บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจ จนท. สอบสวนซัดดัม

เมื่อปี 2546 “ซัดดัม ฮุสเซน” ผู้นำเผด็จการอิรัก ถูกกองทัพสหรัฐฯ โค่นจากอำนาจ ฐานครอบครองอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) ที่ไม่มีอยู่จริง

นำไปสู่การประหารชีวิตเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2549 เปิดศักราชใหม่ของรัฐบาลหุ่นเชิดประชาธิปไตย อิรักก้าวเข้าสู่ยุคมืด ทุกวันนี้ยังไม่มีวี่แววจะเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

ผ่านข้ามเวลามา 11 ปี ปมประวัติศาสตร์ช่วงนั้นได้ถูกเผยมาอีกบท โดยจอห์น นิกสัน เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ “ซีไอเอ” ออกเปิดใจกับสำนักข่าวบีบีซี ในฐานะผู้สอบสวนซัดดัมเป็นคนแรก

“สิ่งที่ผมเห็นต่างกับที่สื่อสหรัฐฯพากันประโคมข่าวอย่างมาก ซัดดัมเป็นบุคคลที่มีเสน่ห์ดึงดูดมาก อารมณ์ดี มีมารยาท และเป็นคนตลกถ้าเขาอยากจะเป็น แต่ขณะเดียวกันหากจี้ถูกจุดเขาก็พร้อมที่จะกลายเป็นคนหยาบคาย หยิ่งยโส และน่ากลัวเมื่อเวลาอารมณ์เสีย”

ในการสอบสวนครั้งนั้น จุดประสงค์ที่ทางเบื้องบนต้องการ คือให้ซัดดัมยอมสารภาพเรื่องอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง พวกเขาต้องการแค่นั้น แต่ทั้งจากการสอบสวนที่กินระยะเวลา รวมถึงการหาข้อมูลหลักฐานมาอ้างอิงสิ่งที่ซัดดัมพูด...ทีมเราจึงได้ข้อสรุปว่า ซัดดัมสั่งยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิรักมานานหลายปีแล้ว และไม่คิดจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาใหม่อีก

ด้วยเหตุนี้เอง ทางเบื้องบนจึงมองว่าพวกผมล้มเหลวที่รีดข้อมูลไม่ได้ กว่าจะเรียกตัวให้เข้าไปบรรยายสรุปก็ปาเข้าไปปี 2551 หรือ 2 ปีหลังซัดดัมถูกประหารชีวิต ซึ่งประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ตอนนั้นเรียกได้ว่า “ไม่อยู่ในโลกความเป็นจริง” ขณะพวกที่ปรึกษาก็เอาแต่พยักหน้าอย่างเดียว

แต่ก่อนผมคิดเสมอว่าประธานาธิบดีคงรับฟังสิ่งที่ซีไอเอรายงาน แต่เอาเข้าจริงจุดมุ่งหมายทางการเมืองเหนือกว่าข่าวกรองอยู่ดี

เมื่อมองสถานการณ์ตะวันออกกลางในปัจจุบัน เห็นการถือกำหนดของกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ อย่างกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ผมมีความเชื่อว่า หากซัดดัมยังอยู่ อะไรหลายสิ่งมันคงดีกว่าทุกวันนี้...นิกสันกล่าวทิ้งท้าย.

ตุ๊ ปากเกร็ด