'แก่งกระจาน' แจงภาพว่อนโซเชียล คนเมาทำลายเต็นท์นักท่องเที่ยว ไม่จริง - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

'แก่งกระจาน' แจงภาพว่อนโซเชียล คนเมาทำลายเต็นท์นักท่องเที่ยว ไม่จริง

อุทยานฯ แก่งกระจาน แจงความจริงหลังถูกนักท่องเที่ยวโพสต์โจมตี ชี้เป็นเรื่องไม่จริง ไม่มีการทำลายเต็นท์ พร้อมจับเปรียบเทียบปรับดื่มแอลกอฮอล์ วอนเห็นใจ อยู่ระหว่างของบประมาณติดตั้งกล้องวงจรปิด ...

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 60 นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดเผยกรณีมีการแชร์กันในโลกของสังคมออนไลน์เรื่องแชร์ประสบการณ์ยอดแย่กับการนอนกางเต็นท์บนอุทยานแห่งชาติ ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งว่ามีการดื่มกินสุรา เปิดเพลงเสียงดังจนเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่มาห้ามปรามไม่ฟัง ขึ้นไปพะเนินทุ่ง แต่ตอนเช้าเก็บเต็นท์ไม่ทันทิ้งไว้ตอนเช้าเชือกขาด ถูกถุยน้ำลาย มีรอยไหม้บุหรี่ ว่า การแชร์ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่ประการใด โดยตนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคู่กรณี คือ นายสมชัย บุญรัตนานนท์ ซึ่งได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจพร้อมยืนยันถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าวยอมรับดื่มแอลกอฮอล์จริงในบริเวณอุทยานฯ แก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่ได้มีการตักเตือนและสั่งห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขอให้งดใช้เสียงในวันที่เกิดเหตุ รวมถึงได้มีการเปรียบเทียบปรับ แต่ภาพที่ปรากฏออกมาทางโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ว่ามีการทำลายเต็นท์ของนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณใกล้เคียงนั้น นายสมชัยและพวกยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายเต็นท์แต่อย่างใด

ส่วนภาพถ่ายบรรยากาศเต็นท์หลังดังกล่าว มีการตั้งข้อสังเกตว่า นักท่องเที่ยวที่ทำการเผยแพร่ทางเว็บไซต์นั้น เป็นผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ในเวลาต่อมามีการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ไปแล้ว ซึ่งยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีการกล่าวหาอุทยานฯ ไม่เป็นความจริง โดยเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการในวันเกิดเหตุได้เข้าระงับเหตุข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีทั้งสอง และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเหตุจนเช้า ทำการเปรียบเทียบปรับ และควบคุมจนฝ่ายหนึ่งออกจากพื้นที่ และเก็บเต็นท์ออกไปตอนเช้า และติดตามจนพบผู้ที่ถูกกล่าวหาในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อรวบหลักฐานข้อเท็จจริง และรายงานผู้บังคับบัญชา

อย่างไรก็ตามจากประเด็นที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ขอความเห็นใจให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ต้องทำงานหนัก ทั้งออกตรวจปราบปรามการกระทำผิด การดูแลนักท่องเที่ยวในจุดท่องเที่ยวต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติทั้งกลางวันและกลางคืน และเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งออกไปสนธิกำลังกับชุดพญาเสือเพื่อติดตาม การลักลอบล่าช้างและการสวมตั๋วรูปพรรณ และขุดค้นซากช้างในช่วงนี้ ทางอุทยานแห่งชาติได้ของบประมาณติดตั้งกล้องวงจรปิดจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อยู่ระหว่างการอนุมัติและติดตั้ง เพื่อใช้ดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวต่อไป