เทียบกันให้หายสงสัย! เลือกทำประกันสุขภาพดีไหม? หรือเก็บเงินไว้เองดีกว่า - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

เทียบกันให้หายสงสัย! เลือกทำประกันสุขภาพดีไหม? หรือเก็บเงินไว้เองดีกว่า

โดย Advertorial

เชื่อมั้ย? บางครั้งเรื่องไม่คาดฝันมักเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน อุบัติเหตุเอย ตกงานเอย หรือแม้แต่ค่ารักษาพยาบาล พอพูดแล้วก็รู้สึกเครียด ไม่ได้เครียดเพราะกลัวรักษาไม่หาย แต่เครียดเพราะถ้าเกิดเป็นขึ้นมาแล้วละก็ จะต้องจ่ายเงินมากแค่ไหนเนี่ยแหละ!

เพราะทุกการรักษามาพร้อมกับบิลค่าใช้จ่ายที่เห็นแล้วขนลุก แม้ว่าแต่ละออฟฟิศจะมีสวัสดิการหรือประกันสังคมคอยช่วยเหลือ แต่ใช่ว่ามันจะครอบคลุมทั้งหมด สุดท้าย “ตนก็ต้องเป็นที่พึ่งแห่งตนอยู่ดี” หลายคนวางแผนรับมือกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเหล่านี้กันส่วนใหญ่มี 2 วิธีง่ายๆ คือ เก็บเงินผ่านสมุดบัญชี หรือทำประกันคุ้มครองสุขภาพ

ระหว่าง เก็บเงินแยกเป็นค่ารักษา กับ ทำประกันคุ้มครองสุขภาพ แตกต่างกันอย่างไร ลองมาดูกัน!
เริ่มจาก เก็บเงินแยกเป็นค่ารักษา หลายคนคงชอบข้อนี้ เพราะเราเป็นคนถือเงินเอง ทำได้ง่ายๆ ถ้าไม่เข้าโรงพยาบาลก็ไม่ต้องจ่าย แถมยังสามารถควบคุมเงินเองได้เต็มที่ เอาเงินไปหมุนด้านอื่นก่อนก็สามารถทำได้ ในขณะที่ ทำประกันคุ้มครองสุขภาพ ส่วนใหญ่เป็นเบี้ยแบบจ่ายทิ้ง ถ้าเกิดไม่เป็นอะไรขึ้นมา ก็จะต้องเสียเงินประกันความเสี่ยงส่วนนี้ไป ทำให้หลายคนจึงไม่คิดสนใจทำประกันคุ้มครองสุขภาพกันเท่าไหร่นัก

แต่ว่า!

เงินสำรองฉุกเฉินที่เก็บอยู่กับตัว ค่าเงินมันจะเล็กลงตามกาลเวลาแล้ว แถมยังต้องสำรองไว้อย่างน้อยเท่าไหร่? แน่นอนว่ามันต้องมีจำนวนมากพอ เพื่อที่เราจะเอาไว้ใช้เลี้ยงตัวเองได้ยามฉุกเฉิน ซึ่งเท่ากับรายจ่ายต่อเดือนรวมกัน 3-6 เดือน

เช่น พนักงานออฟฟิศ เงินเดือน 15,000 บาท ใช้จ่ายต่อเดือน (ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าอื่นๆเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น) รวมค่าผ่อนสิ่งของต่างๆ รวมอยู่ที่ 9,000 บาท ดังนั้นต้องมีเงินเก็บสำรองอยู่ที่ 27,000-54,000 บาทเลยทีเดียว

เงินสำรองนี้ยังไม่รวมรายจ่าย อย่างค่าตรวจค่ายาที่ต้องตรวจต่อเนื่องอีก ทั้งๆ ที่ยังเก็บเงินได้ไม่เท่าไหร่ ก็คงวุ่นวายน่าดู เงินหมดก็ต้องเก็บกันใหม่ ถ้าเป็นโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่องยาวนานจะต้องลำบากแน่นอน

แต่ถ้าเป็น ประกันชีวิตคุ้มครองสุขภาพละก็ สิ่งที่คุ้มครองไม่ใช่แค่ค่ารักษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าห้อง ค่ายา และครอบคลุมถึงการเสียชีวิต ทำให้ไม่ต้องกังวล รวมถึงคนที่อยู่ข้างหลังเราจะเดือดร้อน ที่สำคัญจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพเพียงละ 1-2 หมื่นบาท/ปี ไม่ต่างกับที่เราเก็บเงินเองเท่าไหร่ แถมยังเลือกรูปแบบคุ้มครองได้ตามไลฟ์สไตล์ของเราแต่ละคน มีน้อยจ่ายน้อย มีมากจ่ายมาก

ใครจะเลือกวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคนเลย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักวางแผนและเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้น หรือหาความรู้เรื่องประกันหาได้ไม่ยาก รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญมากมายที่จะคอยให้คำแนะนำเราอีกด้วย เพราะเรื่องแบบนี้ถ้าเรายิ่งเตรียมตัวเร็วเท่าไหร่...ก็ยิ่งดี!

สำหรับใครที่สนใจจะเก็บเงินสำรองฉุกเฉินด้วยการทำประกันชีวิตคุ้มครองสุขภาพแล้วละก็ ประกันชีวิตคุ้มครองสุขภาพของพรูเด็นเชียลอาจตอบโจทย์คุณได้ซึ่งจะรับประกันตั้งแต่อายุ 1 เดือน-60 ปี โดยต่ออายุสัญญาได้จนถึงอายุ 65 ปีเลยทีเดียว หากเกิดเหตุไม่คาดฝันต้องนอนโรงพยาบาล สามารถซื้อความคุ้มครองค่าห้อง ค่าอาหารสูงสุดได้ถึง 8,000 บาท/วัน และค่ารักษาพยาบาลรวมสูงสุด 1.16 ล้านบาท กรณีป่วยหนักก็สามารถช่วยคลายกังวลจากค่ารักษาผู้ป่วยหนัก ICU/CCU ซึ่งสามารถเบิกได้เป็น 2 เท่าของค่าห้อง สูงสุดไม่เกิน 5 วัน ซึ่งความคุ้มครองของแต่ละกรมธรรม์อาจจะหลากหลาย ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ ตัวแทนหรือธนาคารก่อนเพื่อความเหมาะสมของตัวเราก่อนก็ได้นะ

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ประเทศไทย, Facebook Prudential Thailand

หากท่านสนใจแผนประกันอื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนฯ และธนาคารพันธมิตรของเรา:

ธนาคารยูโอบี ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) และ ธนาคารธนชาต หรือโทร. 1621