บริการข่าวไทยรัฐ

เมินซื้อตราสารหนี้ไทย!

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้ในประเทศพบว่า แนวโน้มอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศปรับตัวสูงขึ้นทุกช่วงอายุ จากความต้องการซื้อตราสารหนี้ของนักลงทุนที่ลดลง หลังจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 50 ปี ที่ออกมาไม่ดีนัก ประกอบกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% และคงอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ใกล้เคียงกับปีก่อนคือ โต 3.2%

ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเกือบทุกช่วงอายุ หลังนักลงทุนเริ่มกลับมาซื้ออีกครั้ง เพราะราคาตราสารหนี้สหรัฐฯเริ่มกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ รวมทั้งนักลงทุนต้องการลดความเสี่ยงและยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐฯประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัว 3.5% สูงที่สุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 1.22% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 2.04% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี อยู่ที่ 2.55% ต่อปี สำหรับปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม คือ ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ ทั้งนี้ ปี 60 บริษัทได้รับการต่อสัญญาบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจาก 3 รัฐวิสาหกิจ คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มูลค่า 13,000 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่า 13,641 ล้านบาท และบริษัทไปรษณีย์ไทย มูลค่า 13,184 ล้านบาท.