถึงรถตู้หมวด 3 ปัจจุบันมี 2,771 คัน ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตั้งเป้าให้ทยอยเปลี่ยนพร้อมกับหมวด 2 แต่จะยืดหยุ่นกรอบเวลาแล้วเสร็จให้นานกว่า เพราะมีจำนวนเส้นทางเดินรถ ความถี่ในการเดินรถ และสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่น้อยกว่าหมวด 2 แต่จะต้องเริ่มทยอยเปลี่ยนพร้อมกันทั้ง 2 หมวด ทั้งนี้ ยอมรับว่าการเร่งรัดให้ปรับเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัสอาจจะกระทบต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่เป็นสิ่งจำเป็นต้องทำเพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร ซึ่งต่อไปผู้ประกอบการจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย อาจจะออกมาตรการจูงใจให้มีการปรับเปลี่ยนรถ ด้วยการขยายอายุสัมปทานการเดินรถให้ จากปกติที่ให้สัมปทาน ครั้งละ 3 ปี การประสานกับสถาบันการเงินของรัฐบาลในการปล่อยกู้เพื่อจัดซื้อรถไมโครบัส และการช่วยประสานเรื่องการนำรถตู้เก่าขายทอดตลาด ส่วนมาตรการขอยกเว้นภาษีนำเข้ารถไมโครบัสอาจยังไม่จำเป็นในขณะนี้

สำหรับมาตรการระยะยาว นายพิชิตกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการรถตู้โดยสารสาธารณะ มีแนวคิดจะยกเลิกการออกใบอนุญาตประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะส่วนบุคคล โดยกำหนดให้การประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะจะต้องดำเนินการในลักษณะของนิติบุคคลเท่านั้น เนื่องจากต้องการให้ผู้ประกอบการมีส่วนในการกำกับดูแลกันเองและให้มีความรับผิดชอบต่อการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นๆ ด้วย

พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. ยอมรับว่าปัจจุบันมีรถตู้โดยสารสาธารณะที่เป็นส่วนบุคคลจำนวนมาก รถตู้หมวด 2 จำนวน 6,431 คัน เป็นรถส่วนบุคคลมากกว่า 4,000 คัน บขส.จะต้องหารือเพื่อจัดทำแนวทางบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการกลุ่มนี้ด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีที่มีรถคันเดียว ภายในเดือน ม.ค.นี้ บขส.จะเชิญผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะทั่วประเทศเข้ามาประชุมเพื่อรับฟังแนวทางการปรับเปลี่ยนรถโดยสารเพื่อความปลอดภัย บขส.จะต้องรับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการให้รอบด้านด้วย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระทรวงคมนาคมเสนอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ปัญหารถตู้สาธารณะว่า การแก้ปัญหานี้เป็นข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุรถตู้ชนรถกระบะจนมีผู้เสียชีวิต 25 คนอย่างเดียว ก่อนหน้านี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เสนอร่าง พ.ร.บ.การจราจร ทางบก ให้ ครม.พิจารณาเข้ามาแล้ว และยังมีคณะ กรรมการเกี่ยวกับความปลอดภัยจากการจราจรทางบก ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้เสนอมาตรการต่างๆเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เมื่อเดือน ต.ค.59 หลายอย่างต้องออกกฎหมายอาจล่าช้า เมื่อเกิดเหตุรถตู้ชนรถกระบะขึ้น นายกฯจึงสั่งการให้ดึงเอาบางเรื่องมาใช้มาตรา 44 ออกไปพลางก่อน ส่วนกฎหมายก็แก้กันไป เสร็จเมื่อไรมาตรา 44 เรื่องนี้ก็หมดไป

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก สตช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยยกกรณีอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นตัวอย่าง ทำให้เห็นข้อบกพร่องซึ่งเคย พิจารณากันมาแล้ว เช่น การใช้รถ สภาพรถ ความเร็ว คุณภาพผู้ขับขี่ จึงให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาอะไรเร่งด่วนให้เสนอมาที่ตน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อะไรต้องเสนอต่อสภาฯก็ให้ดำเนินการไป ส่วนรถตู้ที่เกิดเหตุถือเป็นรถที่มีสภาพไม่เหมาะสมเป็นรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีใช้อยู่ในประเทศไทยจำนวนมาก ตำรวจนำข้อมูลมาแสดงให้ดูในที่ประชุม เห็นว่ามีปัญหาที่ตัวรถ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูว่าอะไรที่ใช้กฎหมายปกติได้ก็ทำไป อะไรที่เร่งด่วนก็จะใช้มาตรา 44 ไปพลางก่อน เมื่อถามว่า ในอนาคตจะไม่มีการใช้รถตู้เพื่อให้บริการขนส่งสาธารณะใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า แต่ละหน่วยงานมีมาตรการของเขาอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ได้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีไปแล้วว่ารถตู้ขนส่งสาธารณะจะหมดไปในปี 2562 เพราะสภาพไม่เหมาะกับการขนส่งสาธารณะ

** ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ **



advertisement