บริการข่าวไทยรัฐ

การอยู่ให้รอดในโลกยุคดิจิทัล-2

วันเสาร์แรกของปีนี้ เรามาคุยเรื่อง “การอยู่ให้รอดในโลกยุคดิจิทัล” กันต่ออีกวันนะครับ เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงการเปลี่ยน “ข้อมูลโง่” ให้เป็น “ข้อมูลฉลาด” เพื่อเพิ่มมูลค่า ด้วยระบบประมวลผลควอนตัมที่เร็วกว่าเดิมหลายร้อยพันเท่า ข้อมูลโง่เหล่านั้นก็คือ Big Dataหรือข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เราเก็บเอาไว้นั่นเอง การอยู่รอดในโลกยุคดิจิทัล “องค์ความรู้” จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

วันนี้ไปดูตัวอย่างเพิ่มเติมกันอีกนิดครับ คุณดอน แทพสก๊อตต์ ได้เขียนถึงเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ในหนังสือ เศรษฐกิจดิจิทัล ไว้อย่างไรบ้าง

1. สกุลเงินดิจิทัล Digital Currency เงินดิจิทัลในโลกเสมือนที่เรารู้จักกันดีมีความปลอดภัยสูงก็คือ Bitcoin เงินดิจิทัลแตกต่างจาก e-Money หรือ e-Wallet ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน e-Money ต้องมีเงินจริงไว้ล่วงหน้าแล้วค่อยหักออกไปทีหลัง แต่ Bitcoin เป็นเงินเสมือน หรือ Virtual Currency ในโลกเสมือน ในอนาคตเมื่อมี Bitcoin Wallet ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว บัตรเครดิตต่างๆอาจจะหายไปก็ได้

2. เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) และการแพทย์ (Medicine) โลกอนาคตจะมีอาหารตัดต่อพันธุกรรมเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เพื่อเลี้ยงดูประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น พืชจีเอ็มโอจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ การแพทย์ในอนาคต ก็ก้าวหน้ามาก ในอนาคตเราจะมีแต่คนฉลาด เพราะมีเทคโนโลยีช่วยให้เลือกได้ว่า จะเอาสเปิร์มตัวไหนไปผสมกับไข่ใบไหน เพื่อให้กำเนิดลูกที่มีความปกติทางยีน สามารถกำหนดส่วนสูง น้ำหนัก สีผม และความเฉลียวฉลาดได้

3. หุ่นยนต์ (Robotics) ในไม่ช้าโรงงานและสายการผลิตแบบเดิมๆ จะมีหุ่นยนต์เข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ และการใช้หุ่นยนต์มารับใช้มนุษย์ เช่น การดูแลสุขภาพการศึกษา แขนขาเทียมในอนาคตจะมีความยืดหยุ่นและแม่นยำไม่ต่างจากของจริง นักวิจัยยังได้พัฒนา ชิพที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบประสาทส่วนกลางของมนุษย์ เพื่อตอบสนองความนึกคิดของผู้ที่ใช้งานได้ทันที เหมือนมนุษย์หุ่นยนต์ยังไงยังงั้น

4.ระบบขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System) วันนี้เราได้เห็นข่าวการทดลอง รถยนต์ไร้คนขับ ของ กูเกิล

อูเบอร์ เทสล่า แล้ว ในอนาคตเมื่อมีการนำระบบ Car–Sharing ไร้คนขับ มาให้บริการบน ถนนอัจฉริยะ ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เองจากแสงอาทิตย์ จัดการจราจรได้เอง ป้องกันอุบัติเหตุได้เอง จะเกิดระบบขนส่งอัจฉริยะที่ทรงประสิทธิภาพ อย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว

5.ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เป็นความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นในสิ่งที่ไม่มีชีวิต พูดง่ายๆก็คือ ระบบคอมพิวเตอร์ลํ้ายุค นั่นเอง เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเลียนแบบระบบการคิดของมนุษย์ เลียนแบบการกระทำแบบมนุษย์ ฟังดูน่ากลัว แต่ผมเชื่ออย่างที่ อีริค ชมิดท์ ซีอีโอกูเกิล กล่าวว่า ในท้ายที่สุด เทคโนโลยีก็ยังเป็นเครื่องมือของมนุษย์ จึงขึ้นอยู่กับพวกเราที่จะใช้มันในการสร้างสังคม เศรษฐกิจ และโอกาส ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร

6.โลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ที่สวมใส่ได้ ในอนาคตเราจะสวมใส่เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน เช่น อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ วัดการออกกำลังกายและกิจกรรม นาฬิกาอัจฉริยะ สิ่งทออิเล็กทรอนิกส์ แว่นจำลองโลกเสมือนจริง ซึ่งวันนี้ ค่ายโซนี่ ได้ผลิต วิกผมอัจฉริยะ (SmartWig) ที่ช่วยเสริมเส้นผมธรรมชาติ แต่มีระบบประมวลผลข้อมูลแบบไร้สายกับอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอกได้ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก กล่าวว่า ลองจินตนาการดู ความสนุกที่ได้นั่งดูเกมติดขอบสนาม ได้นั่งเรียนกับนักเรียนและอาจารย์จากทั่วทุกมุมโลก ได้ปรึกษาแพทย์แบบตัวต่อตัว เพียงแค่สวมแว่นอยู่กับบ้านเท่านั้น

โลกอนาคตในยุค Digital Age มีทั้งสนุกสนานและน่าสะพรึงกลัว สิ่งเดียวที่จะช่วยให้เราอยู่รอดได้ก็คือ “องค์ความรู้” เทคโนโลยีไม่ว่าจะฉลาดแค่ไหน พื้นฐานก็มาจากปัญญาและความฉลาดของมนุษย์นั่นเอง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”