วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปภ.สุราษฎร์ธานี สรุปน้ำท่วมเดือดร้อน 8 อำเภอ ทล.41ขาขึ้นกทม.ใช้ได้แล้ว

ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัย จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุด ปภ.จังหวัดรายงานมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนใน 8 อำเภอ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ขณะที่ผู้ว่าฯ สั่งการให้เร่งตรวจสอบความเสียหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัย...

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2560 ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายศุภวัชร ศักดา รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนตกหนักติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 2 – 6 ม.ค.2560



จากรายงานของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ว จำนวน 8 อำเภอ คือ กาญจนดิษฐ์ บ้านนาสาร ดอนสัก เมือง ท่าชนะ เกาะสมุย ไชยา และ อ.บ้านนาเดิม ปริมาณน้ำฝนในชุมชนพื้นที่เสี่ยงภัยมากสุด ได้แก่ บ้านคลองคราม หมู่ที่ 8 ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก วัดได้ 315 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ที่บ้านนาตาดี หมู่ที่ 1 ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก วัดได้ 200 มิลลิเมตร ขณะที่บ้านหน้าถ้ำ หมู่ที่ 13 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ วัดได้ 175 มิลลิเมตร

ขณะที่ รายงานผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยมี 3 ศพ คือ นายบุญรอด หงษ์ศิริ อายุ 67 ปี ม.6 ต.ปากหมาก อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ถูกน้ำป่าพัดร่างหายไปขณะเกิดน้ำหลากเมื่อวันที่ 5 ม.ค. พบร่างติดอยู่กับพงหญ้าริมคลองปากหมาก หลังวัดห้วยตาหมิง ห่างจากบ้านจุดที่เกิดเหตุ 1 กิโลเมตร รายที่ 2 นายถวิล แก้วอำไพ อายุ 71 ปี ถูกน้ำป่าซัดขณะที่พยายามออกไปเก็บของภายในบ้านที่ถูกน้ำพัดออกจากบริเวณบ้าน และ ด.ช.นภัทร ประสิทธิกุล อายุ 11 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.ท่าทอง อ.กาญจนดิษฐ์ ขณะเล่นน้ำท่วมบริเวณบ้านพัก

ส่วนความเสียหายด้านการเกษตร อยู่ระหว่างการสำรวจ เช่น ที่หมู่ 10 บ้านปากฮาย ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาหลวงเขตรอยต่อ จ.นครศรีธรรมราช เข้าท่วมพื้นที่ในช่วงเวลา 05.30 น. วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายจากน้ำป่าและเศษซากไม้ ดินโคลนจำนวนหลายหลัง โดยเฉพาะบ้านของนายผัน จันทร์ภัคดี อายุ 49 ปี ชาวบ้าน หมู่ 10 ต.คลองสระ เปิดบ้านเป็นร้านขายของชำ บริเวณตีนสะพานข้ามคลองฮาย ถูกน้ำป่าพัดพังราบทั้งหลัง เหลือเพียงซากเศษปูนไม่กี่ชิ้น ชาวบ้านไม่สามารถขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงได้ รถยนต์ได้รับความเสียหายมากกว่า 10 คัน สวนปาล์มน้ำมัน ยางพารา และพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้านมีดินสไลด์เป็นระยะ

ขณะที่การสัญจรถนนสายหลักพบว่า ถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 41 ที่ กม.113 อ.ไชยา ขาขึ้นกรุงเทพฯ รถยนต์สามารถผ่านได้ ส่วนคอสะพานบ้านเกาะมุกข์ อ.ท่าชนะ กม.106+380 ที่ถูกน้ำเซาะขาด ล่าสุดได้ติดตั้งสะพานแบร์ลี่แล้วเสร็จ  รถยนต์สามารถวิ่งสวนเลนได้แล้ว ขณะที่ถนนสายสุราษฎร์ฯ – นครศรีธรรมราช บริเวณบ้านคลองนา หมู่ที่ 6 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ น้ำยังท่วมถนน รถยนต์ผ่านได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง ส่วนบริเวณช่วงหน้าโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ – สถานีตำรวจทางหลวง น้ำยังคงท่วมสูง รถเล็กผ่านไม่ได้ ผ่านได้เฉพาะรถใหญ่ ในขณะที่ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี สั่งให้ทุกสถานีวางแผนแก้ไข อำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยที่ถนนสายหลัก สายรอง ซึ่งประชาชนใช้สัญจรข้ามอำเภอ จังหวัด ให้จัดตั้งจุดบริการริมถนนตรงช่วงก่อนถึงน้ำท่วมทั้งขาขึ้น/ขาล่องอำนวยความสะดวกมากที่สุด



ส่วนโรงเรียนสังกัดประถมศึกษาเขต 1 สั่งปิด 84 โรง เขต 2 สั่งปิด จำนวน 31 โรง และเขต 3 จำนวน 20 โรง โรงเรียนระดับมัธยม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีจำนวน 44 โรง ปิดการเรียนการสอน 26 โรง 

นายสุชีพ มีถม ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา กล่าวว่า ขณะนี้ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำตาปี จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำตาปี เพื่อระบายออกสู่ทะเลอ่าวไทย แต่เพื่อเป็นการป้องกันปริมาณน้ำจากคลองแสง และคลองพุมดวงไหลลงไปบรรจบกันในพื้นที่ อ.พุนพิน ขณะระบายน้ำออกสู่ทะเล ผ่านพื้นที่ อ.พระแสง เคียนซา พุนพิน ในระยะ 2-3 วันนี้ เขื่อนรัชชประภาจึงได้หยุดปล่อยน้ำตามแผนระบายน้ำ ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภาจำนวน 4,937 ลบ.ม. และสามารถรองรับได้อีก 700 ลบ.ม. โดยเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี เข้าสู่ภาวะปกติ ทางเขื่อนจึงจะดำเนินการแผนปล่อยน้ำอีกครั้ง

นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ อ.พะแสง เคียนซา บ้านนาสาร และ อ.บ้านนาเดิม เตรียมเก็บข้าวของไว้ในที่สูง เนื่องจากคาดว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จาก จ.นครศรีธรรมราช จะไหลลงมาใน 1-2 วันนี้ พร้อมได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งสำรวจตรวจสอบความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน ซึ่งหากราษฎรหรือท้องที่ใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ณ สำนักงาน ปภ.สุราษฎร์ธานี ศาลากลางจังหวัดฯ โทรศัพท์ 0-7727-5846, 0-77 27-5550 หรือสายด่วน 1784.