วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สรุปน้ำท่วมใต้ นครศรีฯสูงสุด 17 อ. เดือดร้อนกว่า 7 หมื่นครอบครัว ดับ 6

ปภ.สรุปสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ 9 จว. เสียหายแล้ว 68 อ. เสียชีวิต 6 ราย นครศรีฯ สูงสุด 17 อ. เสียหายแล้วกว่า 7 หมื่นครัวเรือน รองลงมาพัทลุง 11 อ. เสียหายกว่า 2 หมื่นครัวเรือน พร้อมเตือน "15 จว." ฝนตกหนัก คลื่นสูง 2-4 ม. ...

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 60 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน 9 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร รวม 68 อำเภอ 381 ตำบล 2,507 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 6 ราย

สำหรับพัทลุง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอกงหรา อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอศรีบรรพต อำเภอเขาชัยสน อำเภอป่าบอน อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม และอำเภอตะโหมด รวม 52 ตำบล 507 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 29,327 ครัวเรือน นราธิวาส น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอระแงะ อำเภอรือเสาะ อำเภอศรีสาคร อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอสุไหงโก – ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอจะแนะ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอยี่งอ อำเภอตากใบ และอำเภอบาเจาะ รวม 75 ตำบล 502 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 29,535 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย ยะลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยะลา อำเภอรามัน อำเภอยะหา และอำเภอบันนังสตา รวม 35 ตำบล 159 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,986 ครัวเรือน 16,654 คน

จ.สงขลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอสะเดา อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ และอำเภอคลองหอยโข่ง รวม 29 ตำบล 189 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,793 ครัวเรือน อพยพ 52 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย ปัตตานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอยะรัง อำเภอกะพ้อ อำเภอหนองจิก อำเภอเมืองปัตตานี และอำเภอสายบุรี รวม 36 ตำบล 111 หมู่บ้าน

จ.ตรัง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาโยง อำเภอรัษฎา อำเภอเมืองตรัง และอำเภอห้วยยอด รวม 21 ตำบล 185 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,824 ครัวเรือน สุราษฎร์ธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอบ้านนาสาร อำเภอดอนสัก อำเภอท่าชนะ อำเภอเกาะสมุย อำเภอไชยา และอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี รวม 20 ตำบล 116 หมู่บ้าน

จ.นครศรีธรรมราช น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 17 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอสิชล อำเภอทุ่งสง อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอท่าศาลา อำเภอนาบอน อำเภอพิปูน อำเภอช้างกลาง อำเภอฉวาง อำเภอนบพิตำ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอขนอม อำเภอพรหมคีรี และอำเภอลานสกา รวม 98 ตำบล 626 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 72,337 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย และชุมพร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งตะโก อำเภอพะโต๊ะ อำเภอหลังสวน และอำเภอละแม รวม 11 ตำบล 91 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 500 ครัวเรือน โดยในภาพรวมสถานการณ์ยังมีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณเกาะสุมาตราและทะเลอันดามันตอนล่าง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จนถึงวันที่ 8 ม.ค. คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูง 2–4 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง

พร้อมประสานจังหวัดดังกล่าวและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ส่วนผู้ประกอบการทางน้ำและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 8 ม.ค.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่