วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่วมมิดบขส.เมืองคอน ใช้เรือแทนรถ กรมชลฯยัน ระดับน้ำผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

น้ำท่วมเมืองนครฯ ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แม้จะมีมวลน้ำมาอีกแต่ไม่มากไปกว่าเดิม สถานีบขส. กลายเป็นทะเลสาบน้ำจืด รถบัส-รถตู้ที่จอดไว้แช่น้ำ ไม่เว้นเก้าอี้นั่งรอ ส่วนฉวางน้ำล้นคลองตาปี ท่วมหนักรอบ 10 ปี...

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานี บขส.นครศรีธรรมราช ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังฝนตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้น้ำท่วม ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร รถโดยสารไม่สามารถวิ่งเข้าไปด้านในสถานี บขส.ได้ ขณะที่ รถตู้และรถบัสที่จอดอยู่ถูกน้ำท่วมในระดับสูงจนมิดล้อรถ รวมทั้งเก้าอี้นั่งรอของผู้โดยสาร 

ส่วนคิวรถตู้โดยสารระหว่างจังหวัดในภาคใต้ได้หยุดให้บริการเช่นกัน เพราะน้ำท่วมชานชาลาที่จอดรถและที่พักผู้โดยสาร ส่วนรถบัสประจำทางก็ถูกน้ำท่วมระดับสูง ทำให้การให้บริการต้องหยุดชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามและสรุปสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยมีการขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ทหารและตำรวจ รวมทั้งสปีดโบ๊ต เรือสกูตเตอร์จากจังหวัดใกล้เคียง เพื่อนำอาหาร ถุงยังชีพ ไปแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ถูกตัดขาด พร้อมกับมีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่กรมชลประทานว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำที่ต้นน้ำคลองท่าดี อ.ลานสกา มีระดับลดลงแล้ว มวลน้ำจะไหลลงมาถึงตัวเมืองนครศรีธรรมราช อีกครั้งในช่วงค่ำวันนี้ (6 ม.ค. 60) แต่ระดับน้ำจะไม่สูงไปกว่าปัจจุบัน เนื่องจากได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

นายจำเริญ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ เรื่องอาหารการกิน จึงได้มีการบูรณาการทำงานกันทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น มูลนิธิ สมาคม และอาสาสมัครต่างๆ ในการนำอาหารกล่อง และถุงยังชีพ เข้าไปแจกจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชน พร้อมทั้งมีการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่น้ำท่วมสูง ไปอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวด้วย ซึ่งตนได้สั่งการให้มีการตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือ 3 จุดหลัก โดยมีศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ศาลากลางจังหวัด เป็นศูนย์กลางการให้ความช่วยเหลือและสั่งการ เมื่อได้รับการร้องขอจากอีก 2 ศูนย์ที่เกินกำลังของท้องถิ่นและอำเภอ ซึ่งมีรอง ผวจ.เป็นหัวหน้าศูนย์

"ขณะนี้ มวลน้ำได้เริ่มไหลจากพื้นที่โซนภูเขาไปรวมอยู่ที่พื้นที่ตอนล่าง เช่น อ.ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ และ อ.เมือง บางส่วนมีปริมาณน้ำประมาณ 800 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้มีการขอรับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำเพิ่มเติมจากกองทัพเรือ จำนวน 50 ลำ เพื่อมาผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ โดยติดตั้งที่ประตูฉุกเฉินของประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ อ.ปากพนัง 20 ลำ และติดตั้งที่คลองชะอวด-แพรกเมือง อ.หัวไทร จำนวน 30 ลำ จะทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลได้รวดเร็วขึ้น โดยจะสามารถเริ่มผลักดันได้ในวันอาทิตย์ที่ 8 ม.ค.นี้ ส่วนเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว กำลังเร่งผลักดันน้ำอย่างเต็มที่"

ที่ อ.ฉวาง มีรายงานล่าสุด น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนและคลองดินแดง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ที่เอ่อล้นสปิลเวย์ลงสู่ลำคลองตาปี ไหลเข้าท่วม ต.นาเขลียง เขตเทศบาลตำบลไม้เรียง เทศบาลตำบลฉวาง มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ต้องช่วยกันยกของขึ้นที่สูงและทำคันดักไม่ให้น้ำเข้าบ้าน บางรายที่อาศัยริมถนนต้องขอร้องผู้ที่ขับรถผ่านไปมาให้ลดความเร็วลง เพราะน้ำเป็นคลื่นไปกระทบข้าวของเสียหาย บางรายถึงขนาดประตูบ้านพัง ชาวบ้านบอกว่าปีนี้น้ำขึ้นสูงมากในรอบ 10 ปี

นายประเสริฐ ศรีสวัสดิ์ นายก อบต.นาเขียง นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจพื้นที่ หมู่ 5, 6 ต.นาเขลียง ซึ่งเป็นจุดแรกที่รับน้ำจากอำเภอพิปูน พบว่าระดับน้ำสูง 1-1.50 เมตร และช่วงหัวค่ำน้ำได้ทะลักเข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลไม้เรียง หมู่ที่ 3, 4, 7, 8 เทศบาลตำบลฉวาง ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 0.5-1.50 เมตร โรงเรียนในอำเภอฉวาง สั่งหยุดการเรียนการสอน ถนนสายหลัก-สายรองถูกน้ำท่วมเกือบทุกสาย บางสายรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ โดยเฉพาะทางเข้าอำเภอฉวาง

ด้าน ปภ.สาขาพิปูน แจ้งเตือนผู้อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำตาปี จะมีน้ำป่าไหลหลากกระจายเป็นวงกว้าง มวลน้ำจะลงไปยังอำเภอฉวาง อำเภอถ้ำพรรณรา ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอีก ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะที่ลาดเชิงเขา ระมัดระวังอันตรายจากดินเลื่อนสไลด์.