บริการข่าวไทยรัฐ

จัด 'โมโตจีพี' ชะงัก! อนุกรรมการฯติงตัวเลขสูงเกินไป

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านการกีฬาของบอร์ดกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตหลายด้าน หลัง กกท. เสนอของบมา 100 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์จัดแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิง แชมป์โลก โมโตจีพี ในไทย เห็นต่างเป็นตัวเลขที่สูง ควรต้องมีความชัดเจนในรายละเอียดมากกว่านี้ ที่นำเสนอเข้ามาเป็นข้อมูลแต่ด้านดี แนะให้ขอความเห็นชอบจากบอร์ด กกท. ก่อนกลับมาที่คณะอนุกรรมการ เพื่อนำเข้าสู่บอร์ดกองทุนฯใหญ่ ในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ต่อไป สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ยอมรับความคิดเห็น จะนำไปปรับแก้รายละเอียดคาดทันเซ็นสัญญาเดือน เม.ย.นี้แน่นอน...

วันที่ 6 ม.ค.60 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองด้านการกีฬา เป็นประธานประชุมคณะกรรมการฯ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีวาระสำคัญเรื่องการพิจารณางบประมาณค่าลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี จำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายกีฬาอาชีพเสนอขอเข้ามา โดยการจัดการแข่งขันโมโต จีพี จะใช้งบประมาณราว 374 ล้านบาท สัญญารวม 3 ปี ซึ่งจากการเจรจาล่าสุดหากลงตัวไทยจะได้จัดการแข่งขันในเดือน มี.ค. ปี 2018 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และหากได้รับการอนุมัติงบประมาณดังกล่าวจะสามารถเซ็นสัญญากับทาง “ดอร์น่า” ผู้ถือลิขสิทธิ์โมโตจีพีได้ใน เม.ย.นี้ และสามารถเตรียมการจัดการแข่งขันได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมนางสุปราณี คุปตาสา คณะกรรมการ ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องของการใช้งบประมาณดังกล่าว โดยต้องการให้มีแนวทางในการของบประมาณในการจัดกีฬาอาชีพที่เป็นไปแบบแผนตามระเบียบมากกว่านี้ เนื่องจากงบประมาณดังกล่าวเป็นตัวเลขจำนวนมาก และต้องการนำเรื่องนี้เสนอขอความชัดเจนจากคณะกรรมการ กกท. ซึ่งมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน รับรองอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาที่คณะอนุกรรมการ และนำเข้าสู่คณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติชุดใหญ่ ในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ต่อไป

ขณะที่ ศ.อรรถ นานา คณะกรรมการได้ตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่าการจัดการแข่งขันโมโตจีพี อาจจะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดไปยังประชาชน เพราะไทยเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุในการใช้จักรยานยนต์มากเป็นอันดับต้นๆของโลก และการนำเสนอข้อมูลเป็นการมองแต่ในแง่ดีเท่านั้น ควรศึกษาให้รอบคอบก่อน

ส่วน “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า อยากให้มีการทำความเข้าใจเรื่องของงบประมาณสำหรับกีฬาอาชีพที่จะแตกต่างจากกีฬาเป็นเลิศ ซึ่งเรื่องที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีผู้รับจัดการแข่งขันนั้น เราจำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการได้ แต่เพื่อความรอบคอบตามที่คณะอนุกรรมการตั้งข้อสังเกต จึงจะนำเรื่องนี้กลับไปยังคณะกรรมการ กกท.อีกครั้ง และมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา จะสามารถดำเนินการได้ทัน ก่อนการเซ็นสัญญาเดือน เม.ย.นี้ แต่หากไม่ทันกาลจะต้องรอไปอีกในปี 2019 หรือ 2020