วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยแห่ขุดทอง ไต้หวัน เกาหลี อิสราเอล ญี่ปุ่น ขนเงินกลับบ้าน1.1 แสนล.

กกจ. เผย ปี 2559 คนงานไทยในต่างประเทศโกยเงินกลับบ้านกว่า 1.1 แสนล้าน ไต้หวัน เกาหลี อิสราเอล ญี่ปุ่น สุดฮิตติดอันดับแรงงานไทยแห่ไปขุดทองมากที่สุด ยันจัดส่งทำงานต่างประเทศต้องผ่าน กกจ. หรือ บริษัทจัดหางานถูกกฎหมาย เตือนคนหางานอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเชินชวนในไลน์-เฟซบุ๊ก 

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.60 นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า ตลอดปี 2559 มีจำนวนแรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานกระทรวงแรงงานให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศและยังคงทำงานอยู่ในต่างประเทศจำนวนทั้งสิ้น 114,437 คน แบ่งเป็นเดินทางด้วยตนเอง จำนวน 10,640 คน จัดส่งโดยกรมการจัดหางาน จำนวน 12,931 คน นายจ้างพาลูกจ้างไปทำงาน จำนวน 7,276 คน นายจ้างส่งลูกจ้างไปฝึกงาน จำนวน 4,446 คน บริษัทจัดส่ง จำนวน 33,124 คน และ เดินทางแบบ RE-Entry จำนวน 46,020 คน

สำหรับประเทศที่คนไทยได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานมากที่สุด ได้แก่ ไต้หวัน จำนวน 35,027 คน เกาหลีใต้ จำนวน 12,590 คน อิสราเอล จำนวน 8,629 คน ญี่ปุ่น จำนวน 8,610 คน และสิงคโปร์ จำนวน 5,843 คน ซึ่งการสนับสนุนให้คนไทยไปทำงานต่างประเทศสามารถสร้างรายได้ส่งกลับมา ผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทย จนถึงวันที่ 30 ธ.ค. เป็นเงินจำนวน 112,997 ล้านบาท โดยในเดือนมีนาคม กันยายน และตุลาคม มีรายได้ส่งกลับเกินเดือนละ 1 หมื่นล้าน 

นายสิงหเดช กล่าวถึงปัญหาการหลอกลวงคนหางานว่า พฤติกรรมการหลอกลวงของสายเถื่อนหรือนายหน้า ได้เปลี่ยนจากการเข้าไปหลอกลวงตามหมู่บ้าน ไปเป็นการโพสต์คำโฆษณาเชิญชวนทำงานต่างประเทศ ผ่านสังคมออนไลน์ กกจ. ได้มีการตรวจสอบเฟซบุ๊กที่มีพฤติกรรมโพสต์ข้อความชักชวนคนหางานไปทำงานในต่างประเทศที่เข้าข่ายกระทำความผิด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการหลอกลวงคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

ทั้งนี้ได้ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ตรวจสอบและสืบหาข้อมูลทุกเว็บที่มีพฤติกรรมเข้าข่าย รวมทั้งเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เชี่ยวชาญจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาให้ความรู้ในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแกะรอยข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อนำมาขยายผลเอาผิดตามกฎหมาย รวมทั้งให้ความรู้เพื่อสกัดกั้นการหลอกลวงในสังคมออนไลน์

“สมัยนี้ไม่มีแล้วที่มิจฉาชีพจะเข้าไปในหมู่บ้านแล้วไปหลอกจูงมือขึ้นเครื่องบินคนหางานไปปล่อยทิ้งต่างประเทศ การหลอกลวงจะใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเข้าถึงคนหางานได้ง่าย มักจะเอาแต่สิ่งดีๆ มาดึงดูดความสนใจ ซึ่งก็มีคนหลงเชื่อ จึงขอเตือนอย่าไปเลย เพราะไปแล้วอาจไม่ได้ทำงานตามที่คิดไว้ การลักลอบทำงานผิดกฎหมายจะถูกจับ ดำเนินคดี บางทีบอกมีงานนวดแผนโบราณในยุโรป ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีวีซ่าประเทศเขาไม่เปิดรับคนงานเรา จึงต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน”

อย่างไรก็ตาม หากจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ควรเดินทางโดยถูกกฎหมาย เพราะมีคนหางานที่จ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้เดินทางไปทำงาน หรือให้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และบางรายเมื่อเดินทางไปถึงแล้วประสบปัญหาไม่มีงานทำ บางรายอาจถูกบังคับให้ค้าประเวณี จึงขอเตือนคนหางานว่าอย่าหลงเชื่อการชักชวนผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพราะผู้ที่สามารถจัดส่งคนหางานให้ไปทำงานต่างประเทศได้ นอกเหนือจากกรมการจัดหางานจะต้องเป็นบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

สำหรับสถิติการร้องทุกข์ของคนหางานและการได้รับการช่วยเหลือกรณีจัดหางานต่างประเทศทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2560 (ตุลาคม-พฤศจิกายน 59) มีผู้ร้องทุกข์ จำนวน 121 ราย แบ่งเป็นเดือนตุลาคม 61 ราย และเดือนพฤศจิกายน 60 ราย ในจำนวนนี้ได้รับการช่วยเหลือทั้งสิ้น 119 ราย ทั้งนี้หากสนใจเดินทางไปทำงาน ขอคำแนะนำได้ที่สำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 02245-9429 หรือ โทรสายด่วน 1694