บริการข่าวไทยรัฐ

ลั่นระฆังรัก...บนเขาอาซาริ สวรรค์บนดิน...ที่ฮอกไกโด

ขึ้นชื่อว่า ฮอกไกโด ไปกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ.....!!

เปิดศักราชใหม่ของปี 2560 เที่ยวตามตะวัน อาสาพาคุณผู้อ่านไปย่ำหิมะขาว ที่ Kiroro Resort สกี รีสอร์ตแห่งแรกของคนไทยบนเกาะฮอกไกโด...

น้องเฟิร์ส ณัฐพล สืบอ่ำ พาไปอรุณสวัสดิ์ฮอกไกโดกันที่สนามชิโตเสะ ท่าอากาศยานแห่งการช็อป และชิม มองเผินๆ เหมือนเดินอยู่ในห้างใหญ่ๆ ที่มีทั้งเสื้อผ้า ของใช้ ของกิน ของฝาก ละลานตาไปหมด และถ้าเป็นสาวกการ์ตูนดังอย่างโดราเอมอน, เฮลโหล คิตตี้ ก็ต้องที่นี่เลย มีให้เลือกหลากหลาย รวมทั้งคอช็อกโกเลตอย่างช็อกโกเลต Royce ต้องไม่พลาด

ทริปคิโรโระ ฮอกไกโด เที่ยวนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็นการตามรอยภาพยนตร์รัก อย่าง แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว ที่เคยสร้างความประทับใจให้กับคนดูมาแล้ว

เริ่มทริปแฟนเดย์ที่แรกกันที่ ทานุกิโคจิ (Tanuki koji) ถนนคนเดินเก่าแก่ อายุกว่า 130 ปี ในตัวเมืองซัปโปโร ที่มีร้านค้าให้เลือกซื้อสินค้าราคาถูก รวมทั้งสินค้าปลอดภาษี แต่ที่ถูกใจนักชิม นักช็อป เห็นจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสารพัดอย่างมากกว่า 200 ร้าน ที่เรียงรายกันตลอดระยะทาง 1 กิโลเมตร งานนี้เลยได้ทั้งน้ำหนักตัวและน้ำหนักของเป็นแพ็กคู่กันไปเลย

ช็อป ชิม อิ่มท้อง อิ่มใจแล้ว ก็ต้องไปหาที่เซลฟี่สวยๆ ซึ่งก็ต้องที่นี่เลย ตึกแดง หรืออาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด สถาปัตยกรรมสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา ลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาชูเซตต์ ตอนที่ไปถึง เห็นหิมะขาวโพลนตัดกับตึกก่ออิฐสีแดง ดูคลาสสิกมาก ตึกนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี พ.ศ.2429 และใช้ต่อเนื่องยาวนานถึง 80 ปี ก่อนจะย้ายไปยังที่ทำการรัฐบาลแห่งใหม่ในปัจจุบัน

จากตึกแดง พระอาทิตย์เริ่มโบกมือลาเพราะเป็นช่วงฤดูหนาว ที่เวลากลางวันจะสั้นกว่ากลางคืน ก่อนกลับเข้าที่พักที่คิโรโระ รีสอร์ต แวะดูแสงสีที่โอโดริปาร์ค สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเที่ยวฮอกไกโด ปีนี้การประดับไฟดูไม่ค่อยอลังการเหมือนทุกปี แต่ก็ยังมีเสน่ห์ตามสไตล์แสงสีของโอโดริ...ไม่เปลี่ยนแปลง

มาคิโรโระคราวนี้ เขามีการรีโนเวทโรงแรมใหม่เกือบหมด ทั้ง Sheraton Hokkaido Kiroro Resort และ The Kiroro, A Tribute Portfolio Hotel เรียกว่าเป็นการแปลงโฉมครั้งใหญ่ ตั้งแต่พรม เตียงนอน เตียงนวด และแม้แต่ห้องอาบน้ำออนเซนสไตล์ญี่ปุ่น ก็ปรับปรุงจนสวยงามระดับอินเตอร์

ห้องพักของคิโรโระมีหลายแบบทั้งเตียงเดียว เตียงคู่ ไปจนถึงห้อง 4 เตียง ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นครอบครัวให้ได้อยู่รวมกันอย่างอบอุ่นได้ แถมเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จะเห็นหิมะโปรยปรายเป็นละอองขาวพราวพลิ้ว หลายคนที่เคยมาเยือนคิโรโระจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หิมะที่นี่เป็น fresh snow เพราะสะอาด ขาว นุ่มเป็นปุย โดยเฉพาะสำหรับนักสกีแล้ว ที่นี่เป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่น...ที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ลานสกี อยู่ติดกับตัวโรงแรม Sheraton ซึ่งต้องขึ้นกระเช้าไปบนยอดเขาอาซาริ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล ถึง 1,180 เมตร บนเขา Nisa (นิสะ) หรือ ระฆังแห่งความรัก ที่ว่ากันว่าใครก็ตามที่ต้องการสมหวังในความรัก สามารถมาลั่นระฆังเพื่อขอพรในเรื่องของความรักได้และบนยอดเขาอาซาริแห่งนี้ ยังได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของฮอกไกโดด้วย

นอกจากระฆังขอพรแล้ว หน้าโรงแรมยังมีโบสถ์เก่า ที่เดิมเคยเป็นสถานที่แต่งงานของคู่บ่าวสาวชาวญี่ปุ่นไม่น้อยกว่าปีละ 200 คู่ แต่ปัจจุบันเมื่อโลกเปลี่ยนไป การแต่งงานแบบเดิมก็ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามยุคสมัย เหลือเพียงชาวญี่ปุ่นที่ยังอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม มาจัดงานแต่งงานที่โบสถ์แห่งนี้เพียงปีละไม่กี่คู่

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความงดงาม ความคลาสสิกของโบสถ์แห่งนี้เลือนหายไป...

นอกจากใช้เวลาในคิโรโระแล้ว มาถึงฮอกไกโด อีกที่ที่ไม่ควรพลาด คือ การเดินเล่นในเมืองโอตารุ เมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และสีสัน มีคลองโอตารุเป็นจุดแลนด์มาร์คของเมือง ที่เคยเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้า ตลอดสองฝั่งคลองมีโกดังเก่าเรียงราย ที่ปัจจุบันมีการดัดแปลงโกดังเหล่านี้เป็นร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก

ส่วนที่ถนนซาไกมาจิ ก็เป็นอีกที่ที่มีอาคารเก่าโบราณสองข้างทาง มีทั้งร้านซูชิ ร้านขายของที่ระลึก อย่าลืมแวะชิมชีสเค้กร้านดัง La Tao ที่ต้องบอกว่า เป็นชีสเค้กที่ละลายในปาก...สมคำร่ำลือจริงๆ

ไฮไลต์อีกที่ของการเที่ยวฮอกไกโด นอกจากพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ที่มีนาฬิกาพ่นไอน้ำเป็นเพลงทุก 15 นาทีแล้ว ที่ที่ควรไปอีกแห่งหนึ่ง คือ บ่อน้ำพุร้อนโนะโบะริเบะสุ (Noboribetsu) ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนยอดนิยมที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ในบริเวณที่ชาวญี่ปุ่นเรียก ว่า จิโกะคุดานิ หรือ หุบเขานรก ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเรียกชื่ออย่างนั้น เพราะภาพที่เห็นตรงหน้า งดงามราวกับสวรรค์ แต่เมื่อสืบค้นความเป็นมาของชื่อ จึงรู้ว่าที่เรียกแบบนั้น เพราะที่นี่มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ก็ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่และออนเซนที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮอกไกโด

ปิดทริปกันที่ ฮาโกดาเตะ เมืองใหญ่อันดับ 3 ของเกาะ ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ จุดแรกที่ไปคือบริเวณ Hachiman-Zaka Slope ที่เป็นเนินเขาที่ลาดตัวลงไปจนถึงทะเลด้านล่าง ช่วงฤดูหนาวที่นี่จะมีการประดับไฟตามต้นไม้อย่างสวยงาม จุดถ่ายรูปที่สวยงาม ต้องเดินขึ้นเนินไปก่อนแล้วมองย้อนลงมา จะเห็นวิวท่าเรือฮาโกดาเตะ ท้องทะเล และภูเขาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ การขึ้นไปชมวิวเมืองในตอนค่ำที่ Hakodateyama Ropeway บนยอดเขาสูงถึง 334 เมตร ในวันที่ท้องฟ้าโปร่งทั้งกลางวันหรือกลางคืนจะเห็นวิวของเมือง Hakodate และวิวของช่องแคบ Tsugaru Strait ที่เป็นเวิ้งอ่าวสองฝั่งได้อย่างสวยงาม ที่นี่นับเป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในโลก...

นี่แค่เบาๆสำหรับทริปตามรอยแฟนเดย์ แต่ถ้าใครสนใจจะไปพักกาย พักใจ สัมผัส หิมะขาวราวปุยนุ่น ที่คิโรโระ อาจเข้าไปดูราย ละเอียดได้ที่ www.kirororesort.com

แล้วจะรู้ว่า สวรรค์บนดิน...มีอยู่จริงๆ