บริการข่าวไทยรัฐ

กู้ศพแม่-ลูก รถจมน้ำท่วม ใต้อ่วมหลายจว. ถนน-สะพานพัง

หลายจังหวัดในภาคใต้ยังอ่วม ถูกนํ้าท่วมจมแทบกลายเป็นเมืองบาดาลที่ อ.ทุ่งสง เมืองคอน ฝนเทกระหน่ำ น้ำป่าทะลักเข้าท่วมซ้ำเติมอีกระลอก ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านขนย้ายข้าวของอพยพหนีตายโกลาหล เกิดเหตุสลดใจ ชาวบ้านขับรถกระบะฝ่ากระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากโดนน้ำซัดจมหาย สองแม่ลูกนั่งมาในรถจมน้ำดับสังเวย 2 ศพ ขณะที่รถไฟสายใต้หยุดการเดินรถชั่วคราว ผวจ.นครศรีธรรมราช เผยพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 13 อำเภอ คอสะพานถนนสายเอเชีย ถูกน้ำกัดเซาะขาดหลายแห่ง ยันอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง มั่นคงแข็งแรง ไม่ต้องวิตกกังวลอ่างแตก ขณะที่ จ.สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมหนัก 6 อำเภอ ชาวบ้าน อ.เกาะสมุย ถูกกระแสน้ำพัดจมหาย 1 คน ยังไม่ทราบชะตากรรม ขณะที่ ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมลุยน้ำมอบถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือชาวบ้านประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ยะลา

จากอุทกภัยน้ำท่วมหนักในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคใต้จนกลายสภาพเป็นเมืองบาดาล ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ จ.นครศรีธรรมราช ฝนตกหนักตลอดคืน ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด ไหลบ่า เข้าท่วมย่านการค้าตลาดอำเภอทุ่งสง อีกระลอก ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนพากันขนย้าย ข้าวของหนีน้ำกันโกลาหล สถานที่ราชการทั้ง ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจทุ่งสง น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องระดมกำลังไปช่วยเหลืออพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย ขณะที่ ต.ถ้ำใหญ่ บ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ติดภูเขาถูกน้ำท่วมสูงเกือบมิดหลังคาบ้าน และเกิดดินสไลด์ลงมาทับบ้านพังเสียหายอีกหลายหลัง

ส่วนที่สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร การรถไฟต้องหยุดเดินรถชั่วคราว ถนนสายเอเชีย 41 สายทุ่งสง-สุราษฎร์ธานี ที่บ้านช่องเขา หน้าถ้ำผาทอง และอีกหลายจุดถูกน้ำท่วมสูง รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ขณะเดียวกัน มีรถ กระบะขับฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก บนถนนสายทุ่งสง-นครศรีธรรมราช บริเวณหน้าวิทยาลัยเกษตรไสใหญ่ หมู่ 2 ต.ถ้ำใหญ่ ถูกกระแสน้ำซัดรถจมหายไป เจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหา พบศพนางจิรา อ่อนเกตุพล อายุ 52 ปี และนายเอกรินทร์ อ่อนเกตุพล อายุ 20 ปี สองแม่ลูก อยู่บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ 10 ต.แก้วแสน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช จมน้ำเสียชีวิตทั้ง 2 ศพ ส่วนสามีนางจิราหนีออกจากรถได้ทันรอดชีวิตหวุดหวิด

ขณะเดียวกัน น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่หลายตำบลใน อ.ชะอวด และ อ.จุฬาภรณ์ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลชะอวด น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร บ้านเรือน ร้านค้า สถานประกอบการธนาคาร ตู้เอทีเอ็มของธนาคารหลายจุด ถูกน้ำท่วมเสียหาย นอกจากนี้รถยนต์ รถจักรยานยนต์หลายสิบคันจมน้ำ รวมทั้งเส้นทางรถไฟถูกน้ำท่วม รถไฟแล่นผ่านไม่ได้ ต้องจอดรอที่สถานีชะอวด เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักสุดในรอบ 20 ปี

ขณะเดียวกัน น้ำป่าจากเทือกเขาหลวง บ้านคีรีวง ต.กำโลน อ.ลานสกา ไหลลงคลองท่าดี-ท่าใหญ่ กระแสน้ำเชี่ยวกราก ไหลบ่าเข้า อ.เมืองนครศรีธรรมราช และน้ำป่าจากเทือกเขาหลวง ด้านทิศตะวันตก ไหลลงคลองเขาแก้ว ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ อ.ลานสกา อ.พระพรหม อ.ฉวาง อ.พิปูน อ.ช้างกลาง อ.นาบอน และ อ.ถ้ำพรรณรา โดยเฉพาะที่อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง ต.เขาพระ อ.พิปูน น้ำล้นสปริงเวย์ทะลักลงแม่น้ำตาปี ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำตาปี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางการแจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตาปี ทั้ง อ.ฉวาง อ.ทุ่งใหญ่ และ อ.ถ้ำพรรณรา ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน เพื่อเตรียมอพยพหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ถูกน้ำท่วมแล้ว 13 อำเภอ คือ ชะอวด ทุ่งสง จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ ท่าศาลา นาบอน ช้างกลาง ฉวาง พิปูน นบพิตำ พรหมคีรี สิชล และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ถนนสายหลักคือสายเอเชีย ถูกน้ำท่วม ช่วงทุ่งสง-ชะอวด คอสะพานขาด ที่ ต.ถ้ำใหญ่ รถทุกชนิดแล่นผ่านไม่ได้ ถนนสายนบพิตำ คอสะพานขาด รถผ่านไม่ได้เช่นกัน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตั้งสะพานแบริ่ง ใช้ชั่วคราว นอกจากนี้ ถนนสายนครศรีธรรมราช-ร่อนพิบูลย์ น้ำท่วมสูงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงฯ ถนนสายลาน- สกา-ฉวาง น้ำท่วมสูงบริเวณถ้ำสุรกานต์ และถนน สายท่าศาลา-สิชล-ขนอม น้ำท่วมสูงที่หน้าตลาดแม่กิมส้อง รถเล็กแล่นผ่านไม่ได้ ทางจังหวัดขอรับ การสนับสนุนเรือท้องแบน และถุงยังชีพจากส่วนกลางส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเร่งด่วน

ขณะที่อ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง คือ ห้วยน้ำใส คลองดินแดง กะทูน และเสม็ดจวน น้ำล้นอ่าง แต่ได้รับการยืนยันจากชลประทานจังหวัดว่า ตัวอ่าง เก็บน้ำยังมั่นคงแข็งแรง ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล นอกจากนี้ จังหวัดได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ฝนยังคงตกหนัก ทำให้น้ำป่าจากภูเขาไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ อ.บ้านนาสาร สะพานข้ามคลองฉวาง บ้านกอบแก้ววัฒนาภิบาล รอยต่อหมู่ 5 ต.ลำพูน และหมู่ 6 ต.เพิ่มพูนทรัพย์ ถูกกระแสน้ำพัดขาด และสะพานบ้านเขาน้อย หมู่ 1 และหมู่ 3 ต.ลำพูน น้ำกัดเซาะคอสะพานทรุดตัว ที่ อ.ท่าชนะ สะพานข้ามคลองท่ากระจาย ถนนสายเอเชีย ต.ท่าชนะ มีรอยร้าวต้องปิดชั่วคราว ที่โรงเรียนท่าชนะ น้ำท่วมสูงต้องประกาศปิดเรียน และแจ้งให้ผู้ปกครองมารับนักเรียนกลับบ้าน ที่ อ.พุนพิน ดินบนเนินเขาด้านหลังโรงแรมควีนส์ เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม สไลด์ลงมากองหลังบ้านเรือนประชาชน พากันหนีออกมาเพื่อความปลอดภัย

ที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน รถไฟจำนวน 8 ขบวน จอดตกค้าง เนื่องจากรางรถไฟช่วงบ้านเขาพนมแบก อ.ท่าชนะ ถูกกระแสน้ำพัดหมอนรางรถไฟชำรุดเสียหาย ผู้โดยสารจำนวน 300 คน ตกค้างที่สถานี และบางส่วนโวยวายระบุทางสถานียังเปิดจำหน่ายตั๋วผู้โดยสารตามปกติ ทั้งที่ไม่มีขบวนรถวิ่ง ทำให้ต้องรอและเสียเวลา ที่ อ.กาญจนดิษฐ์ น้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ต.คลองสระ ต.ป่าร่อน และ ต.ช้างซ้าย รวม 10 หมู่บ้าน ชาวบ้านประมาณ 2 พันหลังคาเรือน พากันอพยพและขนย้ายข้าวของหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย บางคนหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคา โรงเรียนในเขตเทศบาล ต.กรูด รวม 8 โรง สั่งปิดเรียน ส่วนความเสียหายด้านอื่นมีรถยนต์จมน้ำ 1 คัน

นอกจากนี้ มีโรงเรียนประกาศปิดเรียนหลายแห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีขยายเวลารายงานตัวนักศึกษาไปจนถึงวันที่ 10 ม.ค. โรงเรียนสุราษฎร์พิทยาปิดเรียนถึงวันที่ 16 ม.ค. โรงเรียนท่าชนะเลื่อนการสอบให้รอฟังประกาศจากโรงเรียนอีกครั้ง และโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ประกาศปิดเรียนถึงวันที่ 6 ม.ค.

ที่ อ.เกาะสมุย ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ รวมทั้งถนนสายทวีราษฎร์–ภักดี ถนนสายหลักรอบเกาะสมุย ถูกน้ำท่วมสูงบางจุด รถยนต์ไม่สามารถแล่นผ่านได้ นอกจากนี้รถยนต์ในลานจอดรถของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใน ต.มะเร็ต ถูกกระแสน้ำพัดจมน้ำเสียหาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด รับแจ้งมีชายไม่ทราบชื่อ ถูกกระแส น้ำพัดตกลงไปในลำคลองทางเข้าซอยศูนย์ลิง ต.บ่อผุด จมหายไป 1 คน ยังค้นหาไม่พบ ขณะที่เทศบาลนครเกาะสมุย ระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำจากพรุเฉวงลงสู่ทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ถนนเลียบชายหาดเฉวง พื้นที่ย่านเศรษฐกิจของเกาะสมุย

นายอวยชัย อินทร์นาค ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ ประกอบด้วย กาญจนดิษฐ์ บ้านนาสาร ไชยา ท่าชนะ ท่าฉาง และดอนสัก และน้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.เคียนซา บ้านนาเดิม พุนพิน และ อ.เมือง อีก 4 อำเภอ เจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรเข้าไปเปิดเส้นทางที่ถูกดินสไลด์ และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 17 อำเภอ ที่ต้องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ได้นำถุงยังชีพไปมอบให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัย

จ.ชุมพร ที่ รพ.หลังสวน น้ำเอ่อท่วมบริเวณตึกผู้ป่วยชาย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังขนย้ายเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปอยู่ในที่ปลอดภัย นพ.ศักดิ์สิทธิ์ มหารัตนวงศ์ ผอ.รพ.หลังสวน กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้สร้างรั้วและคันดินป้องกันน้ำ แต่ปริมาณน้ำจากฝนตกหนัก ต่อเนื่อง ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมโรงพยาบาล โดยเฉพาะตึกผู้ป่วยชายระดับน้ำสูง 10-50 ซม. ทางโรงพยาบาลได้อพยพผู้ป่วยไปอยู่ในที่ปลอดภัย แต่โรงพยาบาลยังเปิดให้บริการตามปกติเนื่องจากมีผู้ป่วยมารับการรักษาจำนวนมาก และวิตกกังวล หากปริมาณน้ำที่ อ.พะโต๊ะ ไหลบ่าลงมาสมทบ จะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งมีชายไม่ทราบชื่อหนีน้ำป่าขึ้นไปบนต้นไม้ ที่บ้านในหยาน หมู่ 9 ต.พะโต๊ะ เจ้าหน้าที่เร่งออกไปให้การช่วยเหลือเร่งด่วน นอกจากนี้มีดินสไลด์ขวางถนนหลายจุด ที่ถนนสาย 4006 หลังสวน-พะโต๊ะ น้ำท่วมหลายจุด ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร และมีเสาไฟฟ้าล้มที่ ต.พะโต๊ะ เป็นทางยาวเกือบ 4 กม. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าระดมกำลังไปเร่งซ่อมแซมแก้ไข ที่ อ.ละแม และ อ.หลังสวน น้ำท่วมหลายจุดสูงเกือบ 1 เมตร นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร ระดมเจ้าหน้าที่ไปช่วยอพยพชาวบ้านหนีน้ำไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ที่ จ.ปัตตานี มวลน้ำจาก จ.ยะลา ไหลมาสมทบกับน้ำที่ท่วมอยู่เดิม ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น และเข้าท่วมพื้นที่บ้านปะกาลิมาปุโร๊ะ บ้านบลีดอ บ้านยือโม๊ะ และบ้านตาเนาะ ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร และน้ำทะลักเข้าท่วมโรงเรียนบ้านปะกาลิมาปุโร๊ะ ทำให้อาคารชั้นล่าง จมน้ำ โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอนอย่างไม่มีกำหนด ขณะเดียวกัน โรงเรียน วัด และมัสยิดหลายแห่ง และบ้านเรือนชาวบ้านกว่า 500 หลังถูกน้ำท่วม ระดับน้ำสูง 1.50 เมตร ขณะที่โรงเรียนถูกน้ำท่วมปิดการเรียนการสอนแล้ว 7 โรง คือโรงเรียนบ้านลานช้าง โรงเรียนบ้านตะบิ้ง โรงเรียนบ้านป่าม่วง โรงเรียนบ้านละหาร (มิตรภาพที่ 113) โรงเรียนบ้านแซะโมะ โรงเรียนบ้านเขาดิน และโรงเรียนบ้านเจาะกือแย

ที่ จ.นราธิวาส ฝนหยุดตก ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้ง 3 สาย คือ แม่น้ำโก-ลก แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำบางนรา ที่ล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่จุดที่ยังวิกฤติ คือ อ.สุไหงโก-ลก ระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 1.50 ถึง 1.70 เมตร ประชาชน 9 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และชุมชนรอบนอกได้อพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราว 2 แห่ง คือ โรงเรียนเทศบาล 4 และโรงเรียนเทศบาล 1 ขณะที่ พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผบ.ฉก.ทพ.45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นำเจ้าหน้าที่ทหารพรานเดินลุยน้ำเข้าไปช่วยเหลือมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ชาวบ้านบ้านแกแม หมู่ 4 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ ที่น้ำท่วมสูง ถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด

วันเดียวกัน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 นายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.ยะลา เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่บ้านปะดาฮัน หมู่ 4 ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อมอบถุงยังชีพ พระราชทานให้แก่ชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ได้รับความเดือดร้อน โดยมอบให้แก่ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมารับสิ่งของได้ด้วยตนเองจำนวน 20 ชุด และเดินลุยน้ำเข้าไปมอบให้แก่ชาวบ้าน ที่มารอรับที่บนถนนในหมู่บ้านจำนวน 237 ชุด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ยะลาและนราธิวาส เพื่อช่วยเหลือประชาชน และ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจในพื้นที่ สั่งการให้จัดส่งเรือท้องแบนไปช่วยเหลือประชาชน 100 ลำ อย่างเร็วที่สุดโดยลำเลียงผ่านทางรถไฟ

ที่สถานีรถไฟ (หัวลำโพง) พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รรท.ผบก.รฟ. พร้อมกำลังเร่งนำเรือยาง 50 ลำ ขึ้นรถไฟไปส่งที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พ.ต.อ.สุรพงษ์กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมจัดหาเรือจำนวน 150 ลำ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยการรถไฟฯเป็นผู้ขนส่งเรือยางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปยังสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี จากนั้นจะมีรถของทหารและตำรวจมารับไปกระจายให้แก่ชาวบ้าน จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส การขนส่งครั้งนี้เป็นครั้งแรก 50 ลำก่อน ส่วนที่เหลือจะจัดหาและจะทยอยจัดส่งให้เร็วที่สุด

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึง สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. มีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ วันนี้ ผบ.ทบ.ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้กำชับให้กองทัพภาค 4 ส่งกำลังพลเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการอพยพคน ขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย การดูแลที่อยู่อาศัย และอาหาร เมื่อน้ำลดจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาค เข้าไปฟื้นฟู ซ่อมแซมบ้านเรือน ถนน สะพาน กลับคืนสภาพปกติโดยเร็ว

มีรายงานว่า ในวันที่ 6 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พร้อมคณะ มีกำหนดเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ จ.นราธิวาส เพื่อประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง และประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ อ.ระแงะ จำนวน 1 พันคน