บริการข่าวไทยรัฐ

20-21 ม.ค. งดสักการะ ครบ 100 วัน 'สวรรคต'

วอนปชช.ที่เข้าคิวรอ ช่วยกันลดปัญหาขยะ

สำนักพระราชวังงดการถวายสักการะพระบรมศพ ในวันที่ 20-21 ม.ค. เนื่องในวันครบรอบ 100 วันแห่งการสวรรคต เผยนายกฯไม่อยากให้มีการทำอาหารสดรอบสนามหลวง อยากให้จัดเป็นกล่องพร้อมน้ำดื่ม วอนประชาชนช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะเกลื่อนกลาด ขณะที่ กอร.รส.เริ่มทดลองแจกขวดน้ำที่ใช้แล้วไม่ทิ้งให้ประชาชนที่มาเข้าคิวรอ ถวายสักการะพระบรมศพ โดยจะมีจิตอาสาคอยเติมน้ำให้หากน้ำหมดขวด ลดปัญหาขยะขวดน้ำ นักเรียนผู้บกพร่องทางการได้ยิน เผยซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณอยากให้ประชาชนยึดแบบอย่างการเป็น “พ่อที่ดี” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 หนุ่มหาดใหญ่วิ่งกว่า 1 พันกิโลเมตร มาถวายสักการะพระบรมศพ

ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 6 ม.ค. พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศยังคงเดินทางมาร่วมแสดงความไว้อาลัย ถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อประเทศและปวงชนชาวไทย ประชาชนจำนวนมากที่ส่วนใหญ่เดินทางมาเป็นหมู่คณะ และครอบครัว จากจังหวัดต่างๆ อาทิ ปราจีนบุรี แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร เลย ทยอยเดินทางเข้ามาต่อแถวและนั่งอยู่ภายในเต็นท์พักคอยในสนามหลวง เพื่อรอเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวังและสำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชน ได้เข้าไปถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 04.45 น.

ส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น ที่จุดคัดกรองทั้ง 8 จุดรอบพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ต่างๆ คอยตรวจบัตรประชาชน สัมภาระ รวมทั้งค้นตัวทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนที่จะเข้ามาบริเวณท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังอย่างละเอียด แต่เนื่องจากมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากทำให้ที่บริเวณประตูทางเข้าด้านท่าช้างมีประชาชนต่อแถวกันยาวเหยียด และต้องเสียเวลาก่อนที่จะผ่านจุดคัดกรองมาได้ อย่างไรก็ตาม ที่จุดคัดกรองประตูท่าช้าง ผู้สื่อข่าวสังเกตพบว่ามีพ่อค้าหลายรายที่แฝงตัวเข้ามาเป็นจิตอาสายืนคอยจัดคิวให้ประชาชนที่จะผ่าน เข้ามาเข้าแถว และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเผลอ จะนำเอาเข็มกลัดติดเสื้อเลข 9 ออกมาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคา 3 อัน 100 บาท ไม่เกรงกลัวต่อคำสั่งห้ามที่ทาง กทม.ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งๆ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่นับสิบนาย

ในจำนวนผู้มาถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีนายพงศ์พณิช อินทรีย์ นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนโสตศึกษาชลบุรี เป็นนักเรียนผู้บกพร่องทางการได้ยิน บอกเล่าความรู้สึกผ่านภาษามือ ภายหลังได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ว่า เมื่อทราบข่าวรัชกาลที่ 9 สวรรคต รู้สึกเสียใจมาก ตนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงไม่ทอดทิ้งเด็กๆ ผู้พิการ ทรงให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา ให้นักเรียนพิการเรียนผ่านการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (ไกลกังวล) มีคู่มือของครูเพื่อให้สอนนักเรียนด้วย ได้ซึมซับเรื่องราวของพระองค์มาตลอดผ่านการเรียนการสอนของโรงเรียน ทั้งเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรมคำสอนต่างๆ วันนี้ภูมิใจมากที่ได้เข้ากราบพระบรมศพ จะนำประสบการณ์ไปบอกต่อเพื่อนๆ ที่ชั้นเรียน เพราะมีหลายคนอยากมาแต่ไม่มีโอกาส ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของการให้ในทุกรูปแบบ รวมถึงเป็นตัวอย่างที่ดีของประชาชนในการเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ และอยากให้พ่อทุกคนยึดตามแบบอย่างที่ดีนั้นด้วย

ช่วงสาย นายวิเชนทร์ ฆังคมณี อายุ 44 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ที่ออกวิ่งจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระบรมมหาราชวัง มาถึงสนามหลวงและกล่าวด้วยความภูมิใจว่า เป็นนักวิ่งมา 19 ปี เคยตั้งปณิธานไว้ตอนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ว่า อยากวิ่งเทิดพระเกียรติ แต่ก็ไม่มีโอกาส ช่วงที่พระองค์ท่านประทับอยู่โรงพยาบาลศิริราช ก็อยากจะวิ่ง แต่ติดภารกิจเรื่องงาน เมื่อพระองค์สวรรคต รีบเคลียร์งานทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วออกวิ่งเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. อุปสรรคที่เจอคือบาดเจ็บข้อเท้า รวมถึงสภาพอากาศ เพราะฝนหนัก ต้องติดฝนตกอยู่ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 2 คืน แต่ไม่ย่อท้อ เพราะตั้งใจจะมาถวายสักการะพระบรมศพให้ได้ ใช้เวลาวิ่งทั้งหมด 18 วัน ในชีวิตไม่เคยมีโอกาสได้เห็นพระองค์ท่าน แต่พระองค์ได้สร้างประโยชน์และความเจริญให้กับคนไทย รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ระยะทางที่ตนวิ่งมาเทียบไม่ได้กับพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทำมาตลอด 70 ปี ดีใจที่ทำความตั้งใจนี้สำเร็จ แต่เสียใจที่มาเริ่มออกวิ่งในวันที่พระองค์ไม่อยู่แล้ว

ขณะที่สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. หลังปิดการขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 6 ม.ค. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 40,970 คน รวม 66 วัน 2,863,889 คน มีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,712,070.75 บาท รวม 66 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 233,176,043.25 บาท
ส่วนการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันเดียวกันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สถาบันวัคซีนแห่งชาติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล โรงพยาบาลบ้านแพ้ว กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ องค์การเภสัชกรรม เขตสุขภาพที่ 5 เขตสุขภาพที่ 6 เขตสุขภาพที่ 7 เขตสุขภาพที่ 8 สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และ คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล

เวลา 14.49 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า จุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมาบำเพ็ญพระกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิต คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล

เวลา 15.30 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอร.รส. กล่าวภายหลังจากการประชุม กอร.รส.ว่า หลังจากนี้ในการจัดการปัญหาขยะให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ จะปรับระบบใหม่ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย เพราะขณะนี้ปัญหาขยะจากขวดน้ำมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. จะทดลองแจกขวดน้ำให้กับประชาชน ที่จุดเข้าคิวฝั่งตรงข้ามศาลฎีกาให้ประชาชนคนละ 1 ขวด จะมีจิตอาสาคอยแจ้งให้กับประชาชนให้เก็บขวดน้ำไว้อย่าทิ้ง และจะมีจิตอาสาคอยเติมน้ำดื่มให้ถึงที่ ส่วนในอนาคตมีแผนลดปริมาณภาชนะที่ใส่อาหารที่เป็นขยะ โดยจะเชิญชวนให้ประชาชนนำช้อน จาน มาจากบ้านมารับอาหารที่สนามหลวง เพื่อลดปริมาณขยะและลดโลกร้อน ตามแนวพระราช ดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องความพอเพียง

ในเวลา 19.00 น. คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ องค์การเภสัชกรรม เขตสุขภาพที่ 5 เขตสุขภาพที่ 6 เขตสุขภาพที่ 7 เขตสุขภาพที่ 8 เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

วันเดียวกัน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) นายออมสินกล่าวหลังการประชุมว่า ที่ประชุมหารือถึงการเตรียมงานต่างๆ โดยวันที่ 20-21 ม.ค. จะหยุดกิจกรรมรอบสนามหลวงทั้งหมด รวมถึงการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันครบรอบ 100 วันการสวรรคต และจะเปิดในวันที่ 22 ม.ค. จนครบ 1 ปี นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการเตรียมอาหารเพื่อรองรับประชาชน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีดำริว่า ไม่อยากให้มีการทำอาหารสดที่สนามหลวง แต่อยากให้ทำอาหารกล่อง จัดเป็นชุด พร้อมน้ำดื่ม และขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันดูแลความสะอาดในพื้นที่ ทิ้งขยะในจุดที่จัดไว้ให้ ทั้งนี้ ได้ลดจุดทำอาหารสำหรับบริการประชาชน 17 จุด เป็น 6 จุด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบเสื้อสีดำจากนายจุติ–นันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และคณะ จำนวน 60,400ตัว หลังจากก่อนหน้านี้นำมามอบให้ สปน.จำนวน 39,600 ตัวแล้ว เมื่อรวมกับวันนี้เป็นจำนวน 100,000 ตัว สปน.จะนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้นายจิรชัยยังได้รับมอบข้าวสารจากกลุ่มเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ นำโดยนายนิวัติ น้อยผาง ปลัดจังหวัดสุรินทร์ พร้อมคณะ เพื่อนำไปมอบให้มูลนิธิจิตอาสา ไปประกอบอาหารเลี้ยงประชาชน ที่มาถวายสักการะพระบรมศพ จำนวน 130 ตัน

นางวิจิตร ไชยวิจิตร รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านช่างสิบหมู่ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ม.ค. ตนพร้อมคณะช่างปิดทองประดับกระจก ช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต จะเดินทางไปยังโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช สำหรับพระมหาพิชัยราชรถที่ใช้ในการอัญเชิญพระบรมโกศ จะต้องเปลี่ยนกระจกที่หมองคล้ำหลุดล่อนใหม่ทั้งองค์ โดยเฉพาะส่วนฐานของราชรถ ที่ลวดลายชำรุด เปลี่ยนผ้าม่านบุษบกขึ้นแบบฉัตรชั้นเบญจาประจำราชรถใหม่เพื่อให้สมพระเกียรติยศ สำหรับราชรถน้อย สำหรับพระนำอ่านพระอภิธรรมนำกระบวน จะดูลวดลายของไม้แกะสลักลงรักปิดทองบางส่วนที่เสื่อมสภาพ เช่นเดียวกับพระที่นั่งราเชนทรยานนั้น จะต้องอัญเชิญมาบูรณะซ่อมแซมใหม่เกือบทั้งองค์ ส่วนการร่างแบบลวดลายของเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศใหม่ ได้แก่ ราชรถรางปืน และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย คืบหน้าไปมาก