บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.พลิกลิ้น เลือกตั้งทัน60 พท.โวย'บิ๊กตู่'สอดแนม'ปู'

วิป สนช.กลับลำดับปมร้อนเลื่อนเลือกตั้งไปกลางปี 61 “บิ๊กกี่” การันตีโรดแม็ปคงเดิมเล็งเพิ่มวันทำงานเสาร์-อาทิตย์เร่งคลอดกฎหมายลูก “ครูหยุย” ชี้ “สุรชัย” พูดไปตามกรอบเวลาเต็มเพดาน โบ้ยปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่ทีมยกร่างส่งไม้ต่อล่าช้า แต่คาดจะรีบตั้งแท่นอย่างไวเต็มที่ไม่เกิน 6 เดือน ด้าน “โฆษก กรธ.” ยืนยันปั่นกติกาใหม่เสร็จทันเลือกตั้งปี 60 “บิ๊กป้อม” บอกจบแล้ว งดโต้สะกดรอย “ปู” พท.อัดซ้ำอ้างเหตุรปภ.ผิดหลักการคุกคามสิทธิเสรีภาพส่วนตัว เหน็บ “บิ๊กตู่” ตอบมาแมนๆ ส่งคนสอดแนมอดีตนายกฯ “จตุพร” หน้าซีดอิดโรยพบกองเชียร์ “ณัฐวุฒิ” ดิ้นขอสิทธิไปรักษาที่ รพ.นอกคุก อธิบดีราชทัณฑ์ยันอาการไม่น่าห่วง

จากกรณีที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ระบุอาจจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นช่วงกลางปี 2561 จนฝ่ายรัฐบาลต้องออกมายืนยันเดินตามโรดแม็ปเดิม ล่าสุดวิป สนช.ต้องรีบดับปมร้อนชี้แจงว่า โรดแม็ปการเลือกตั้งยังเป็นไปตามเดิม ภายในปี 2560 สนช.จะเร่งรัดพิจารณาร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับให้ทันกำหนดเวลา คาดว่าไม่เกิน 6 เดือน

กรธ.ยันร่าง ก.ม.ลูกให้ทัน ลต.ปี 60

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่รัฐสภา นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.จะประชุมอีกครั้งในวันที่ 9 ม.ค. จะเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขณะนี้ได้นำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาพิจารณาเบื้องต้นบ้างแล้ว แต่เป็นเพียงการกำหนดหลักการสำคัญที่จะนำไปสู่การเขียนบทบัญญัติตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนดเจตนา– รมณ์ไว้ อาทิ การจัดการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม การดำเนินการเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงระยะเวลาการนับคะแนน การคำนวณผลคะแนนเลือกตั้ง รวมถึงมาตรการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง แต่จะไม่เร่งพิจารณาให้เสร็จในทันที ต้องรอเวลาที่ให้พรรค การเมืองปรับตัวให้สอดคล้องกับกติกาใหม่ ตามที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนด กรธ.กำหนดไว้ 6 เดือน รวมถึงต้องรอให้ กกต.ปรับองค์กรและกลไกให้สอดคล้องกับกฎหมายฉบับใหม่ด้วยเช่นกัน ยืนยันว่าการพิจารณาทำกฎหมายลูกจะเป็นไปตามกรอบที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนด 240 วัน เพราะได้คำนวณบนฐานของโรดแม็ปของรัฐบาล คือ จัดการเลือกตั้งภายในปี 2560

วิป สนช.การันตีโรดแม็ปคงเดิม

พล.อ.นพดล อินทปัญญา กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า ยืนยันว่าโรดแม็ปการเลือกตั้งยังเป็นไปตามเดิมคือ ภายในปี 2560 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ระบุถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ต้องแก้ไขกัน เพื่อให้มีการเลือกตั้งภายในปี 2560 ให้ได้ก่อน ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องอนาคต แม้ยังไม่รู้ว่า กรธ.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมาให้ สนช.เมื่อใด แต่นโยบายจากผู้ใหญ่สั่งการมาแล้วว่า เมื่อ กรธ.ส่งร่างกฎหมายลูกมาให้แล้ว สนช.จะต้องพิจารณากฎหมายลูกให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ดีที่สุด และสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ปเดิม สนช.จะเร่งทำงานเต็มที่จากที่เคยทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ อาจจะต้องเพิ่มวันเสาร์-อาทิตย์เข้าไปด้วย ต้องยอมเหนื่อยกัน เพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่นายกฯ กำหนดไว้ให้ได้

เชื่อ กรธ.ส่ง ก.ม.ลูกให้ สนช.โดยไว

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ วิป สนช. กล่าวว่า เชื่อว่าโรดแม็ปเลือกตั้งจะไม่ขยับจากกำหนดเดิมที่วางไว้ในปี 2560 สิ่งที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ระบุว่าอาจต้องเลื่อนเลือกตั้งเป็นกลางปี 2561 นั้น เป็นการคิดตามเพดานเวลาการทำงานสูงสุดที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่เชื่อว่า กรธ.คงไม่ใช้เวลาร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งนานถึง 8 เดือน คาดว่าเต็มที่ไม่เกิน 6 เดือน น่าจะส่งร่างกฎหมายลูกมาให้ สนช.พิจารณาได้แล้ว เพราะไม่มีเหตุผลที่ต้องล่าช้า ขณะนี้ สนช.ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษากฎหมายลูกฉบับต่างๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อได้ร่างกฎหมายลูกฉบับเป็นทางการมา จะช่วยให้พิจารณาได้รวดเร็วขึ้น แม้จะต้องมีการปรับแก้เนื้อหาจาก กรธ.บ้าง แต่ยังมั่นใจว่าจะพิจารณาเสร็จทันภายในเวลาที่กำหนด ถ้าจะมีปัจจัยเสี่ยงคือ กรธ.ส่งกฎหมายลูกมาให้ สนช.ล่าช้า แม้ สนช.จะไปเร่ง กรธ.ไม่ได้ แต่ยังเชื่อว่ากรธ.จะส่งมาให้ สนช.โดยเร็ว

ปชป.เหน็บเลื่อนกาบัตรไป 10 ปี

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ระบุการเลือกตั้งช่วงกลางปี 2561 ว่า สนช.ระบุว่าปีที่ผ่านมา ออกกฎหมายได้เป็นร้อยฉบับ บางฉบับพิจารณาแค่ไม่ถึง 2-3 ชั่วโมงผ่าน การที่นายสุรชัยระบุว่าจะเลื่อนโรดแม็ปเพราะต้องทำกฎหมายลูกให้เสร็จทั้ง 10 ฉบับนั้น เลื่อนลอยเกินไป ถ้าจะเลื่อนโรดแม็ปรัฐบาลจะกำหนดเองแล้วแต่ความจำเป็น ถ้าคิดว่าดีจะทำให้ประเทศชาติและประชาชนอยู่ดีมีสุข จะเลื่อนไปสัก 5-10 ปีคงไม่เป็นไร พวกตนคงไม่ว่าอะไร ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มักจะต่อว่านักการเมืองเป็นคนเลว คนโกง ขอถามกลับว่าแล้วในรัฐบาลชุดนี้ดีหมดทุกคนเลยใช่หรือไม่ ข้อเท็จจริงการทุจริตยังเกิดขึ้น แม้แต่ในรัฐบาลชุดนี้ ขอให้ไปดูที่งบท้องถิ่นหรือโครงการใหญ่ๆ ว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลหรือไม่ ยังรั่วไหล มีค่าคอมมิชชั่น รัฐบาลชุดนี้ออกนโยบายไม่ต่างอะไรจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะนี้นักลงทุนและชาวบ้านต่างกังวลเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องค่าครองชีพที่สูงขึ้น การลงทุนหรือโครงสร้างพื้นฐานมีล็อกสเปกหรือไม่ ลงไปดูบ้างหรือไม่

“ราเมศ” สับ กรธ.เขียนกติกาด้วยชิงชัง

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง ฉบับ กรธ.ว่า มีหลายประเด็นที่น่าเป็นปัญหา เช่น มาตรา 6-7 ที่เปลี่ยนให้เลขาธิการ กกต.เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ควรให้ประธาน กกต.ดูแลเช่นเดิม หรือมาตรา 43-44 บทลงโทษนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสูงมากถึงขั้นประหาร ชีวิต โดยห้ามซื้อขายตำแหน่งทางการเมือง แต่กลับบังคับใช้กับคนที่สังกัดพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เปิดช่องให้มีนายกฯ คนนอกได้ สงสัยว่านายกฯ คนนอก รัฐมนตรีคนนอกหรือส.ว. แต่งตั้ง ซื้อขายตำแหน่งหรือเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแต่งตั้งคนอื่นได้ใช่หรือไม่ เพราะไม่สังกัดพรรคการเมือง เป็นความลักลั่นของกฎหมาย แทนที่บังคับใช้อย่างเท่าเทียม แต่กลับเขียนโดยชิงชังนักการเมือง รวมถึงการเก็บค่าสมาชิกพรรค เมื่อกฎหมายพรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว หากไม่ทำเช่นนี้ให้ถือว่าลาออกจากสมาชิกพรรค ไม่มีกฎหมายที่ไหนในโลกเขียน เพื่อให้มีผลกระทบต่อสมาชิกของพรรคการเมืองเช่นนี้ ถือว่าลิดรอนสิทธิ ถ้าใช้เงินเป็นตัวตั้งการมีส่วนร่วมกับพรรคการเมือง เป็นความผิดพลาดในการส่งมอบระบอบประชาธิปไตย

“บุญเลิศ” หนุน รบ.สร้างปรองดอง

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตรองประธานกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สปช. กล่าวว่า ตามที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงถึงที่นายกฯ จะเพิ่มเรื่องการสร้างความปรองดองมาเชื่อมโยงกับการปฏิรูปและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ จะใช้คำสั่งมาตรา 44 แต่งตั้งคณะกรรมการ ตนเห็นด้วยและสนับสนุนเต็มที่ นโยบายสำคัญเร่งด่วน คือการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการอำนวยความยุติธรรมด้วยการให้อภัยกัน อย่างที่ทำมาแล้วในอดีต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มีพระราชปณิธานให้สังคมไทยเกิดสันติสุข ไม่ขัดแย้งแตกแยก

รัฐเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ชาติ

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมและคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนว่า การประชุม กพย.วันที่ 14 ธ.ค.59 มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นประธานได้กำหนด 30 เป้าประสงค์ เร่งรัดทำเร่งด่วนภายใน 5 ปีแรก อาทิ ระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน การเกษตรมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การยุติความหิวโหย ยุติการค้ามนุษย์ ช่วงเดือน ม.ค.จะเริ่มเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกับการน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์พระราชามาพิจารณาร่วมกัน เพื่อนำมาสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ การทำให้ 30 เป้าประสงค์บรรลุผล อาจต้องปรับปรุงกฎหมายทั้งเก่าและใหม่เพิ่มเติมคาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ก่อน เม.ย.60

“ประยุทธ์” ยินดีแคนาดาชี้แนะปฏิรูป

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางโดนิกา พอตตี เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณที่นายเดวิด จอห์นสตัน ผู้สำเร็จราชการแห่งแคนาดา มีสาส์นแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสาส์นแสดงความยินดีต่อการขึ้นทรงราชย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่เอกอัครราชทูตแคนาดา ได้แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และชื่นชมการทำงานของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาผู้อพยพและผู้ลี้ภัย รวมถึงสนใจที่จะให้นักธุรกิจไทยและแคนาดาร่วมกันลงทุน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำถึงการดำเนินการตามโรดแม็ป พร้อมรับฟังความเห็นที่แตกต่างและคำแนะนำจากทุกฝ่าย ยินดีให้แคนาดาส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อเสนอแนะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการปฏิรูปประเทศที่ยั่งยืน และยินดีสนับสนุนแคนาดาที่ลงสมัครสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ปี ค.ศ.2021-2022

แก้ ก.ม.ข่าวสารฯคุ้มครองบุคคล

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมการประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการครั้งที่ 1/2560 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการปรับปรุง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เพราะยังไม่ชัดเจนในบางเรื่อง เช่น การบัญญัติให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลสาธารณะ ขัดต่อหลักสากลที่ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงเสนอให้ปรับปรุงหลายประเด็น เช่น กำหนดหลักเกณฑ์ในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล การกำหนดให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ มีอำนาจหน้าที่เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดนโยบายปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน

“บิ๊กป้อม” ไม่โต้สะกดรอย “ยิ่งลักษณ์”

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปกครองที่รัฐบาลส่งมาติดตามดูแลความปลอดภัย ต้องแสดงตนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า “ไม่เป็นไร ผมพูดไปแล้ว จบแล้ว” เมื่อถามว่า จะมีการปรับมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ปรับมาตรการไปแล้ว ไม่ใช่ เถียงกันไปกันมา ผมบอกไปแล้วทุกอย่างก็จบ”

พท.อัด รปภ.ผิดหลักคุกคามสิทธิ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอ้างเหตุผลว่าต้องการรักษาความปลอดภัยให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ผิดหลักการทั่วไปที่พึงปฏิบัติ เพราะการทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ควรแสดงตนและสังกัดให้ชัดเจน แจ้งให้อดีตนายกฯได้รับทราบ หากอดีตนายกฯไม่ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่มาดูแล ควรให้เป็นสิทธิของท่าน เพราะอาจต้องการความเป็นส่วนตัว การไม่แสดงตนและสังกัดยังอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยมากกว่า จึงมองว่าไม่ใช่การไปรักษาความปลอดภัยเหมือนที่รองนายกฯและโฆษกรัฐบาลแถลง แต่น่าจะเป็นการติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯมากกว่า เพราะมีการถ่ายภาพและวีดิโอด้วย การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพความเป็นอยู่ส่วนตัว อดีตนายกฯย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางไปยังที่ใดๆ ได้ทั่วราช–อาณาจักร โดยไม่ถูกจำกัดหรือรบกวนจากรัฐ รัฐบาลและ คสช.ไม่ควรกระทำการเช่นนี้อีก

บี้ “บิ๊กตู่” ตอบแมนๆส่งคนสอดแนม

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ควรตอบอย่างตรงไปตรงมาแบบลูกผู้ชายว่าการให้เจ้าหน้าที่ไปติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯตามที่ต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยหรือสร้างแรงกดดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กันแน่ คนไทยส่วนใหญ่พอจะมองออกว่าแบบไหนคือการสอดแนม แบบไหนคือการรักษาความปลอดภัย การส่งคนตามประกบเช่นนี้ไม่น่าจะทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น น่าจะเข้าข่ายการคุกคามชนิดหนึ่ง อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ควรถามตัวเองว่าถ้าลูกเมียของท่านโดนกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ไม่ทราบว่าเป็นใครประกบเวลาไปไหนมาไหน จะรู้สึกอย่างไร ทุกวันนี้ รัฐบาลดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ทั่วถึงดีพอหรือยัง เหตุใดเจ้าหน้าที่รัฐถึงว่างไปนั่งเฝ้าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองให้รัฐบาล ทั้งที่ปัจจุบันสังคมไทยยังมีเด็ก สตรี คนชรา ถูกทารุณกรรมหรือเป็นเหยื่อของความรุนแรงจำนวนมาก

“วรงค์” เตือนระวังเข้าทาง “ปู”

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่าถูกติดตามถ่ายรูป พรรคเพื่อไทยได้ทีกระโจนรับทันทีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกรังแก ถูกติดตาม ละเมิดความเป็นส่วนตัว แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ออกมาขออภัยที่เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปมากไป แต่ต้องการดูแลความปลอดภัย ถือเป็นข้อคิดให้หลายฝ่ายเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แม้จะดูว่ารู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่การดำเนินการใดๆต้องระมัดระวังและละเอียดอ่อน เพราะเขามีทั้งลูกมึนเมื่อจนแต้ม มีน้ำตาให้ใช้เมื่อถึงโอกาส มีบทรุกเมื่อเข้าทาง จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และรอบคอบกว่าปกติ ต้องไม่ให้ฉวยโอกาสสร้างกระแสเพื่อให้จำเลยที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศกลับมาเป็นโจทก์ตามที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

“จตุพร” อิดโรยโผล่พบแฟนคลับ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวร-เศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ พร้อมมวลชนเสื้อแดง เข้าเยี่ยมอาการนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ที่ป่วยด้วยโรคกรวยไตอักเสบ และเพิ่งถูกย้ายออกจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากแพทย์วินิจฉัยว่าอาการดีขึ้น โดยนายจตุพรเดินออกมาจากแดน 1 ในสภาพซูบซีดอิดโรย ก่อนจะกล่าวผ่านโทรศัพท์ประจำห้องเยี่ยมของเรือนจำด้วยน้ำเสียงค่อนข้างแผ่วเบาว่า เดิมแพทย์บอกจะให้ยาฉีดถึงวันที่ 16 ม.ค. แต่เปลี่ยนเป็นให้ยาฉีดถึงวันที่ 7 ม.ค.จากนั้นให้ยาแบบทานแทน ยอมรับว่าอยู่ในคุกไม่ใช่สถานที่สุขสบาย เมื่อเจ็บป่วยขึ้นมา ไม่ควรเอาเรื่องทางการเมืองมาแก้ปัญหา ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลตามหลักการแพทย์ ไม่ใช่การเมือง ถ้าจะให้กลับไปรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อีก คงไม่ขอกลับ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง จะรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ให้นานที่สุด หากเกินความสามารถ ถือว่าได้ทำอย่างสุดกำลังแล้ว

ไม่เอาเรื่องป่วยมาอ้างประกันตัว

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ถ้าเกินขีดความสามารถของแพทย์ราชทัณฑ์ ควรอนุญาตให้ออกไปรักษาตัวข้างนอกชั่วคราวก่อน ขณะนี้ นปช.คงต้องรอผลการตรวจสอบเชื้อจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จึงจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่า สมควรจะทำเรื่องขอย้ายนายจตุพรออกมารักษาในโรงพยาบาลหรือไม่ ยืนยันว่าการป่วยของนายจตุพรไม่ใช่เรื่องที่จะหยิบยกมาเป็นข้อเสนอขอยื่นประกันตัว แต่เป็นหลักการดูแลรักษาตามปกติของแพทย์ ส่วนการที่มีมวลชนมาเยี่ยมจำนวนมากนั้น ถือเป็นความผูกพันส่วนตัว ไม่ใช่มาเพื่อชุมนุมทางการเมือง ยังมองว่าความเป็นอยู่และความปลอดภัยของนายจตุพร น่าจะทำให้ผู้มีอำนาจรู้สึกสบายใจมากกว่าที่นายจตุพรต้องเป็นอะไรไปในช่วงนี้ เพราะหากเป็นอะไร ไม่รู้ว่ามวลชนเสื้อแดงจะเข้าใจหรือเปล่า

“เต้น” ขอ “ตู่” ออกไปรักษานอกคุก

ต่อมาที่กรมราชทัณฑ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตเลขาธิการ นปช. ได้เข้าพบนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยนายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และนายวีระกิตติ์ หาญบริพรรณ์ ผอ.ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อสอบถามถึงอาการป่วยของนายจตุพร นายณัฐวุฒิเปิดเผยว่า ไม่ได้มาเพื่อสร้างสถานการณ์หรือเรียกร้องอภิสิทธิ์ให้นายจตุพร แต่ต้องการสอบถามความคืบหน้าในการรักษาพยาบาล และได้รับการยืนยันอาการนายจตุพรไม่มีอะไรน่ากังวล ตอนนี้ให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด แต่พวกเราอยากให้นายจตุพรออกไปตรวจดูอาการป่วยจากโรงพยาบาลภายนอก เพราะคดีที่นายจตุพรต้องโทษเป็นคดีทางการเมืองที่ยังไม่ถึงที่สุด อยากจะให้ได้รับสิทธิตามที่พึงได้

อธิบดีคุกบอกอาการไม่น่าห่วง

ด้านนายกอบเกียรติกล่าวว่า การรักษาอาการป่วยของนายจตุพรเป็นไปตามขั้นตอน หากผู้ต้องขังมีอาการป่วย และส่งตัวมารักษาที่ทัณฑสถานโรง-พยาบาลราชทัณฑ์จะมีพยาบาลวิชาชีพประจำอยู่ ตรวจรักษาเบื้องต้นจะมีแพทย์จากโรงพยาบาลภายนอกเข้ามาดูเป็นช่วงๆ หากผู้ต้องขังป่วยจนต้องส่งโรงพยาบาลภายนอกสามารถประสานได้ตลอดเวลา ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่สามารถรักษาหรือขาดแคลนเครื่องมือในการดูแลผู้ป่วยสามารถส่งตัวออกไปรักษาข้างนอกได้ แต่ตอนนี้นายจตุพรมีอาการดีขึ้น ไม่มีอาการน่าเป็นห่วง กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าจะสามารถดูแลนายจตุพรให้ดีที่สุด

มท.1 แจงงบฯผักตบไม่สูงเกินปกติ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณกำจัดผักตบชวาที่มีมูลค่าสูงว่า แต่ละหน่วยงานมีเครื่องมือของตนเองอยู่แล้ว และนำมาบูรณาการกัน ยืนยันว่าการใช้งบประมาณไม่ได้สูงขึ้น และการทำงานอยู่บนหลักการที่ต้องมีความรับผิดชอบและโปร่งใส หากใครพบหลักฐานความผิดปกติให้ส่งหลักฐานมาที่ตนเอง เชื่อว่ารัฐบาลก็จะไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตขึ้น

คสช.ขยับปรับทีมที่ปรึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 5 ธ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2559 เรื่อง เปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะที่ปรึกษา คสช.เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของ คสช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้เปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะที่ปรึกษา คสช.จากคำสั่ง คสช. ที่ 1/2559 โดยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรองประธาน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม นายอํานวย ปะติเส พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ เป็นที่ปรึกษา พล.อ.นพดล อินทปัญญา เป็นที่ปรึกษาและเลขานุการ ทั้งนี้ ตั้งแต่ 6 ธ.ค.2559 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 30 ธ.ค.2559 ให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี พ้นจากการเป็นที่ปรึกษาและเลขานุการ