น้อยไปจริงๆ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

น้อยไปจริงๆ

หลังจากชักเข้าชักออกมาหลายเดือน ในที่สุดรัฐบาลก็ตัดสินใจจะเพิ่มเงินเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุให้เหมาะสมกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน

เพราะเบี้ยยังชีพคนชราเดือนละ 600 บาท มันไม่พอยาขี้ฟัน

ล่าสุด นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง แถลงว่า หลังจากรัฐบาลเริ่มจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับโดยตรง สามารถป้องกันงบรั่วไหลได้ผลน่าพอใจ

เนื่องจากพบว่ามีผู้สูงอายุบางส่วนเสียชีวิตไปแล้ว แต่มีไอ้โม่งผู้ไม่ประสงค์ออกนามรับเบี้ยยังชีพแทนคนตาย

ผู้สูงอายุบางรายก็มีแต่ชื่อไม่มีตัวตน ไม่รู้ว่าเงินไหลไปเข้ากระเป๋าใคร??

แถมมีผู้สูงอายุที่มีฐานะดี อยากขอสละสิทธิไม่รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล

รัฐบาลจึงมีแนวคิดจะนำเงินที่เหลือไปจัดสรรให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนจริงๆเพิ่มเติม

แต่จะอัดฉีดเพิ่มได้อีกคนละเท่าไหร่โปรดติดตามความคืบหน้าต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยกับแนวคิดของ “นายอภิศักดิ์” รมว.คลัง

เพราะ “เบี้ยยังชีพคนชรา” เป็นสวัสดิการที่รัฐบาลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยเท่านั้น

ส่วนผู้สูงอายุที่มีฐานะดีย่อมไม่มีความจำเป็นต้องรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากรัฐบาลให้ลำบากลำบน

ปัญหาคือ ระเบียบราชการ ไม่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุฐานะดีแจ้งขอสละสิทธิ ไม่รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล

เมื่อไม่เปิดช่องให้สละสิทธิ ผู้ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสวัสดิการจากรัฐบาลก็พลอยได้รับเบี้ยยังชีพกันสะบึมส์

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ 8.3 ล้านคน

แต่มีผู้ได้รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาลถึง 7 ล้านคน

ผิดปกติหรือไม่ สาธุชนทั้งหลายโปรดใช้สะดือตรอง

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ปัจจุบันรัฐบาลจ่ายเบี้ยยังชีพคนชรา ให้ผู้มีอายุ 60 ปี ถึง 69 ปี 600 บาทต่อคนต่อเดือน

ให้ผู้มีอายุ 70 ปี ถึง 79 ปี 700 บาทต่อคนต่อเดือน

ให้ผู้มีอายุ 80 ปี ถึง 89 ปี 800 บาทต่อคนต่อเดือน

ส่วนผู้มีอายุตั้งแต่ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพ 1,000 บาทต่อเดือน

รัฐบาลต้องแบกภาระจ่ายเบี้ยยังชีพคนชรา 7 ล้านคน อานตะไทถึง 6.3 หมื่นล้านบาทต่อปี

แต่...แต่ถ้ามีการตรวจสอบคัดกรองเฉพาะผู้สูงอายุที่มีสัญชาติไทย มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นผู้มีรายได้ไม่พอเพียงเลี้ยงชีวิตจริงๆ

ไม่ใช่ผู้สูงอายุที่ยังมีงานทำ ยังมีรายได้ประจำ

ไม่เป็นผู้สูงอายุที่ยังได้รับเบี้ยหวัดบำนาญจากทางราชการ

ไม่ใช่ผู้สูงอายุที่มีทรัพย์สินมรดกเกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป ฯลฯ

ใครที่เข้าง่ามตามสเปกนี้จึงจะมีสิทธิ์รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าถ้ามีการตรวจสอบคัดกรองกันอย่างดี จะเหลือผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามสเปกไม่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ได้รับเบี้ยยังชีพ 7 ล้านคน

พูดชัดๆจะเหลือผู้ได้รับเบี้ยยังชีพไม่เกิน 5 ล้านคน

ดังนั้น ถ้ารัฐบาลใช้งบอัดฉีดเบี้ยยังชีพคนชราปีละ 6.3 หมื่นล้านบาทเท่าเดิม

รัฐบาลจะมีเงินจ่ายเบี้ยยังชีพคนชราเพิ่มจากเดือนละ 600 บาท เป็นเดือนละ 1,000 บาท อย่างสบายแฮ

วิธีนี้แหละ ถึงจะยิงตรงเป้า ถึงจะเกาถูกที่คัน

คนที่เดือดร้อนจริงๆจะได้ประโยชน์โดยตรง

ไม่ใช่แจกกันสะเปะสะปะอย่างที่ผ่านมา.

“แม่ลูกจันทร์”