ระทึก น้ำทะเลจ่อสูงขึ้นอีก! หิ้งน้ำแข็ง ลาร์เซน ซี ขั้วโลกใต้ใกล้พัง - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ระทึก น้ำทะเลจ่อสูงขึ้นอีก! หิ้งน้ำแข็ง ลาร์เซน ซี ขั้วโลกใต้ใกล้พัง

(รอยแยกของหิ้งน้ำแข็ง ลาร์เซน ซี ขยายรวดเร็วขึ้นมาก)

นักวิจัยจากเวลส์ เตือน หิ้งน้ำแข็งขนาดยักษ์ ‘ลาร์เซน ซี’ ในทวีปแอนตาร์กติกา ขั้วโลกใต้ ใกล้จะพังหลุดร่วงสู่ทะเลแล้ว พบรอยแยกขยายรวดเร็วขึ้นมากในช่วง ธ.ค.ที่ผ่านมา หากหิ้งน้ำแข็งขนาด 5,000 ตร.กม.นี้ร่วงลงสู่ทะเลเมื่อไร จะทำให้น้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอีก 10 ซม.

เมื่อ 6 ม.ค.60 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน บรรดานักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นนักวิจัยจากเมืองสวอนซี สหราชอาณาจักร ที่ได้เฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของหิ้งน้ำแข็ง ลาร์เซน ซี (Larsen C) ในทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งเป็นทวีปที่อยู่รอบขั้วโลกใต้ มาเป็นเวลาหลายปี กล่าวด้วยความวิตกกังวลว่า หิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 หิ้งน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกกันมา พร้อมจะแตกออกจากทวีปแอนตาร์กติกาแล้ว หลังจากพบรอยแยกเป็นทางยาวของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี เริ่มมีการขยายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นักวิจัยจากสวอนซี พบว่า รอยแยกที่เกิดกับ หิ้งน้ำแข็ง ลาร์เซน ซี ซึ่งเป็นหิ้งน้ำแข็งที่มีความสำคัญทางตอนเหนือสุดของทวีปแอนตาร์กติกา มีความหนาถึงประมาณ 350 เมตร ที่จะแยกแตกออกไปนั้น ขณะนี้เหลือความยาวเพียง 20 กม.เท่านั้น ที่จะสามารถรักษาหิ้งน้ำแข็งที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่โตถึง 5,000 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับ 1 ใน 4 ของประเทศเวลส์ ไม่ให้หลุดแยกออกไว้ได้ โดยตามการประเมินของนักวิทยาศาสตร์ ระบุว่า หากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี พังทลายลงสู่ทะเล จะทำให้ระดับน้ำในทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอีก 10 ซม.เลยทีเดียว

บีบีซี แจ้งว่า นักวิจัยจากสวอนซี ในเวลส์ ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว หลังจากหิ้งน้ำแข็ง ลาร์เซน เอ ได้แตกหักพังทลายเมื่อปี 2538 และต่อมา หิ้งน้ำแข็ง ลาร์เซน บี ได้แตกหักพังทลายตามมาอีกในปี 2545 ขณะที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ได้เคยเปิดเผยผลการศึกษาสภาพน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกใต้ ว่า หิ้งน้ำแข็ง ลาร์เซน บี ซึ่งเก่าแก่ที่สุดแผ่นหนึ่งในขั้วโลกใต้ มีความหนาและอยู่มายาวนานนับหมื่นปี กำลังแตกและอาจละลายหายไปทั้งหมดในปี 2563


ทั้งนี้ หิ้งน้ำแข็ง เป็นส่วนของแผ่นน้ำแข็งที่ยื่นต่อออกมาจากแนวธารน้ำแข็ง และทำหน้าที่เหมือนกับเป็นแนวป้องกันให้กับธารน้ำแข็ง ซึ่งการหายไปของหิ้งน้ำแข็งย่อมหมายถึงมีความเป็นไปได้ที่ธารน้ำแข็งจะหายไปเร็วยิ่งขึ้น และส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นตามมา.