บริการข่าวไทยรัฐ

จับแก๊งแขกขาว พ้นคุกบางขวางไม่ถึงปี งัดบ้านผู้พิพากษา ขโมยตู้เซฟ

รอง ผบ.ตร. ร่วมภาค 7 ตร.นครปฐม แถลงจับแก๊งแขกขาวงัดบ้านผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอยุธยา ยกตู้เซฟ ภายในมีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2 ล้าน พบประวัติเพิ่งพ้นคุกบางขวาง ต้นปี 59 เร่งล่าคนหลบหนีอีกราย สั่งขยายผลร้านรับซื้อ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 ม.ค. 60 ที่ สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ปป.1) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา รรท.ที่ปรึกษา สบ10 พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รรท.ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รรท.ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวจับกุมคนร้ายแก๊งต่างชาติลักทรัพย์ตู้เซฟบ้านผู้พิพากษา ได้ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ 4 คน หลบหนีไปได้ 1 คน รวม 5 คน ประกอบด้วย 1.นายฌอน ปิแอร์ แอนเดรส ชาวตุรกี 2.นายเอนริเก้ ออตเตก้า ชาวตุรกี 3.นายเบญจามิน อีเซล โมโกยอน โลเปซ ชาวตุรกี 4.นายเช็ค มูหามัต สาลีม ราธพุธ ชาวปากีสถาน

ทั้ง 4 ถูกจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าเขตสายไหม กทม. ส่วน นายมาร์โค (ไม่ทราบนามสกุล) อายุประมาณ 35-40 ปี ผู้ต้องหาคนที่ 5 หลบหนีไปได้ ซึ่งศาลจังหวัดนครปฐม ออกหมายจับทั้งหมดลงวันที่ 6 ม.ค. 60 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในเคหสถานในเวลากลางคืน พร้อมด้วยของกลางทองรูปพรรณ ธนบัตรชนิดต่างๆ และทรัพย์สินอื่นๆ ที่ตรวจยึดได้รวม 159 รายการ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เหตุเกิดที่หมู่บ้านอิมเมจเพลสเลขที่ 2/150 กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อตอนค่ำของวันที่ 15 ธ.ค.59


พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 59 เวลา 21.00 น. สภ.โพธิ์แก้ว ได้รับแจ้งจาก นางลัคนา แซ่ตั้ง อายุ 44 ปี ภรรยาของ นายนพรัตน์ บุญจร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า ที่บ้านดังกล่าวถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนงัดบ้านยกเอาตู้เซฟในห้องนอนชั้น 2 ไป ขณะที่ไม่มีคนอยู่บ้าน หลังจากรับแจ้งรายงานผู้บังคับบัญชา จากนั้นตรวจที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดโดยรอบจนทราบว่า รถและรูปพรรณคนร้ายว่าเป็นชาวต่างชาติ ใช้รถยนต์นิสสัน เซลฟี่ สีดำ จากนั้นจึงประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สวนพลู) กทม. จนทราบว่าเป็นแก๊งแขกขาว ก่อคดีมาแล้วในพื้นที่นครบาล 8-9 คดี และถูกจับกุมตัวได้เมื่อปี 2555 เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เมื่อต้นปี 2559 ถูกส่งตัวกลับประเทศไปแล้ว แต่ลักลอบเข้ามาใหม่ จากนั้นตำรวจออกตรวจสอบจนพบว่าซ่อนตัวอยู่ที่ห้องเช่าเขตสายไหม กระทั่งนำมาซึ่งการจับกุม

สอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า นายฌอน นายเอ็นริเก้ และ นายมาโคร เป็นคนงัดหน้าต่าง ก่อนบุกเข้าไปค้นเอาทรัพย์สินและยกตู้เซฟออกมา ส่วน นายเบนจามิน กับ นายเช็ก เป็นคนดูต้นทาง เมื่อขนทรัพย์สินออกมาจากบ้านแล้วนำมาขึ้นรถยนต์ โดยมี นายฌอน เป็นคนขับ ส่วนทรัพย์สินที่ได้ไปจะทยอยขายให้กับคนไทยซึ่งมีที่รับซื้อ ส่วนรถยนต์ที่ก่อเหตุ นายมาโคร เป็นคนเช่ามาจากเต็นท์รถใน จ.อุดรธานี หลังจากก่อเหตุก็ขับรถไปคืนแล้วนั่งรถโดยสารกลับมา

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ นำทีมออกตามล่าตัวคนที่ยังหลบหนี และขยายผลถึงแหล่งที่รับซื้อซึ่งเป็นคนไทย ต้องจับให้หมด ถือว่าเป็นกลุ่มคนอันตราย พร้อมกับกล่าวชมเชยคณะทีมนายตำรวจที่ประสานงานกันจนจับกุมตัวแก๊งคนร้ายต่างชาติได้ ถือเป็นผลงานระดับประเทศ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านเกิดเหตุ ซึ่งเสร็จสิ้นในเวลา 18.30 น.