วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าเยอะได้ป่ะ!! สุขที่สุดคือชีวิตง่ายๆสบายๆ

เกิดและโตในยุคแดกด่วน ล้นทะลักไปด้วยข้อมูล...ความเยอะ...ความอยากมีอยากได้...และความเร่งรีบ ถามจริงเหอะว่าเหนื่อยมั้ยดาว!! ที่ต้องวิ่งไล่ตามโลกให้ทัน ขอตอบแทน “ดาว” ว่า เหนื่อยมากค่ะ!! ถ้าเลือกได้ก็อยากมีชีวิตง่ายๆสบายๆ ไม่ต้องซับซ้อนยุ่งเหยิงอีนุงตุงนัง แต่มันจะเป็นไปได้เหรอ

สองนักเขียนมือทอง “แวร์เนอร์ ติกิ คุสเทนมาคเคอร์” และ “โลธาร์ เจ. ไซแวร์ท” เขียนไว้ในหนังสือ “simplify your life” ซึ่งค้นคว้าข้อมูลจากตำรา 600 เล่ม บอกเล่าถึงหนทางของการใช้ชีวิตง่ายๆสบายๆ ด้วยการ “ลด” และ “ลบ” ความยุ่งเหยิงทั้งปวงออกจากชีวิต

สิ่งแรกที่ต้อง “ลด” คือ “ลดความเร่งรีบในชีวิต” คนเรา มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่จังหวะการเดินของนาฬิกาชีวิตกลับช้าเร็วต่าง กัน เคล็ดลับการเอาชนะความกดดันของเวลา เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากความเร่งรีบ มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี เริ่มจากการทำงานโดยไม่เหลือบดูนาฬิกา ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบไร้เวลา และสนุกกับทุกสิ่งที่ทำ หรือจะลองเปลี่ยนมุมคิดมองเวลาเป็นเหมือนสวน ที่เราสามารถกะเกณฑ์ได้ว่า เมื่อเดินเข้าไปในสวนแล้ว เราอยากจะเดินเล่นช้าๆ วิ่งเร็วๆ หรือวิ่งไปรอบสวน อย่าปล่อยให้เวลาควบคุมชีวิตเรา แต่เราต่างหากที่เป็นคนกำหนดเวลาของเราเอง อีกหนึ่งเทคนิคน่าสนใจคือ การทำกิจวัตรประจำวันให้ช้าลง การทำงานแข่งกับเวลาทำให้เกิดความเบื่อหน่ายไม่รู้ตัว ลองเปลี่ยนมาทำอะไรช้าๆค่อยเป็นค่อยไป ทำทุกอย่างอย่างมีสติ แล้วจะช่วยให้ชีวิตรุ่มรวยความสุขยิ่งขึ้น

“ลบความทุกข์ เพิ่มสารความสุข” พยายามเคลื่อนไหวทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง จะวิ่ง, เดินเล่น, ทำสวน, ขี่จักรยาน หรือเล่นกีฬาอะไรก็ได้ที่สนุก เพื่อกระตุ้นร่างกาย ให้หลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน จะช่วยขับไล่ความซึมเศร้า และลดความ รู้สึกเจ็บปวด สำหรับคนที่ไม่ชอบขยับตัวลองนั่งนิ่งๆแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า พร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยลมหายใจออกช้าๆ อย่างมีสติ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากภาระหนักอึ้งที่กองอยู่ตรงหน้า วันไหนเหนื่อยหนักเจอเรื่องท้อแท้ ลองตื่นเช้าแล้วไปเดินเล่นกลางทุ่งกว้างสักครึ่งชั่วโมง รับรองว่าความหนักอึ้งจะเบาหวิว

“ลดความสมบูรณ์แบบของชีวิต” ถ้าฉันผอมกว่านี้ สวยกว่านี้ รวยกว่านี้ ก็คงมีความสุขกว่านี้ นี่เป็นความเพ้อฝันที่ทำให้ไร้ความสุข “อีนิด โฮวอร์ท” และ “แจน ทราส” ที่ปรึกษาปัญหาชีวิตชื่อดังชาวมะกัน ค้นพบว่า การอยากมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ คือกับดักและภาพลวงตาอันตรายที่สุด ทางที่ดีควรยอมรับให้ได้ว่าคนเรามีชีวิตที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบก็สุขสบายได้ ความถูกต้องแม่นยำเกินพอดีไม่เพียงทำให้เราป่วยไข้ได้ แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจด้วย อย่ากลัวความผิดพลาดล้มเหลว เพราะความผิดพลาดคือโอกาสในการพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม

“ลบความอิจฉาริษยา” การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นตลอดเวลา อยากมีอยากได้มากกว่าคนอื่น เป็นหนึ่งในความรุงรังของชีวิตที่ควรลบทิ้งซะ คนขี้อิจฉาขี้หมั่นไส้มักใจร้อนรนเป็นไฟเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่าตัวเอง และพยายามหาทางดิสเครดิตคนอื่นทุกทาง โดยธรรมชาติแล้วคนเก่งต้องลงทุนลงแรงมากเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ แต่คนขี้อิจฉามักอยากได้อยากมีโดยไม่อยากลงทุนลงแรง และก็เพราะความอิจฉาริษยาเป็นความขุ่นเคืองใจที่ไม่อยากยอมรับคนอื่น การจะรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ จึงต้องอาศัยความรักและการเปิดใจ ทุกครั้งที่ต่อมอิจฉาทำงาน ลองหยิกตัวเองแรงๆแล้วท่องว่า ฉันยินดีกับเธอด้วย ฉันมีพอแล้ว เก็บสิ่งที่เธอมีไว้เถิด ทำบ่อยๆให้เคยชิน แล้ววันหนึ่งเราจะยอมรับความสำเร็จของคนอื่นด้วยใจจริง กรณีที่มีคนขี้อิจฉาพยายามใส่ร้ายป้ายสีคุณ ควรพูดกับเขาตรงๆว่า อย่าทำแบบนี้เลย ยิ่งให้ร้ายคนอื่นก็ยิ่งประจานตัวเอง

“ลดระดับความอึด” นายจ้างทั้งโลกชอบพนักงานเก่งๆ ขยันทำงาน ทั้งอึดทั้งทน แต่ลองขึ้นชื่อว่าอึดแล้ว ก็ต้องทนอึดอยู่อย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดี้ยงไปเอง ปีใหม่แล้วลองเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ยอมรับความอ่อนแอของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่งที่สุด อึดที่สุดเสมอไป หัดพูดคำว่า “ทำไม่ไหว” ซะบ้าง

“ลบความกังวลเรื่องอาชีพการงาน และความมั่นคงในอนาคต” เงินทองที่เราหามาได้ล้วนมาจากลำแข้งของเราเอง เหมือนการปลูกต้นไม้ที่ต้องใส่ปุ๋ย และหมั่นรดน้ำพรวนดิน จึงจะงอกงาม พ่อแม่เคยพร่ำสอนว่า ถ้าลูกได้งานที่ดี จงทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ แล้วมันจะตอบแทนลูกเอง แต่คำสอนนี้ล้าสมัยไปนานแล้ว นักทรัพยากรบุคคลย้ำว่า คนที่ภักดีซื่อสัตย์กับนายจ้างไปตลอดชีวิตจะเสียโอกาสในการทำเงินมหาศาล ฉะนั้น มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรมองหางานใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อหาโอกาสก้าวหน้าในชีวิต อย่านั่งติดหนึบกับเก้าอี้ตัวเอง เพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง เว้นแต่ว่าคุณกินตำแหน่งสูงพอที่จะปักหลักรอความก้าวหน้าในบริษัทเดิม.

มิสแซฟไฟร์