วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศตวรรษิกชน

โดย ซี.12

เคยเอ่ยถึงโครงการศึกษาวิจัยของ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง “การศึกษาศตวรรษิกชนคนร้อยปีในประเทศไทย” มาแล้ว

ต่อมาเมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการนำเสนอผลการศึกษานำโดย ศ.เกียรติคุณ ปราโมทย์ ประสาทกุล คณะผู้วิจัยได้สรุปผลการวิจัย 2 ประเด็น ได้แก่ 1.แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และสุขภาพอนามัยของประชากรผู้สูงอายุวัยปลายที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป 2.การศึกษาสถานะสุขภาพของผู้สูงอายุวัยปลายของศตวรรษิกชนคนร้อยปี

ประเด็นแรก คณะผู้วิจัยได้สำรวจข้อมูลจากสำมะโนประชากรหลายชุดเพื่อนำมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงขนาด โครงสร้างเพศและอายุ แบบแผนการตาย ความน่าจะเป็นของการรอดชีพ และสุขภาพอนามัยของประชากรอายุ 80 ปีขึ้นไป จากการศึกษาพบว่าประชากรกลุ่มนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเฉลี่ยประมาณร้อยละ 6 ต่อปี ซึ่งจะกลายเป็นประชากรเปราะบางกลุ่มใหญ่มากประมาณ 3.9 ล้านคนในอีก 20 ปีข้างหน้า

ผลการวิจัยชี้ว่า แม้ผู้สูงอายุหญิงวัยปลายจะมีชีวิตยืนยาวกว่าเพศชาย แต่ผู้สูงอายุหญิงกลับต้องมีชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาพดีและไม่ทุพพลภาพด้วยสัดส่วนของระยะเวลาที่น้อยกว่าผู้สูงอายุชาย

ประเด็นที่สอง คณะผู้วิจัยได้ทำการตรวจสอบข้อมูลศตวรรษิกชนจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองตามระเบียบวิธีวิจัย โดยการทำวิจัยภาคสนามในพื้นที่ 4 จังหวัดในแต่ละภาคและในกรุงเทพฯ เพื่อทำการสำรวจว่าประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และได้นำสัดส่วนของคนร้อยปีในพื้นที่ตัวอย่างไปใช้คาดประมาณจำนวนคนร้อยปีโดยรวมของทั้งประเทศ พบว่ามีคนร้อยปีที่คาดประมาณว่ายังมีชีวิตอยู่และอายุถึง 100 ปีจริง 1,026 คน

ถึงแม้ว่าข้อค้นพบจากทั้งสองประเด็นยังไม่ได้ตอบโจทย์สำคัญของการวิจัยว่าอะไรคือปัจจัยที่นับว่าเป็นตัวชี้วัด “ความยืนยาวของชีวิต” แต่นับเป็นคุณูปการที่สำคัญยิ่งในการนำไปใช้ประโยชน์หลายประการ คือ

ประการหนึ่ง กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการทะเบียนราษฎรสามารถนำผลการศึกษาวิจัยไปพัฒนาปรับปรุงระบบข้อมูลทะเบียนราษฎรให้สมบูรณ์แบบและใช้เป็นฐานที่สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นและนำไปใช้อ้างอิงได้

ประการที่สอง ภาครัฐมีฐานข้อมูลประชากรที่มีความถูกต้องเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการวางนโยบายด้านสิทธิและสวัสดิการสังคมในฐานะ Linkage Center หรือการบริการฐานข้อมูลประชาชนและบริการภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สวัสดิการอุดหนุนเด็กแรกเกิด ฯลฯ

ประการที่สาม คือการที่ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ได้แก่ การกำหนดนโยบายและการนำนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไปสู่การปฏิบัติ เช่น การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สุขภาวะทางกายและจิตใจ โภชนาการ การสาธารณสุข การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น

ทราบว่าขณะนี้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยเองก็อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรให้เป็นปัจจุบัน โดยอยู่ระหว่างการสำรวจกลุ่มประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป (เกิดก่อนปี 2459) คู่ขนานไปกับโครงการวิจัยนี้ด้วยเช่นกัน

บ้านไหนใครมีศตวรรษิกชนคนร้อยปีอยู่ในบ้านก็เหมือนมีพระคุ้มครองมากกว่าเป็นภาระ.

“ซี.12”