บริการข่าวไทยรัฐ

ชี้ รถตู้ ไม่เหมาะเป็น รถโดยสาร ‘ชัชชาติ’ ยันใช้เทคโนโลยีแก้ได้

เวทีเสวนาจุฬาฯ ชี้รถตู้ไม่เหมาะมาทำเป็นรถโดยสารสาธารณะ เผยสถิติเกิดอุบัติเหตุสูงกว่ารถบัส 5 เท่า อดีต รมว.คมนาคม "ชัชชาติ" ชี้ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหารถตู้ได้ ย้ำจีพีเอสช่วยลดอุบัติเหตุได้ผล...

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 60 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในงานเสวนา ครั้งที่ 4 เรื่องแนวทางปฏิรูป หลังโศกนาฏกรรมรถตู้ ว่า ตนเชื่อว่าปัญหาอุบัติเหตุจากรถตู้แก้ไขได้ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องจริงจัง ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม เกิดอุบัติเหตุขนาดใหญ่จากรถบัส ทำคนเสียชีวิตจำนวนมาก ตนเห็นศพจากอุบัติเหตุมาไม่น้อยกว่า 120 ศพ จึงได้จัดทำโครงการติดตั้งจีพีเอสในรถบัส เพื่อควบคุมพฤติกรรมคนขับ ความคุมความเร็วรถ หากขับเร็วกว่ากำหนดจะส่งสัญญาณเสียงเข้ามาในรถ ให้ผู้โดยสารทราบจะได้ช่วยคุมพฤติกรรมคนขับ ขณะเดียวกันจีพีเอสยังช่วยเตือนล่วงหน้าก่อนถึงทางโค้ง และสัญญาณจีพีเอสยังส่งเข้าไปที่บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) และกระทรวงคมนาคม ทำให้เราเห็นภาพรถบัสวิ่งทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง หากรถบัสวิ่งเร็วกว่ากำหนดหรือเห็นความผิดปกติ สามารถวิทยุสื่อสารไปให้ด่านตำรวจดักจับได้ ซึ่งผลจากการใช้จีพีเอสควบคุมรถบัส ทำให้ลดอุบัติเหตุได้ 80% ซึ่งรถตู้ก็สามารถติดจีพีเอสได้ แต่โครงการนี้ยังไม่ครอบคลุม ซึ่งตนเชื่อว่ากระทรวงคมนาคมทราบปัญหานี้ดี และคงกำลังทำอยู่ แต่การติดจีพีเอสอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนประชาชนต้องตระหนักในสิทธิของตนเอง ขึ้นรถตู้แล้วควรมองหาอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุ เช่น เข็มขัดนิรภัย ประตูฉุกเฉิน เป็นต้น

ด้าน นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้จุฬาฯ สูญเสียอย่างมหาศาล อยากให้ผู้เกี่ยวข้องดูเรื่องของกฎหมายว่ามีเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์หรือไม่ เช่น การใช้รถแก๊สสามารถขนส่งคนได้หรือไม่ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจำกัดความเร็ว มีการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ซึ่งต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ไม่ใช่มาปรับแค่ 6,000 บาทแล้วก็จบ ต้องใช้กรณีที่เกิดขึ้นมาปลุกจิตสำนึก ให้ความรู้แก่ประชาชนก่อนเทศกาลที่จะหยุดยาว เช่น จุฬาฯ อาจจะต้องนำกรณีนี้มารณรงค์ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้เพื่อเตือนสังคม ก่อนเทศกาลหยุดยาว 2 สัปดาห์ การใช้ ม.44 ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว แต่ถ้าหมดรัฐบาลชุดนี้แล้วเทศกาลอื่นๆ ก็จะเกิดอุบัติเหตุอีกหรือไม่ ดังนั้นจะต้องวางมาตรการระยะยาว

ขณะที่ นายศักดิ์สิทธิ์ เฉลิมพงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ตนทำวิจัยร่วมกับกรมขนส่งทางบก เรื่อง "โครงการการศึกษาความปลอดภัยรถตู้โดยสารสาธารณะ" และมีข้อเสนอต่อกรมไปแล้วเมื่อเดือน ต.ค.59 แล้ว แต่เกิดเหตุสสลดเสียก่อน โดยงานวิจัยพบว่า รถตู้ไม่เหมาะที่จะนำมาเป็นรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งดูได้จากสถิติอุบัติเหตุที่เปรียบเทียบระหว่างรถตู้กับรถบัสขขนาดสูง 1 ชั้น นั้นพบว่า รถตู้โดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถบัสสูง 1 ชั้น ถึง 5 เท่า อีกทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วไม่มีการนำรถตู้มาให้บริการสาธารณะ ดังนั้นจึงได้นำเสนอแผนแก้ไขปัญหา โดยจะต้องเปลี่ยนรถบริการสาธารณะที่วิ่งระหว่างเมืองจากรถตู้มาเป็นรถมินิบัสขนาด 20 ที่นั่ง และมีข้อเสนอให้เพิ่มสวัสดิการต่างๆ ให้กับคนขับรถตู้ เพื่อจะได้ไม่ต้องวิ่งรอกทำรอบ เพราะที่ผ่านมาพบว่า คนขับรถตู้เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ลงทุนเอง เงินรายได้จะมาจากค่าโดยสาร จึงทำให้ต้องวิ่งทำรอบเพื่อให้ได้ค่าโดยสารที่เพียงพอกับค่าเช่ารถ เป็นเหตุให้เกิดพฤติกรรมการขับรถที่แย่ๆ ดังนั้นงานวิจัยจึงเสนอให้ตัดวงจรนี้ โดยมีการจัดสวัสดิการ เงินเดือน ให้คนขับ

ส่วน นายอภิวัฒน์ รัตนวราหะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า รัฐบาลลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานมากกับเรื่องของถนน และรถไฟฟ้า ขณะที่การลงทุนเรื่องของรถตู้น้อยมาก ทั้งที่มีคนใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชนชั้นกลาง ดังนั้นก็แสดงให้เห็นว่าการให้บริการขั้นพื้นฐานไม่เป็นธรรม ดังนั้นรัฐบาลควรจะเข้ามาช่วยสนับสนุนในการลงทุนขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่มากำกับดูแลอย่างเดียว อีกทั้งอาจจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรถตู้สาธารณะให้เข้าสู่ระบบสตาร์ทอัพ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และจะต้องมีระบบห่วงโซ่ความรับผิดชอบ ระหว่างผู้ประกอบการและผู้ขับรถตู้ทั้งวิน เช่น ถ้าเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและบ่อยครั้ง วินนั้นจะต้องหยุดให้บริการ เป็นต้น.