บริการข่าวไทยรัฐ

สปน.เปิดสายด่วน 1111 รับบริจาค ช่วยเหยื่อน้ำท่วมภาคใต้

สปน.เปิดรับบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมใต้ ประสานส่งสิ่งของช่วยเหลือ รับแจ้งผ่านสายด่วนทำเนียบฯ 1111 ด้าน คสช.พร้อมบูรณาการทุกส่วนรุดช่วยเหลือ ปชช.ในพื้นที่ด่วน

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ ว่า  สปน.มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยอยู่  โดยมีหลักเกณฑ์ 3 ลักษณะ คือ 1.จะจ่ายให้ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท 2.จะมีการเยียวยากรณีที่ทรัพย์สินเสียหายตามข้อเท็จจริง 3.ถ้าทางจังหวัดร้องขอมา สปน.สามารถอนุมัติเงินได้ทันทีเบื้องต้นเป็นจำนวน 5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือนี้จะไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของจังหวัดหรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ที่จะมีงบประมาณฉุกเฉินช่วยได้ทันทีอยู่แล้ว แต่ สปน.เป็นเพียงส่วนสนับสนุนเท่านั้น

เมื่อถามว่า สปน.จะเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับบริจาคเงินจากหน่วยงานหรือประชาชนทั่วไปด้วยหรือไม่ นายจิรชัย กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดบัญชี แต่ประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือหรือบริจาคอะไร สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อมาได้ที่โทรศัพท์สายด่วนทำเนียบรัฐบาล 1111 เพื่อแสดงเจตจำนงได้ รวมถึงถ้าประชาชนทั่วไปต้องการจะบริจาคถุงยังชีพไปช่วยผู้ประสบภัย สปน.ก็จะเป็นตัวกลางในการรับมอบถุงยังชีพเพื่อนำไปส่งมอบให้ประชาชนได้

ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ได้บูรณาการการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบลทุกพื้นที่อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือ หาที่พักอาศัยบนพื้นที่สูง และจัดอาหารให้ โดยทางจังหวัดได้จัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค และยารักษาโรคเบื้องต้น เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน ซึ่งการดำเนินงานในเบื้องต้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี  แม้จะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือแบบบูรณาการจากภาคส่วน รวมถึงประชาชนและมูลนิธิการกุศลต่างๆ ในการช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนและขนย้ายสิ่งของ อีกทั้งด้านการพยาบาล ส่วนการชี้แจงเส้นทางสัญจรต่างๆ สื่อมวลชนได้ช่วยประชาสัมพันธ์เป็นอย่างดี จึงทำให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่ไม่สามารถนำถุงยังชีพไปมอบให้ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ลึก และถนนถูกตัดขาด ซึ่งได้ให้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้สำรวจตรวจสอบและหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งรักษาชีวิตของประชาชน โดยอพยพจากจุดเสี่ยงภัยไปยังจุดปลอดภัย  รวมถึงดูแลการดำรงชีพ ทางด้านอาหาร เครื่องดื่ม และที่พักด้วย ซึ่งในวันนี้นายกฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมด้วยตนเอง โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการ คสช. และรอง ผอ.รมน. ได้ลงพื้นที่ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เป็นพายุฝนจากทะเลฝั่งอ่าวไทยที่มาปะทะกับเทือกเขาทำให้ฝนตก น้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาก็มีปริมาณมาก และเชี่ยวกราก ทำให้มีการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งน้ำดังกล่าวเป็นน้ำที่ท่วมไหล ทำให้เกิดความเสียหายในระยะสั้น แต่ในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ถนน สะพาน กระแสน้ำก็จะพัดทำให้ขาด และมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งก่อนที่น้ำที่ท่วมขังจะลงทะเล หลังจากน้ำลดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะรีบเข้าไปซ่อมแซมเส้นทางการคมนาคม สะพาน ถนน ไฟฟ้า ให้สามารถใช้งานได้ก่อนจะเข้าไปดูแล โรงเรียน บ้านพักอาศัย วัด และส่วนต่างๆ ต่อไป” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว.