บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ไผ่ ดาวดิน' อยู่คุกต่อ ทนายเพิ่มวงเงิน ระบุเงื่อนไข ขอประกันตัวอีกรอบ

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์สั่งถอนประกันตัว 'ไผ่ ดาวดิน' ส่งผลให้ต้องอยู่คุกต่อ ขณะที่ ตร.ขออำนาจ ศาลฝากขังผัดที่ 4 ฐานผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้านญาติพร้อมทนายเตรียมยื่นหลักฐานและเงินเพื่อขอประกันตัวอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้ทำการเบิกตัว นายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และความผิด ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา และการฝากขังผัดที่ 4 โดยมีคนในครอบครัวของนายจตุรภัทร์ กลุ่มสมาชิกดาวดิน และขบวนการประชาธิปไตยใหม่ มาร่วมฟังคำสั่งศาลและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองที่มาสังเกตการณ์และรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาล

นายอธิพงษ์ ภูผิว ทนายความ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.59 ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลจังหวัดขอนแก่น และศาลมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาโดยเร็ว คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกาของจตุรภัทร์ และมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลจังหวัดขอนแก่นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยให้ยกเลิกคำสั่งถอนประกันตัวผู้ต้องหา เพิกถอนหมายขังผู้ต้องหา และมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปในระหว่างสอบสวน ตามคำสั่งและสัญญาประกันฉบับลงวันที่ 4 ธ.ค.59 ที่เคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวมาก่อน

"การไต่สวนคำร้องดังกล่าว ศาลให้เป็นการพิจารณาคดีลับ อนุญาตให้เข้าได้เฉพาะทนายความและบิดา มารดาของผู้ต้องหา โดยศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำสั่งศาลฎีกา และพิจารณาคำร้องขอฝากขังผัดที่ 4 ประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งยืนตามศาลอุธรณ์ ระบุว่า การเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหาของศาลจังหวัดขอนแก่นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ชอบด้วยกฎหมายส่วนการพิจารณาคำร้องขอฝากขังนายจตุรภัทร์ ในผัดที่ 4 ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน ผัดที่ 4 ซึ่งมีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9-20 ม.ค.2560"

นายอธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมทนายความจะยื่นคำร้องขอประกันตัวนายจตุรภัทร์อีกครั้ง โดยอาจจะมีการเพิ่มวงเงิน และกำหนดเงื่อนไขหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

ด้านนางสาวภาวิณี ชุมศรี ทนายความของนายจตุภัทร์ กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการยื่นประกันตัวในวันนี้ ได้มีการยื่นคัดค้านการฝากขัง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ เพราะหากปล่อยตัวชั่วคราวไป พนักงานสอบสวนก็สามารถดำเนินการสอบสวนต่อไปได้ สามารถเรียกตัวผู้ต้องหามาสอบสวนได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายศาลก็ไม่อนุญาตให้ประกันตัวตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้อง

โดยให้เหตุผลยังมีพยานที่ต้องสอบสวนเพิ่มอีก 5 ปาก ที่มีทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ องค์กรนักกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานให้เข้ามาให้ปากคำ

“ศาลได้ให้ทนายถามพนักงานสอบสวนถึงความจำเป็นในการฝากขังผู้ต้องหา โดยได้สอบถามว่าพยานที่พนักงานสอบสวนระบุว่าต้องเรียกมาให้ปากคำล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และที่แปลกคือการฝากขังในครั้งที่ 3 พนักงานสอบสวนระบุว่าเหลือพยานที่ต้องสอบสวนเพียง 4 ปากเท่านั้น และได้สอบสวนไปแล้ว 3 ปาก ทนายจึงได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่าเหตุใดจึงพยานที่ต้องสอบสวนเพิ่มขึ้นมา ซึ่งพนักงานสอบสวนให้เหตุผลว่าจะต้องเพิ่มอีกจึงระบุเพิ่มเข้ามา”

ด้านนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของนายจตุภัทร์ กล่าวว่า แม้ศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัวในครั้งนี้ แต่ทางครอบครัวก็จะเดินหน้าในการยื่นประกันตัวต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่สมหวังแต่ก็ไม่ท้อ อย่างน้อยสังคมก็จะได้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมที่ลูกชายได้รับเป็นอย่างไร

“วันนี้ไผ่ก็ได้แถลงต่อศาลว่าตามหลักสิทธิมนุษยชน ปฏิญญาสากล และกติกาว่าด้วยสิทธิพลเมืองที่ไทยเองก็เป็นภาคี ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษา ผู้ต้องหาคือผู้บริสุทธิ์ แต่สิ่งที่เขาได้รับอยู่ในขณะนี้มันเหมือนกับว่าเขาได้ตกเป็นผู้กระทำความผิดจริง ทั้งที่อยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งเขามีสิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว”  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่