สงฆ์ทั่วประเทศ สวดถวายร.9 พิธีใหญ่วัดพระแก้ว - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

สงฆ์ทั่วประเทศ สวดถวายร.9 พิธีใหญ่วัดพระแก้ว

เผยอาคารเย็นศิระฯใกล้เปิดนิทรรศการ

พระสงฆ์ทั่วทั้ง กทม.กว่า 400 รูปพร้อมใจสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กระหึ่มก้องวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ขณะที่ทั่วทุกวัดในประเทศร่วมสวดในเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง ถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนอาคารนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ใกล้แล้วเสร็จเปิดให้ประชาชนเข้าชมจัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 อาทิ โต๊ะทรงงาน แผนที่ ดินสอ ฉลองพระองค์ รองพระบาท แซกโซโฟน

พสกนิกรไทยทั่วทุกภาคยังล้วนมีหัวใจจงรัก ภักดีเต็มเปี่ยม เดินทางมาเข้าคิวรอกราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เช้าวันที่ 5 ม.ค. โดยมีจุดเข้าคิวอยู่ที่สนามหลวงด้านทิศเหนือ ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา โดยมีทหาร เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน และเทศกิจคอยอำนวยความสะดวกในการจัดคิว

ในส่วนการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 85 เมื่อวันที่ 5 ม.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล โดยเวลา 07.00 น. นายการุณ สกุล–ประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และข้าราชการในสังกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเช้า

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา พร้อมคณะผู้บริหาร และข้าราชการในสังกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป ในการนี้ เจ้าพนักงานได้นิมนต์พระธรรมเจดีย์ (เขมจารี ป.ธ.9) วัดทองนพคุณ มาแสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง “ธรรมจารึกกถา” ในพระราชพิธีด้วย

ขณะที่สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชา– ชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 23.00 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอถวายสักการะพระบรมศพในมณฑลพิธีท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมากว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 49,571 คน รวม 65 วัน มี 2,822,919 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,081,622.75 บาท รวม 65 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 228,463,972.50บาท

ส่วนที่บริเวณอาคารนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ด้านทิศเหนือสนามหลวงหน้าเต็นท์พักคอย ยังคงมีเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และทีมช่างเร่งมือตกแต่งและเก็บงานการก่อสร้างบริเวณตัวอาคารด้านนอก ส่วนด้านในอาคารนั้นมีเจ้าหน้าที่ กปร.ช่วยกันติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการจัดแสดงนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง

นางศศิพร ปาณิกบุตร ผอ.กองประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กปร.กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารดังกล่าวว่า ภาพรวมทั้งหมดเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงบางอย่างที่จะต้องทดสอบหลายๆรอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจ เช่น การใช้เทคนิคมัลติมีเดีย ทรีดี ที่ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามา ส่วนนี้จะใช้ในส่วนการจัดแสดงพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนของใช้ส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ได้นำมาจัดแสดงไว้ในนิทรรศการนี้ อาทิ โต๊ะทรงงาน แผนที่ ดินสอ ฉลองพระองค์ รองพระบาท รวมถึงแซกโซโฟน ทั้งหมดนี้จะอยู่ในส่วนของการจัดแสดงของพระราชกรณียกิจ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอโครงการพระราช ดำริต่างๆ ที่พระองค์ทรงงานไว้กว่า 4,000 โครงการด้วย คาดว่าเร็วๆนี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้

ในส่วนของการบริหารการจัดการปริมาณขยะ ในท้องสนามหลวง วันเดียวกัน สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร รายงานปริมาณขยะในพื้นที่ท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบพระบรม- มหาราชวัง ตั้งแต่ช่วง ต.ค.59 ถึง 4 ม.ค.60 ว่า มีปริมาณขยะในพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีปริมาณขยะสูงถึง 110 ตันต่อวัน หลังจากที่มีการรณรงค์ การคัดแยกขยะ การจัดตั้งถังขยะแบบแยกประเภททั่วพื้นที่ รวมทั้งการขอความร่วมมือประชาชนและเต็นท์บริการอาหาร น้ำดื่ม ได้ช่วยกัน ลดปริมาณขยะที่ไม่จำเป็น ทำให้ปริมาณขยะในพื้นที่ลดลงกว่าครึ่ง วันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีปริมาณขยะในพื้นที่มีเพียง 33 ตัน ซึ่งเป็นยอดปริมาณขยะต่ำที่สุด ตั้งแต่เปิดให้ประชาชนใช้พื้นที่เพื่อถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายประดิษฐ์ เต่าบำรุง อายุ 69 ปี สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเลย จ.เลย ที่เดินทางถวายสักการะพร้อมสมาชิกเทศบาลฯ และชาวเลย กล่าวว่า พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อย ทรงงานเพื่อคนไทยจริงๆ พื้นที่ทุรกันดารแค่ไหน ข้าราชการเข้าไปไม่ถึง แต่พระองค์ก็เข้าไปถึงจนได้ เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จังหวัดเลยแต่ก่อนค่อนข้างกันดาร พอพระองค์เสด็จฯไปประทับค้างคืนที่ศาลากลางและทรงช้างขึ้นภูกระดึง ทุกวันนี้สภาพความเป็นอยู่ของชาวเลยดีขึ้น เชื่อว่าหลายคนที่ดีขึ้นเพราะได้น้อมนำคำสอนเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระองค์มาปรับใช้กับชีวิต ที่ จ.เลย มีโครงการพระราชดำริของพระองค์หลายโครงการ อาทิ โครงการ ปศุสัตว์ที่ส่งเสริมราษฎรเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะโครงการเขื่อนน้ำเลย ที่ อ.ภูหลวง เพื่อชะลอน้ำท่วม ทำให้ 4-5 ปีหลังมานี้ น้ำไม่ท่วม จ.เลย อีกเลย ภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย ดีใจที่มีพระมหากษัตริย์อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า กรมศิลปากรได้ทำหนังสือถึงกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ขอใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้เพิ่มเติมไปจนถึงเส้นถนนกึ่งกลางท้องสนามหลวง เพื่อดำเนินการทำผังการก่อสร้างถาวร โดย กทม.จะเคลียร์พื้นที่ดังกล่าวให้เรียบร้อยและนัดหมายส่งมอบพื้นที่ให้กรมศิลปากร ก่อนจะล้อมรั้วสำหรับดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนการจัดสร้างโรงขยายแบบขยายลาย ดำเนินการไปค่อนข้างมากแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นเดือนมกราคม

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวต่อไปว่า สำหรับการดำเนินการจัดสร้างเครื่องประกอบพระอิสริยยศขึ้นใหม่ 2 รายการ ได้เแก่ ราชรถรางปืนและพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย เพื่อถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามโบราณราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติ ขณะนี้ สำนักช่างสิบหมู่ได้ออกแบบพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยไปได้กว่า 90% แล้ว ส่วนราชรถรางปืนนั้น อยู่ระหว่างการออกแบบร่วมกันของสำนักช่างสิบหมู่ และกรมสรรพาวุธทหารบก คาดว่าแบบทั้งหมดจะแล้วเสร็จทันนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในครั้งหน้า

เวลา 15.08 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ มาบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดราช-วิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศล

อีกด้าน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 16.00 น. มหาเถรสมาคม ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พระราชาคณะพระสังฆาธิการทุกระดับ ทุกวัด ในเขตกรุงเทพมหานคร กว่า 400 รูป เข้าร่วมในพิธี โดยจัดพื้นที่นั่งทั้งภายในบริเวณองค์พระอุโบสถและภายในกำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ บรรยากาศภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามคลาคล่ำไปด้วยพสกนิกรจากทั่วทุกทิศ เดินทางมาร่วมพิธี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำหนังสือบทสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล จำนวน 2,000 เล่ม พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ 2,000 แผ่น มาแจกจ่ายให้พสกนิกร

ขณะที่หน้าพระอุโบสถ มีการอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดใหญ่มาประดิษฐานไว้ เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมในพิธี ได้ส่งจิตอธิษฐานถึงองค์พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยร่วมกันทั้งมณฑลพิธีวัดพระแก้ว ทั้งนี้ พระพรหมมุนี วัด ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระสวดพระพุทธมนต์ โดยมีบทหลักคือ อาทิตตะปะริยายะสุตตัง (50 วัน) ใช้เวลาสวด 45 นาที จากนั้นสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธฯ นำคณะสงฆ์ตลอดจนประชาชนที่อยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับที่รวมตัวอยู่ในวัดทั่วประเทศ ร่วมกันเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน จนเสียงดังกระหึ่มก้องวัดเป็นที่เข้มขลังยิ่ง

เวลา 21.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ พระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัด สระเกศราชวรมหาวิหารและวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร