อดีต ส.ส.ใต้ ปชป.จี้รัฐลงพื้นที่ช่วยเหยื่อน้ำท่วม 'พัทลุง-ชุมพร' ด่วน - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

อดีต ส.ส.ใต้ ปชป.จี้รัฐลงพื้นที่ช่วยเหยื่อน้ำท่วม 'พัทลุง-ชุมพร' ด่วน

"นิพิฏฐ์" ขอ คสช.-ปศุสัตว์รีบลงพื้นที่ จ.พัทลุง ด่วน ขณะที่ "ธีระชาติ" ชี้ชุมพรอ่วม เจอท่วมหนักกว่า ปี 40 พร้อมเปิดบ้านให้ผู้ประสบภัยเข้าพักฟรี วอนขอเรือลงใต้ช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยที่ จ.พัทลุง ว่า จากการลงพื้นที่พบว่า ใน ต.ป่าพะยอม อ.ควนขนุน รอยต่อ อ.ชะอวด ยังน่าห่วง มีชาวบ้านติดอยู่ในพื้นที่หลายร้อยคน แม้ขณะนี้ปริมาณฝนที่ตกลงมาจะทุเลาลงบ้าง แต่ภาพรวมมวลน้ำยังไม่ลดลงยังน่าเป็นห่วง จึงอยากให้รัฐบาล คสช.รีบลงมาช่วย โดยจัดเรียงลำดับความสำคัญคือ 1.จัดหาข้าวกล่องหรืออาหารสำเร็จรูป สำหรับพี่น้องที่ต้องอพยพหนีน้ำขึ้นที่สูง ไม่สามารถปรุงอาหารเองได้ 2.จัดหาถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้งสำหรับประชาชนในพื้นที่ ที่ยังพอประกอบอาหารเองได้ 3.รีบจัดยารักษาโรคที่มากับน้ำท่วม เช่น โรคฉี่หนู โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้าที่ชาวบ้านเริ่มบ่นระบาดแล้ว 4.อาหารสัตว์ เพราะ จ.พัทลุง เป็นพื้นที่เลี้ยงโคนม มีโรงโคนมมากที่สุดในพื้นที่ปักษ์ใต้ พอน้ำท่วมแปลงหญ้าจึงกระทบอย่างหนัก อยากให้กรมปศุสัตว์และรัฐบาลรีบลงมา

ขณะที่ นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ว่า หนักมากและหนักกว่าตอนพายุซีต้าเข้าเมื่อปี 40 ฝนตกติดต่อกัน 3 วัน 3 คืน จนถึงขณะนี้ยังไม่หยุดตก ประกอบกับน้ำจากต้นแม่น้ำหลังสวน ในเขต อ.พะโต๊ะ มาสมทบ ทำให้ในเขตเทศบาลหลังสวนมีน้ำท่วมสูงท่วมสูงกว่า 1 เมตรแล้ว ขณะที่บริเวณรอบนอกเทศบาลหลังสวน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำกว่า น้ำท่วมสูงและตัดขาดชาวบ้านโดยเฉพาะ ต.พอแดง ต.นาพญา ต.บางมะพร้าว และต.ปากน้ำ อ.หลังสวน เป็นการท่วมซ้ำรอบสองหลังจากเคยท่วมในช่วงส่งท้ายปี 59 เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดอีกจุด คือ อ.พะโต๊ะ และอ.ละแม เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดจากโลกภายนอก คอสะพานต่างๆ ถูกกระแสน้ำกัดเซาะขาดหลายสิบจุด การช่วยเหลือประชาชนเข้าไม่ถึงชาวบ้านที่ยังติดค้างในบ้านและในเรือกสวนผลไม้ ไม่มีอาหารและน้ำดื่ม แม้จะมีทหารเข้ามาแล้ว แต่รถจีเอ็มซีใช้วิ่งได้แค่บางพื้นที่ เพราะถนนสะพานขาดยังไม่มีเรือของหน่วยงานราชการเข้ามาในพื้นที่ มีแต่เรือของชาวบ้านซึ่งมีขนาดเล็กและเข้าในพื้นที่น้ำเชี่ยวกรากไม่ได้

นายธีระชาติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนได้เปิดบ้านที่ ต.ขันเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ใช้เป็นศูนย์พักพิงดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ซึ่งมีผู้ประสบภัยทั้งเด็กและคนชราเข้ามาพักพิงแล้วกว่า 40 คน ตั้งใจจะเปิดโรงครัวทำอาหารขนส่งลงเรือไปแจกจ่ายชาวบ้าน เพราะขณะนี้ให้คุณแม่และจิตอาสาเปิดโรงครัวที่ อ.ทุ่งตะโก ซึ่งห่างจาก อ.หลังสวน 23 กิโลเมตร แต่ไม่สามารถขนส่งเสบียงอาหารได้ แต่ติดปัญหาเรื่องเส้นทางลำเลียงและมีเรือสปีดโบ๊ตขนาด 14 ฟุตแค่ลำเดียว ที่ใช้ทั้งช่วยเหลือรับส่งชาวบ้านและส่งอาหาร น้ำดื่มในพื้นที่แต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ยังขาดแคลนอาหารแห้ง น้ำดื่ม จึงต้องการเรือในการขนส่งของหน่วยงานราชการจากพื้นที่อื่นที่ไม่ประสบอุทกภัยส่งลำเลียงมาช่วยในพื้นที่ภาคใต้ในหลายจังหวัดที่ยังขาดแคลนก่อน