นายกฯ ยันรัฐไม่มีเจตนายืดโรดแม็ป ย้ำออก ม.44 เร่งเดินหน้าประเทศ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

นายกฯ ยันรัฐไม่มีเจตนายืดโรดแม็ป ย้ำออก ม.44 เร่งเดินหน้าประเทศ

นายกฯ น้อมนำพระราชดำรัสในหลวง ร.10 ช่วงปีใหม่ มาปฏิบัติเพื่อประโยชน์ประเทศ พร้อมแต่งเพลง "สะพาน" ให้ ครม. เป็นตัวกลางข้ามขัดแย้ง ย้ำออก ม.44 เร่งเดินหน้าประเทศ ชี้เลือกตั้งคำนึงถึงบรรยากาศ และความรู้สึกประชาชน ยันรัฐบาลไม่มีเจตนายืดโรดแม็ป

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ขอน้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2560 เพื่อได้ระลึกถึงและรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมน้อมนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อประโยชน์และเพื่อความสุขของพวกเราทุกคน และลูกหลานไทยในภายภาคหน้า เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเป็นแนวทางในการปฏิบัติภารกิจเพื่อส่วนรวมตลอดปีและตลอดไป ซึ่งมีใจความตอนหนึ่ง ดังนี้

"คนไทยนั้นมีจิตใจดี มีความกตัญญูกตเวที มีความเอื้ออารีต่อกัน มีความรักชาติรักแผ่นดิน เป็นคุณสมบัติประจำชาติ และมีความรู้ความสามารถไม่แพ้ชนชาติอื่นใด ดังนั้นไม่ว่าจะมีอุปสรรคปัญหา หรือเหตุไม่ปกติใดๆ เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ก็เชื่อได้ว่าถ้าเราจะร่วมกันคิดอ่าน และช่วยกันปฏิบัติแก้ไข ทุกสิ่งทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายลุล่วงไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน ขอให้ชาวไทยทุกคนตั้งใจให้แน่วแน่ ที่จะรักษาคุณสมบัตินี้ให้เหนียวแน่น และทำความคิดจิตใจให้แจ่มใส ด้วยปัญญาที่กระจ่างพิจารณาทุกสิ่งที่เกิดมีขึ้นตามความเป็นจริง โดยปราศจากอคติ ให้มีความมุ่งมั่นมีกำลังใจในอันที่จะร่วมกันปฏิบัติสรรพกิจน้อยใหญ่ ในภาระหน้าที่ตามแนวพระบรมราโชบาย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานไว้ให้งานทุกอย่างสำเร็จผล เป็นความดีความเจริญทั้งแก่ตนเอง แก่ส่วนรวมและประเทศชาติ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า

สำหรับปี พ.ศ.2560 ถือว่าเป็นปีที่สำคัญ เป็น “ปีแห่งการเตรียมการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ” เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ตามครรลองที่เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย ที่มีลักษณะเฉพาะด้วยกระบวนการที่เปิดกว้าง ต่อการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมทั้งเน้นสร้างความปรองดอง “รู้รักสามัคคี” และยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โอกาสนี้ตนขอมอบบทเพลง “สะพาน” ให้เป็นเพลงประจำของรัฐบาลนี้ และ คสช. ซึ่งปฏิบัติภารกิจในการเปลี่ยนผ่าน การปฏิรูป การสร้างความปรองดองในเวลาเดียวกัน โดยมีความหมายเป็นนัย คือเป็นตัวกลางข้ามความขัดแย้งขับเคลื่อนกลไกประชารัฐ เพราะสายน้ำที่เชี่ยวกรากใต้สะพาน คือปัญหาต่างๆ มากมาย ขอให้ใจ ครม.และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้เป็นสะพานที่เข้มแข็ง อย่าท้อถอยต่อกระแสน้ำที่รุนแรง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้เป็นที่พึ่งของประชาชน สะพานแห่งนี้จะต้องมั่นคงด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง และการบริหารบ้านเมืองที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากทุจริต ซึ่งจะสามารถนำพาประชาชนผ่านภาวะที่ยากลำบาก ไปสู่จุดหมายร่วมกัน คือ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” โดยสวัสดิภาพ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า รัฐบาลได้แก้ปัญหาเดิม และวางรากฐานการพัฒนา จนนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ในอนาคตอันใกล้ ทุกอย่างดำเนินการอย่างเป็นขั้น เป็นตอน แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และมีความยั่งยืน แทบทุกปัญหาต้องอาศัยการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ และหลายปัญหาต้องแก้ไขในระยะเร่งด่วน ด้วยการใช้อำนาจพิเศษมาตรา 44 เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งออกมาแล้วเกือบ 80 ฉบับ จากนั้นจึงไปทำกฎหมายเพื่อจัดการกับประเด็นปัญหาอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมารัฐบาลผลักดันกฎหมายสำคัญอย่างต่อเนื่องรวมแล้ว 520 ฉบับ เพราะ 10 กว่าปีที่ผ่านมาไม่สามารถออกกฎหมายได้ด้วยเหตุผลต่างๆ ซึ่ง สนช.ให้ความเห็นชอบแล้วจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการทบทวนเกือบ 200 ฉบับ เช่น พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่จะช่วยให้การกวดขันวินัยจราจรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอุบัติเหตุและการสูญเสีย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การดำเนินกิจกรรมการตอบโต้ประเด็นต่างๆ ในด้านการเมืองในปีนี้ ขอให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยบนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เป็นไปตามขั้นตอน และกระบวนการตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นปีที่สำคัญยิ่งที่พสกนิกรชาวไทยทุกคนได้แสดงเจตนาร่วมใจ ในการถวายสักการะ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมชนกนาถ สำหรับการเริ่มกระบวนการเลือกตั้ง เช่น การดำเนินกิจกรรมทางการเมือง การหาเสียง การจัดการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป จะต้องคำนึงถึงบรรยากาศ และความรู้สึกของประชาชนชาวไทยในช่วงนี้ด้วย อันเกี่ยวเนื่องกับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ และด้วยขั้นตอนตามกระบวนการนิติบัญญัติต่างๆ แล้วก็ยังคงอยู่ในกรอบของเวลา หรือ Road Map ที่เห็นว่าทุกคนทุกฝ่ายน่าจะยอมรับได้และเห็นด้วย ที่จะลดระดับการตอบโต้ทางการเมืองลงแล้วมุ่งปฏิบัติหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบให้ดีที่สุด ทั้งนี้รัฐบาลและ คสช.ไม่มีเหตุผล หรือเจตนาใดที่จะยืดระยะเวลาใดทั้งสิ้น ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ในขณะนี้เป็นอย่างดี เพียงอยากขอความร่วมมือส่วนน้อย ได้กรุณาปรับทัศนคติ และมีความเข้าใจร่วมกันไว้ด้วย และเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ต่อไป.