วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลขาฯกพฐ. ลงตรวจน้ำท่วม ร.ร. 3 จชต. เสียหายรวมกว่า 200 ล้าน

(ภาพตรวจเยี่ยมน้ำท่วมจาก ปชส.จ.ยะลา)

เลขาฯกพฐ. นำคณะลงตรวจน้ำท่วม ร.ร.ยะลา พบน้ำลดลงแล้ว ขณะ 3 จังหวัดใต้มี ร.ร.ถูกน้ำท่วมมูลค่าเสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท ขณะผักในตลาดเบตง ปรับราคาต่อเนื่อง เหตุสวนจมน้ำเช่นกัน

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 60 นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคนักเรียนและคณะครู ร.ร.บ้านจะรังตาดง หมู่ 1 และ ร.ร.บ้านพรุ หมู่ 3 ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา เนื่องจากได้รับผลกระทบน้ำท่วมตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มี นายพงษ์พันธ์ ยมมาศ นายอำเภอรามัน คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ โดยคณะได้เดินตรวจสอบดูความเสียหายภายในโรงเรียน หลังสภาพน้ำที่ท่วมภายโรงเรียนเริ่มลดลง พบว่าอุปกรณ์การเรียน หนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ ได้รับความเสียหายบางส่วน โดยมีทางคณะครูและเด็กนักเรียนทยอยเก็บกวาดห้องเรียนไปบ้างแล้ว และคาดว่าจะเริ่มเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติในวันจันทร์ที่ 9 ม.ค. 59 หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำอีก รวมทั้งยังเตือนให้คณะผู้บริหารโรงเรียนว่าอย่าประมาท ให้ระวังเรื่องของปลั๊กไฟที่จมอยู่ในน้ำหลังจากที่น้ำลดแล้ว เมื่อเปิดการเรียนการสอนแล้วถ้ายังมีน้ำขังอยู่ในปลั๊กไฟอาจเกิดอันตรายต่อเด็กได้

นายการุณ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้มาดูแลโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากข้อมูลโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในส่วนของ จ.ปัตตานี มี 320 โรงเรียน ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 229 โรงเรียน เสียหายร้อยละ 70 ค่าเสียหายคิดเป็นเงิน 117 ล้านบาท จ.ยะลา มีจำนวน 212 โรงเรียน ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 30 โรงเรียน เสียหายร้อยละ 14 ค่าเสียหายคิดเป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท และที่ จ.นราธิวาส มี 359 โรงเรียน ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 159 โรงเรียน เสียหายร้อยละ 54 ค่าเสียหายคิดเป็นเงินกว่า 70 ล้านบาท รวมค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 200 ล้านกว่าบาท

ทั้งนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลทำให้ราคาผักสดภายในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกผักทางภาคใต้ ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย จนทำให้ไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา โดยเฉพาะผักชนิดใบที่ประชาชนนิยมบริโภค เช่น ผักบุ้ง ผักคะน้า ผักบุ้งจีน ผักกวางตุ้ง ผักชี พริกชี้ฟ้า มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาผักเกือบทุกชนิดปรับตัวสูงขึ้นแบบรายวัน โดยเฉพาะผักบุ้งและผักคะน้า จากกิโลกรัมละ 35 บาท เป็น 50 บาท ผักชีจากกิโลกรัมละ 120 บาท ขึ้นเป็นเป็น 150 บาท ต้นหอม จากกิโลกรัมละ 90 บาท ขึ้นเป็น 120 บาท ผักกาดหอม 90 บาท เป็น 120 บาท และพริกชี้ฟ้าแดง จากขีดละ 12 บาท ขึ้นเป็น 15 บาท และคาดว่าราคาผักกำลังจะปรับขึ้นราคาต่อเนื่องอีกหลายชนิด เนื่องจากขณะนี้ฝนยังตกหนักต่อเนื่องผลผลิตอาจออกน้อยลง ต้นทุนการขนส่งผักสดปรับเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ราคาขายปลายทางแพงขึ้นตามไปด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่