วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดับทุบสถิติ 7 วัน 478 ศพ เมืองชลลิ่ว บิ๊กป้อมยัน ใช้ม.44-ลุยจัดการรถตู้

พ่อเมืองจันท์นำผู้บริหารบริษัทประกันจ่ายค่าเยียวยาให้ครอบครัวเหยื่อรถตู้มรณะ เผยทั้ง 25 ศพจะได้รายละ 7 แสนบาท ชี้หากญาติไม่พอใจพร้อมช่วยเหลือด้านฟ้องร้อง ขณะที่ญาติร่ำไห้รับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ด้านหนุ่มช่างซ่อมเครื่องบินหนึ่งเดียวที่รอดชีวิตปาฏิหาริย์กลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว พ่อดีใจยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1 ชาวบ้านผวาวิญญาณผู้ตายร้องโหยหวน ตกดึกไม่มีใครกล้าผ่านจุดเกิดเหตุ ปภ.สรุปยอด 7 วันตายพุ่ง 478 ศพ สูงกว่าปีก่อนถึง 98 ศพ บาดเจ็บเพิ่ม 623 ราย จ.ชลบุรี จุดเกิดรถตู้ชน 25 ศพครองแชมป์ตายมากสุด 33 ศพ หลายฝ่ายรับลูกงัด ม.44 มาใช้หวังลดสถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์

จากเหตุโศกนาฏกรรมรถตู้โดยสารสายจันทบุรี-กรุงเทพฯ ทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร เสียหลัก ตกร่องกลางถนนพุ่งข้ามเลนชนประสานงารถกระบะอีซูซุ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ไฟลุก ท่วม บนถนนสายบ้านบึง-แกลง หมู่ 1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คัน 25 ศพ สังเวยช่วงรณรงค์ 7วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ หลังเกิดเหตุหลายฝ่ายต่างออกมาวิจารณ์ถึงมาตรการการคุมเข้มรถตู้สาธารณะที่มักเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบ่อยครั้ง ล่าสุดรัฐบาลเตรียมงัด ม.44 มาใช้หวังลดความสูญเสียบนท้องถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์

ความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อรถตู้มรณะ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ม.ค. นายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี เดินทางไปที่ศาลา 2 วัดจันทนาราม อ.เมืองจันทบุรี สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.หทัยรัตน์ บุญฤทธิ์ 1 ในผู้โดยสารที่เสียชีวิต โดย ผวจ.จันทบุรี พร้อมผู้บริหาร บมจ.ฟีนิกซ์ประกันภัย มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยรายละ 3 แสนบาท พร้อมเงินช่วยบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน 1 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือจะได้รับเงิน พ.ร.บ.ผู้โดยสาร ภาคสมัครใจอีกรายละ 3 แสนบาท รวมเบื้องต้นจะได้รับรายละ 7 แสนบาท ทั้งนี้ นายวิทูรัชเปิดเผยว่า เงินดังกล่าวอาจน้อยไปสำหรับความสูญเสีย แต่ก็เป็นตามระเบียบกฎหมาย และจังหวัดเตรียมช่วยเหลือญาติด้านการฟ้องร้องตามที่ญาติต้องการ

ส่วนที่วัดธรรมมาศน์นักบุญโปรแตส บ้านท่าแฉลบ อ.เมืองจันทบุรี สถานที่ตั้งศพนายกันตินันท์ หรือคิว ไทยตรง อดีตนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนของ จ.จันทบุรี 1 ในเหยื่อรถตู้มรณะก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีญาติๆ เพื่อนอดีตนักเรียนและอดีตนักกีฬาบาสเกตบอลเดินทางมากราบไหว้ศพอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ยังทำใจไม่ได้

ด้านนายธงชัย ตั้งวงษ์พุทธิกุล อายุ 20 ปี ช่างซ่อมเครื่องบิน สายการบินนิวเจนแอร์เวย์ อยู่บ้านเลขที่ 122/1 หมู่ 4 ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี ผู้โดยสารหนึ่งเดียวที่รอดชีวิต ได้ออกจาก รพ.บ้านบึง มาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว มีนายฉัตรชัย ตั้งวงษ์พุทธิกุล อายุ 65 ปี ผู้เป็นพ่อและญาติช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนายธงชัย ยังมีอาการเคล็ดขัดยอกตามร่างกาย โดยนายธงชัย เผยว่า รู้สึกโชคดีที่ตัวเองรอด และเสียใจที่มีผู้เสียชีวิตหลายคน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลรถสาธารณะอย่างจริงจังเข้มงวดมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะไม่มีสิ่งใดจะมาทดแทนการสูญเสียที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวได้ ด้านนายฉัตรชัยกล่าวว่า ดีใจที่ลูกชายปลอดภัย นับว่าโชคดียิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1 เสียอีก

ขณะที่นางทองพิศ มูลศิริ อายุ 60 ปี มารดาน.ส.ดวงฤทัย วงศ์ศิริวิบูลย์ อายุ 21 ปี ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว ได้รับศพลูกสาวมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 297 หมู่ 1 บ้านห้วยโตก ต.นาโป่ง อ.เมืองเลย ก่อนเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า น.ส.ดวงฤทัย เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เรียนจบ ม.6 ไปทำงานที่โรงงานย่านอ้อมน้อย จ.นครปฐม แต่งงานและเลิกกับสามีแล้ว ทิ้งลูกชายวัยขวบครึ่งไว้ให้ตนเลี้ยง ช่วงปีใหม่ลูกสาวไปเที่ยวที่จันทบุรีกับเพื่อนๆ ไม่ได้กลับบ้าน บอกว่าจะกลับบ้านช่วงสงกรานต์เยี่ยมพ่อแม่และลูกชาย แต่ระหว่างนั่งรถตู้กลับที่ทำงานก็มาเกิดเหตุร้ายเสียก่อน อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทราบจากห้องเช่าติดกับลุงคนขับรถตู้คันเกิดเหตุว่าคนขับเป็นคนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เป็นคนขยัน แต่ทำงานหนักเกินไป พักผ่อนแค่ชั่วโมงเดียวก็ต้องออกรถแล้ว เสียใจที่ต้องมาสูญเสียลูกสาว แต่ก็ขออโหสิกรรมให้กับลุงคนขับเพราะเขาคงไม่ต้องการให้เกิดเหตุ เราเองก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

ที่วัดบ้านหว้า หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ สถานที่จัดงานศพของนายน้อย หาญเสมอ ที่เสียชีวิตยกครัว พร้อมภรรยาคือนางนอง หาญเสมอ ด.ช.วีระศักดิ์ หาญเสมอ ลูกชาย และด.ญ.สุทธิดา หาญเสมอ ลูกสาว โดยมีนายแอด สิงขรณ์ และนางฌมอง สิงขรณ์ พ่อและแม่ของนางนอง และญาติๆ ทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ด้านนายแอดกล่าวว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะตั้งศพสวดคืนวันพุธที่ 4 ม.ค.และวันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค. แค่สองคืนก็จะเผาเลย แต่ติดที่วันที่ 6 ม.ค.ตรงกับวันศุกร์ ชาวบ้านแถวนี้เป็นชนเผ่าส่วยเขาถือเป็นประเพณีติดต่อกันมาคือห้ามเผาศพในวันศุกร์ เลยต้องเลื่อนไปเผาในวันเสาร์ที่ 7 ม.ค.เวลาประมาณ 14.00 น. ที่เมรุวัดบ้านหว้า

นายสายชล เพชรพลอยดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุรถตู้ชนกับรถกระบะมีคนตายมากถึง 25 ศพ บนถนน 344 บ้านหนองขนุน ปรากฏว่า มีชาวบ้านละแวกใกล้ที่เกิดเหตุต่างหวาดผวากันมาก ตกกลางคืนแทบ ไม่มีใครกล้าผ่านตรงจุดเกิดเหตุเพราะกลัววิญญาณของผู้ตายทั้ง 25 ศพ ชาวบ้านบางคนบอกว่าบรรยากาศวังเวงมาก คล้ายมีเสียงหวีดร้องอย่างเจ็บปวดจนไม่มีคนเข้าใกล้

ที่สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหารถโดยสารสาธารณะระยะเร่งด่วน 3 เดือนตามนโยบายนายกรัฐมนตรีว่า ฝ่ายความมั่นคงเป็นคน ทำทั้งหมด ส่วนจำเป็นต้องใช้ ม.44 หรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องใช้มาตรา 44 ด้วย เพื่อ ไปเพิ่มเติมกับ พ.ร.บ.จราจรทางบกที่เพิ่งออกไป อะไรที่ยังไม่ครอบคลุมก็ต้องเพิ่ม เช่นเจ้าของรถต้องรับผิดชอบร่วมกัน รถที่บรรทุกเกิน รถปิกอัพที่ไปบรรทุกคน แต่เอาไว้บรรทุกของ ต่อไปทำไม่ได้ นายกฯสั่งให้ดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้และจะไม่มีการผ่อนปรนจะจับกุมสิ่งที่ผิดกฎหมาย

นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะรองโฆษกคณะกรรมาธิการคมนาคม สนช. กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถตู้สาธารณะประสบอุบัติเหตุชนรถกระบะมีผู้เสียชีวิต 25 ศพว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการคมนาคม จะหยิบยกปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะมาหารือในที่ประชุม อาจจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ เบื้องต้นปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะคนขับรถตู้ที่มีความรับผิดชอบต่ำ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ส่วนข้อเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 เข้ามาจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วนนั้น ส่วนตัวเห็นว่าอาจยังไม่มีความจำเป็น เพียงแต่ในการปฏิบัติต้องมีการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดน่าจะเพียงพอแล้ว

ที่เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วว่า มาตรการทั้งหมดดีอยู่แล้ว ทั้งการตั้งจุดตรวจ ยึดรถและการบังคับใช้กฎหมายที่มากกว่าเดิม แต่เนื่องจากผู้ขับขี่ยังคงดื่มสุราและขับรถเร็วเกินกำหนด ส่วนการแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก ได้ผ่านความเห็นของที่ประชุม ครม. แล้ว อยู่ระหว่างที่แต่ละกระทรวงจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม สนช.พิจารณาต่อไป สำหรับปัญหาที่พบในปีนี้ เช่นกรณีรถตู้โดยสารสาธารณะ รวมทั้งบางเรื่องจำเป็นที่ประกาศ เป็นกฎหมายไม่ทันบังคับใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์เดือน เม.ย.นี้ คงต้องใช้มาตรา 44 เพื่อความรวดเร็วก่อน เพราะหากรอออกเป็น พ.ร.บ.จะใช้เวลานาน

ด้านนายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เชิญกรมการขนส่งทางบก มาหารือเกี่ยวกับแผนการพัฒนาความปลอดภัยรถตู้โดยสารสาธารณะ โดยต้องการให้เร่งรัดระยะเวลาการปรับเปลี่ยนรถตู้โดยสารเป็นรถไมโครบัสขนาด 20 ที่นั่งแทนภายในระยะเวลา 6 เดือนต่อจากนี้หรือเริ่มตั้งแต่กลางปี 2560 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมของที่ตั้งเป้าให้ทยอยเริ่มปรับเปลี่ยนตั้งแต่ปี 2561-2564 โดยในระยะแรกจะเร่งรัดให้มีการปรับเปลี่ยนรถตู้โดยสารหมวด 2 ที่วิ่งระหว่าง กทม.-ตจว. ก่อน ปัจจุบันมีประมาณ 5 พันคัน จากนั้นในระยะที่ 2 จึงจะปรับเปลี่ยนรถตู้โดยสารหมวด 3 ที่วิ่งระหว่างจังหวัด-จังหวัด

ด้านเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวถึงกรณียอดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงปีใหม่ 7วันอันตรายว่า ถือเป็นยอดการเสียชีวิตที่รุนแรงและสูงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ทางออกของปัญหาต้องนำบทเรียนจากปีใหม่มาทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาเพื่อลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึง และทุกๆปีนอกจากปัญหาขับรถด้วยความเร็วแล้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นปัจจัยอันดับ 1 เข้าไปเกี่ยวข้อง ดังนั้น ระยะเวลาสามเดือนจากนี้ต้องรีบ ตัดสินใจและลงมือทำทั้งระบบ ควรบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ช่วงสงกรานต์อย่างเข้มงวด ถ้าจะให้ได้ผลเด็ดขาดกว่า รัฐบาลควรเปลี่ยนมายึดคนแทนยึดรถ เนื่องจากใช้มาแล้ว 2-3 รอบ ยังไม่ได้ผล หากใครเมาแล้วยังมาขับรถต้องถือว่าไม่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ร่วมทางควรจับไปปรับทัศนคติ 3-5 วัน

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สายวันเดียวกัน นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย แถลงสรุปผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนวันที่ 4 ม.ค. วันสุดท้ายของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 340 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 52 ราย ผู้บาดเจ็บ 367 คน และสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน (29 ธ.ค.59-4 ม.ค.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,919 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 478 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 4,128 คน ส่วนสาเหตุอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 36.59 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 31.31 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.82

จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ยะลา ระนอง และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี และเชียงใหม่ (152 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี (33 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่และอุดรธานี (164 คน) ทั้งนี้ ช่วง 7 วัน เรียกตรวจยานพาหนะรวม 4,419,430 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี 727,438 ราย สำหรับข้อมูลปริมาณรถของศูนย์ปฏิบัติการคมนาคมพบว่า ช่วงวันที่ 29 ธ.ค.59-4 ม.ค.60 มีปริมาณรถบนท้องถนนทั้งขาเข้าและขาออกกรุงเทพฯ จำนวน 11,053,835 คัน เมื่อเทียบกับช่วงปกติ มีปริมาณรถ 8,765,808 คัน เพิ่มขึ้นจำนวน 2,288,027 คัน คิดเป็นร้อยละ 26.10 จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงรณรงค์ปีใหม่วันที่ 29 ธ.ค.58-4 ม.ค.59 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรวม 3,379 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 380 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,505 คน เทียบกับปี 60 พบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 98 คน และมีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น 623 คน

ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า จากนโยบายความปลอดภัยในการสัญจรของ คสช. และรัฐบาลด้วยมาตรการลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ตั้งแต่ 29 ธ.ค.59-4 ม.ค.60 ตลอด 7 วันที่ผ่านมา มีสถิติดังนี้ ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 161,368 คน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 104,675 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 56,693 คน เจ้าหน้าที่ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้ทั้งหมด 4,354 คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 3,118 คัน และรถยนต์ 1,236 คัน ส่งดำเนินคดี 66,783 คน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 42,240 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 24,543 คน