วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"BE THE FUTURE"

ต้องถือเป็นผลแข่งขันที่พลิกความคาดหมายไม่น้อย กับความพ่ายแพ้ของยอดทีมแห่งศึกไทยลีก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ตกเป็นฝ่ายปราชัยให้กับเจ้าถิ่น สโมสรล้านช้าง ยูไนเต็ด แชมป์ลีก สปป.ลาว 0-1 ในเกมแรกของนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลแม่โขงคลับ แชมเปียนชิพ 2016 ที่กรุงเวียงจันทน์

จะเป็นกลยุทธ์ “เรียกแขก” ให้แฟนบอลเข้ามาชมและเชียร์แข้งเซราะกราวให้กลับมาถล่มทีมล้านช้าง คว้าแชมป์ในแมตช์ชิง ยกที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 8 ม.ค.นี้ ที่สนามธรรมศาสตร์ รังสิต หรือเปล่าไม่รู้

แต่ด้วยศักดิ์และศรีของมหาอำนาจฟุตบอลเมืองไทยแห่งถิ่นอีสานใต้ ที่เคยทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกมาแล้ว มองเหลี่ยมไหนยังไง บุรีรัมย์ก็ไม่น่าเล่นถึงแพ้แชมป์ลีกลาวอย่างนี้ เพราะมันจะถูกบันทึกเป็นสถิติโปรไฟล์ที่ไม่อยากจดจำตลอดไปอีกนานแสนนาน

อย่างไรก็ตาม ด้วยศักยภาพของนักเตะเซราะกราวชุดนี้ที่ท่านประธานสโมสรเขาประกาศ “สไตรก์แบ็ก” กลับมาทวงคืนทุกแชมป์ในฤดูกาล 2017 ผมก็ยังเชื่อว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น่าจะพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยป้องกันแชมป์แม่โขงคลับ ถ้วยแรกของปีไก่ กุ๊ก กุ๊กใบนี้ได้สำเร็จในท้ายที่สุด ซึ่งแฟนลูกหนังทั้งหลายถ้าไม่ได้ไปชมที่ขอบสนามก็เปิด “ไทยรัฐทีวี ช่อง 32” ดูการถ่ายทอดสดที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.30 น.กันได้

จากเรื่องของบุรีรัมย์ กลับมาดูความเคลื่อนไหวของแชมป์ไทยลีกทีมล่าสุด อย่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เพิ่งจดปากกาลงนามความร่วมมือต่อสัญญาสนับสนุนสโมสรกับ “เอสซีจี” ไปสดๆร้อนๆ

โดยสัญญาฉบับใหม่นี้มีระยะเวลา 5 ปี ด้วยมูลค่าโดยรวมไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท

ทั้งนี้เพื่อเป็นการผนึกกำลังกันต่อยอดความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองไทยเป็นสมัยที่ 4 ภายใต้บิ๊กธีม “BE THE FUTURE” ที่ตั้งเป้าพัฒนาให้เอสซีจี เมืองทองฯ ก้าวไปประสบความสำเร็จเป็นสโมสรชั้นนำระดับเอเชียให้ได้ภายใน 3-5 ปีนับจากนี้ และก้าวไปสู่ระดับโลกในอนาคต

ก็ต้องบอกว่า “เอสซีจี” กับ “เมืองทอง ยูไนเต็ด” จัดเป็นพันธมิตรลูกหนังที่ถูกโฉลกกันเห็นๆ

เพราะเพียงแค่ปีแรกที่เข้ามาเป็นไทเทิลสปอนเซอร์ ในฤดูกาล 2012 ทีมกิเลนผยองก็สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ไทยลีกแบบ “ไร้พ่าย” ตลอด 34 นัดของฤดูกาลทันที

ก่อนที่ฤดูกาลล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว จะผงาดคว้าแชมป์ได้อีกสมัย พร้อมคัมแบ็กกลับไปบู๊ถ้วยเอซีแอล ในรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยขุมกำลังของพลพรรค “ช้างศึก” ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่ย้ายมาอยู่ในชายคาเอสซีจี สเตเดียม เกือบทั้งทีม

ปัจจุบันแข้งกิเลนผยองกลายเป็นทีม “แม่เหล็ก” ที่ดูดแฟนบอลเข้าสนามได้มากที่สุด ไม่ว่าจะไปเตะ ณ แห่งหนตำบลใดก็ตาม เพราะผู้คนทั่วประเทศต่างก็อยากสัมผัสซุปเปอร์สตาร์ดาวเตะทีมชาติตัวเป็นๆด้วยกันทั้งนั้น

ผมว่าปีที่ผ่านมา คนที่แฮปปี้มากที่สุดในวงการลูกหนัง น่าจะเป็นท่านประธานใหญ่ “ระวิ โหลทอง” ที่ปลดบ่วงพันธนาการ พ้นจากภาระของการอุ้มสมาคมฟุตบอล กลับมาทุ่มเททำทีม เอสซีจี เมืองทองฯอย่างเต็มที่

โดยปราศจากแรงกดดันจากคำครหา ติฉินนินทา ด่าทอ เฉกเช่นอดีตให้ระคายหูกันอีก

เป็นใครก็โคตรมีความสุขล่ะครับ!!!

บี บางปะกง