อินเดียแยกศาสนาจากการเมือง - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

อินเดียแยกศาสนาจากการเมือง

“คนหนุ่มสาวมาอยู่ด้วยกัน ก็ชอบแต่งตัวเป็นแบบตะวันตก ไม่แต่เพียงพยายามเลียนแบบพวกตะวันตกทางด้านแนวคิดเท่านั้น แต่ (หนุ่มสาว) ยังไปเลียนแบบการแต่งกาย (ของตะวันตก) ด้วย จึงวุ่นวาย มีการไปลวนลามผู้หญิง แล้วก็มีเรื่องมีราวขึ้นมา”

ย่อหน้าข้างบนเป็นคำพูดของนายปรเมศวรา รัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐกรณาฏกะ ซึ่งหน้าที่รับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ดันเกิดเรื่องไม่เรียบร้อยในรัฐกรณาฏกะของแกเมื่อวันอังคารที่ 3 มกราคม 2560 วันนั้นมีงานต้อนรับปีใหม่ แล้วก็มีการทำอนาจารทางเพศกับผู้หญิง มีภาพของผู้หญิงที่ถูกลวนลามอยู่ในอาการตกใจหวาดกลัว

แทนที่รัฐมนตรีมหาดไทยจะจับผู้ก่อเหตุ กลับพูดตำหนิว่า เป็นเพราะผู้หญิงแต่งตัวตามตะวันตกจึงถูกลวนลาม ก็เลยกลายเป็นกระแสลบขนาดใหญ่ มีคนเกาะกระแสโจมตีนายปรเมศวราเป็นจำนวนมาก ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสิทธิสตรีของอินเดียทำถึงขนาดลุกขึ้นมาเรียกร้องให้นายปรเมศวราลาออก

อินเดียมีเรื่องการคุกคามทางเพศรุนแรงเป็นอันดับต้นของโลก มีข่าวเชิงลบแพร่ออกมาให้เราได้ยินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หน้าที่ของคนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยควรไปจับคนทำผิดมาลงโทษ นอกจากจะนิ่งดูดายแล้ว นายปรเมศวรายังพูดจาให้ท้ายผู้ทำความผิด ก็เหมาะสมแล้วครับ ที่สังคมอินเดียจะประณามแกกันทั้งประเทศ ตอนนี้ก็ลามมาสังคมโลกด้วย

อ่านข่าวลบแล้ว มาอ่านข่าวดีของอินเดียกันบ้าง 2 มกราคม 2560 ผู้พิพากษาศาลสูงของอินเดีย 7 คน มีคำพิพากษาเด็ดขาดไม่ให้นักการเมืองใช้ประเด็นศาสนา ชนชั้น วรรณะ เชื้อชาติ กลุ่มชน หรือภาษา ในการหาเสียง ใครก็ตามที่โยงเรื่องเหล่านี้เข้ากับกิจกรรมทางการเมืองจะทำผิด พ.ร.บ.ผู้แทนปวงชน หรือ Representation of the People Act คำร้องเรื่องนี้ถูกยื่นขึ้นสู่ศาลตั้งแต่ พ.ศ.2533 ใช้เวลานานถึง 27 ปี กว่าจะมีคำพิพากษาออกมา แต่คำพิพากษาศาลฎีกาในเรื่องนี้ก็คุ้มแก่การรอคอย เพราะไม่ว่าในอินเดียหรือที่ใดก็ตาม นักการเมืองมักจะนำศาสนามาหาเสียงทำให้เกิดความวุ่นวาย บางประเทศมีการนำประเด็นทางศาสนามาใช้ฆ่าศัตรูทางการเมือง ยิ่งในอินเดีย ยิ่งปลุกกระแสง่าย ความขัดแย้งทางศาสนาเคยทำให้เกิดการรบราฆ่า ฟันกันอย่างรุนแรงมาแล้วหลายครั้ง

ตามรัฐธรรมนูญ อินเดียไม่มีศาสนาประจำชาติ การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาของอินเดียแยกศาสนาออกจากการเมือง มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ ประธานาธิบดีคนที่ 13 ซึ่งเป็นคนปัจจุบันคือ นายประณับ มุขะร์ชี

แต่อำนาจในการบริหารที่แท้จริงอยู่ที่นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ซึ่งเป็นคนปัจจุบันคือ นายนเรนทรา โมดี พรรคของนายนเรนทราชื่อ พรรคภารติยะชนตะ (บีเจพี) พรรคนี้ชอบนำประเด็นทางศาสนาและวรรณะมาใช้หาเสียงอยู่เป็นประจำ การที่ศาลสูงมีคำพิพากษาเรื่องห้ามนักการเมืองใช้ศาสนาหาเสียงจึงเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองอื่น

อินเดียมีประชากร 1.23 พันล้านคน เป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยระบบรัฐสภาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเมษายน -พฤษภาคม 2557 มีผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง 814.5 ล้านคน และมีผู้มาลงคะแนนมากถึง 541 ล้านคน

ระยะหลังคนไทยไปอินเดียกันเยอะ ส่วนหนึ่งไปแสวงบุญ พอกลับมาแล้วก็มาเล่าเรื่องราวของอินเดียให้คนที่อยู่ในเมืองไทยฟัง โดยเฉพาะเรื่องความยากจน เรื่องขอทาน แต่ผมอยากจะเรียนนะครับ ว่าอินเดียเป็นประเทศใหญ่ มีการปกครองมากถึง 29 รัฐ มีทั้งรัฐที่ผู้คนยากจน และรัฐที่มีเศรษฐกิจดี

คนชั้นกลางของอินเดียมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก อินเดียเริ่มมีคนรวยเยอะ เปิดฟ้าส่องโลกเคยเขียนว่า อินเดียเป็นประเทศที่กำลังรวย คนไทยบางกลุ่มที่เคยไปอินเดียรับไม่ได้ เขียนอีเมลมาโต้ว่า สิ่งที่ดิฉันเห็นมากับตามันไม่ใช่ อินเดียเป็นประเทศยากจนต่างหาก

ผมขอแนะนำให้ท่านไปดูอินเดียที่รัฐอื่นบ้าง

คนอินเดียอยู่ทั่วโลก ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จในอาชีพสูง นำเม็ดเงินส่งกลับไปอินเดียเป็นจำนวนมหาศาลต่อปี แม้จะจากแผ่นดินแม่ไปนานเท่าใด ทว่า คนอินเดียในต่างประเทศก็ไม่เคยลืมศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีอินเดีย

อินเดียเป็นตัวอย่างในเรื่องความรักแผ่นดินแม่

และวันนี้ อินเดียเป็นตัวอย่างของการแยกศาสนาออกจากการเมือง.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com


advertisement