วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่อยากหน้าร้าวอย่าว้าวใส่พี่ SUBARU FORESTER 2.0i-P ว่าที่เอสยูวีชนะเลิศ

อเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ นี่คือยานยนต์สำหรับคนชอบลุย Subaru Forester 2.0i-P รถออฟโรดเอสยูวีประสิทธิภาพดีจาก Subaru ราคา 1,538,000 บาท Forester เป็นรถเอสยูวีของค่าย Subaru ที่ได้รับความนิยมมานานแล้วโดยมีมิติตัวถังกับระดับของราคาใกล้เคียงกับรถยนต์ PPV ที่ขายในประเทศไทย จุดเด่นของ Forester 2.0i-P อยู่ที่ขนาดของห้องโดยสารกับสภาพการควบคุมภายใต้กลไกของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Subaru Symmetrical Full-Time All-Wheel Drive เป็นการทดสอบรอบที่สองหลังจากเคยขับไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา 

Forester 2.0i-P เป็นรถที่คุณสามารถขับมันไปได้เกือบจะทุกที่ที่มีถนน ไม่ว่าจะขับลุยป่าเขาลำเนาไพร ขับฝ่าทะเลทรายที่แห้งแล้งหรือวิ่งตะลุยไปบนทางลูกรัง โดยเฉพาะการขับเจ้า Forester ฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา นับเป็นรถออฟโรดที่มีประสิทธิภาพดีคันหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันแบบคู่หูระหว่างเจ้าของกับรถที่ขับใช้งาน Subaru Forester 2.0i-P เป็นรถที่พร้อมจะลุยไปกับคุณทุกที่ ไม่ได้หรูหราและดูดีมากจนเกินไป เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรหากคุณไม่เคยได้ลองขับ รอบที่สองสำหรับการลองขับทดสอบประสิทธิภาพกันยาวๆ เพื่อพิสูจน์ความสามารถของรถรุ่นนี้อีกครั้ง

ผมใช้เวลาในช่วงวันหยุดสิ้นปีบนเส้นทาง กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ลัดเลาะไปตามทางหลวงชนบทในอำเภอไทรโยค เป็นการพิสูจน์สมรรถนะที่ไม่ใช่แค่การขับรถเดินทางปกติธรรมดา แต่ต้องขับเข้าป่าลุยทางวิบากเผชิญความยากลำบากของเส้นทางที่สมบุกสมบันเพื่อค้นหาความเจ๋งของเจ้า Subaru Forester 2.0i-P ว่าเหมาะกับตำแหน่ง Car of The Year ประเภท SUV ของไทยรัฐออนไลน์หน้ายานยนต์ประจำปี 2559 ว่าดีจริงอย่างที่คนของ Subaru เคยคุยให้ฟังหรือเปล่า 

ห้องโดยสารสไตล์อนุรักษนิยมที่แฟนคลับ Subaru คุ้นเคยกันดีพร้อมท่านั่งที่สูงโด่งโจ้งทำให้มองเห็นได้รอบตัว ความโปร่งโล่งของห้องโดยสารเกิดจากการออกแบบที่ดี กระจกบังลมทุกบานมีขนาดที่ใหญ่โตคล้าย Volvo XC90 เบาะคนขับและคนนั่งหน้าปรับด้วยไฟฟ้า เบาะของ Subaru Forester 2.0i-P นั่งไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวเนื่องจากมันมีขนาดค่อนข้างสั่นแต่เมื่อลองปรับเบาะให้เข้ากับสรีระคุณก็จะรู้สึกได้ถึงความกระชับรัดกุม

ตำแหน่งที่นั่งของคนขับลงตัวมากๆ การจัดวางพวงมาลัยที่โดดเด่นของ Subaru รวมถึงช่วงล่างแจ่มๆ กับชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าทำให้คนขับสามารถควบคุมได้ดั่งใจนึก อุปกรณ์ในห้องโดยสารไม่ได้หรูหรามีระดับมากจนเกินไป ห้องโดยสารของรถรุ่นนี้ไม่ได้สร้างความประทับใจอะไรเป็นพิเศษ ทุกอย่างของมันดูเรียบง่าย คุณภาพของงานประกอบจากโรงงาน Subaru ประเทศมาเลเซียอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะสมกับราคา 1.53 ล้านบาท ของมันซึ่งดูๆไปแล้วก็ยังถูกกว่า PPV บางรุ่นที่ขับได้ไม่ดีเท่า

คุณภาพของชิ้นงานพวกคอนโซลอยู่ในเกณฑ์ดีเนื่องจากไม่ได้ใช้พลาสติกขึ้นรูปเหมือนคู่แข่งบางยี่ห้อที่ชอบยัดพลาสติกหน้าตาถูกๆ มาให้ แดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยโฟมหุ้มหนังสังเคราะห์ ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบปุ่มหมุนใช้งานง่าย จอภาพมอนิเตอร์ระบบสัมผัสรองรับระบบให้ความบันเทิงพร้อมเนวิเกเตอร์ที่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าที่ควร แผงประตูออกแบบและใช้วัสดุที่ดูดีเกินราคา ส่วนพวงมาลัยแบบสปอร์ตทรง 3 ก้านมีขนาดรอบวงที่พอดิบพอดี สวิตช์สั่งงานของระบบโทรศัพท์ สวิตช์ควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติกับสวิตช์เลือกดูข้อมูลของจอ MID multi information display

มาตรวัดที่ใช้กันตั้งแต่ XV ยัน Outback มีรูปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันสวยงาม แป้นคันเร่ง เบรกและที่วางเท้าทำจากอัลลอยเจาะรูแนวรถซิ่ง คันเกียร์ออโต้หุ้มหนังแท้มีตำแหน่ง D-M ให้ชิฟเกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift สำหรับเส้นทางภูเขา สวิตช์ X-Mode สีเงินที่พร้อมใช้งานหากคุณต้องขับขึ้น-ลงแถบดอยอินทนนท์ ปาย หรือเขาค้อ 

ฝาท้ายกับบานประตูเปิดออกด้วยมุมที่กว้างสุดๆ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบ ทำให้การขนของขึ้น-ลงจากที่เก็บสัมภาระท้ายหรือก้าวเข้า-ออกจากรถมีความสะดวกมากกว่ารถยี่ห้ออื่นที่มีราคาพอๆ กัน การติดตั้งฝาท้ายไฟฟ้าและใช้การกดสวิตช์เพียงแค่ครั้งเดียวสำหรับการเปิด-ปิดฝาท้ายช่วยอำนวยความสบายในการขนสัมภาระได้ดี ส่วนพื้นที่เก็บของหรือห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีขนาดความกว้างและความสูงอยู่ในเกณฑ์ดี เบาะหลังที่สามารถพับได้อย่างหลากหลายทำให้คุณขนจักรยานคันโตพวกเสือหมอบหรือเมาเทนไบค์ติดรถไปด้วยแบบสบายๆ แรคหลังคาที่มีความแข็งแรงยังรองรับการติดตั้งกล่องแรคเพื่อการขนของหากพื้นที่ส่วนท้ายไม่พอให้ขน โดยภาพรวม ห้องโดยสารของ Forester เหมาะสมกับภาพลักษณ์แนวรถออฟโรด และมีพื้นที่มากพอที่จะไม่ทำให้คุณหรือคนในครอบครัวรู้สึกถึงความอึดอัด 

ผมยังนึกไม่ออกว่าจะมีเอสยูวีคันใดที่ใช้เครื่องสูบนอนแบบนี้ เสียงเครื่องยนต์ในรอบสูงดังเข้ามาให้ได้ยินในแบบที่จะทำให้คุณรู้สึกเร้าใจ เป็นเครื่องยนต์หายใจเองแบบนอนยันชักข้างที่แม้แต่ Porsche ต้นตำรับเครื่อง Boxer เองก็ยังไม่กล้าวางในเอสยูวีทั้งใน Macan และ Cayenne ต่างก็ใช้เครื่องสูบ V ทั้งสิ้น Subaru Forester 2.0i-P เวอร์ชั่นบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ คันที่นำมารีวิวเป็นครั้งที่สองวางเครื่องยนต์เบนซินสูบนอนยันชักข้างแบบ Boxer เป็นเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างจากเครื่องยนต์สูบเรียงและมีแค่สองแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้นที่ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบนี้ (Porsche / Subaru) โดยเฉพาะ Porsche นั้นจัดเครื่องยนต์แบบนี้ลงในรถสปอร์ตล้วนๆ ส่วนพวกตัวลุยทั้ง Macan และ Cayenne ใช้เครื่องรูปตัววีทั้งสิ้น!! 

เครื่องสูบนอนแบบ 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) ออกแบบมาเพื่อทำให้ขุมกำลังในรุ่น 2.0i-P ของ Forester สามารถเค้นประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด ระบบ VVT วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสียจะควบคุมการทำงานของวาล์วไอดีโดยควบคุมระยะและช่วงเวลาของการเปิด-ปิดวาล์วไอดีให้มีความเหมาะสมประสานไปกับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ในรอบเครื่องยนต์ต่ำ เครื่องยนต์ FB20 แบบสูบนอนหายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศต้องการอากาศในการเผาไหม้ในปริมาณที่ต่ำกว่ารอบเครื่องยนต์สูงๆ ซึ่งคล้ายคลึงกับเครื่องยนต์แบบแถวเรียงสี่สูบทั่ว ไป เปรียบเทียบได้กับการที่เดินและวิ่ง ต่างก็ต้องการอากาศในการหายใจในปริมาณที่ไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตามบาลานซ์ที่ดีของเครื่อง Boxer กับจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าเครื่องสูบเรียงส่งผลไปถึงการควบคุมแบบเต็มๆ

ยาง Continental รุ่น Conti MAX Contact MC5 ขนาด 225/60 R 17 99H มีแก้มที่สูงปรี๊ดทำให้เกิดความนิ่มนวลชวนฝันเมื่อวิ่งอยู่บนไฮเวย์หรือแม้แต่ตอนที่กำลังห้ออยู่บนทางลูกรังก็ยังชิลๆ เป็นยางทางเรียบที่มีคุณภาพและมีเสียงรบกวนต่ำรวมถึงยังมีราคาแพงกว่ายางกึ่งเรียบกึ่งหรูหลายยี่ห้อ อย่างไรก็ตามยางติดรถมาจากโรงงานของ Forester ใช้ลุยได้แค่พอหอมปากหอมคอหากคิดจะจัดแบบเต็มสูบมาแนวโหดหินแบบลุยแหลกแจกสบัดต้องหายางลุยดอกลึกมายัดแทน Subaru Forester 2.0i-P คันทดสอบเป็นรถของลูกค้าและสื่อมวลชนที่ใช้วิ่งทดลองประสิทธิภาพ มันผ่านการวิ่งแบบจัดเต็มมาแล้วถึง 13,580 กิโลเมตร ถึงจะลากมาเป็นหมื่นกิโลเมตรแต่ทุกอย่างยังคงแน่นตึบและเงียบ รอบเดินเบานิ่งสนิทไม่มีกระตุกวูบๆ วาบๆ เหมือนรถทดสอบบางค่ายบางยี่ห้อที่วิ่งมาแค่ 6,000 กิโลเมตรก็สั่นเป็นเจ้าเข้าพร้อมกับเสียงเสียดสีกันของวัสดุภายใน

ช่วงล่างของ Forester 2.0i-P ไม่แข็งโป๊กหรืออ่อนยวบยาบจนออกอาการย้วย ระบบรองรับพร้อมชุดบังคับเลี้ยวที่จูนมาพอดีเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของตัวรถเป็นจุดที่ Subaru ทำออกมาได้ดีน่าชื่นชม มันให้ความรู้สึกสบายขณะขับไม่ว่าจะหวดในเมืองหรือห้อออกทางไกลแบบนี้ก็ดีทั้งนั้น Forester ให้ความรู้สึกขณะขับขี่แบบรถครอบครัวมากกว่าจะออกมาในแบบตัวลุยจอมโหดซึ่งเป็นเรื่องที่ดีหากคุณต้องใช้งานมันทุกวัน 

Subaru Forester 2.0i-P วิ่งออกจากตัวเมืองกาญจนบุรีท่ามกลางภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสลับกับทางขึ้น-ลงเนินยาวๆ ทางลูกรังยาวสุดลูกหูลูกตานำผมออกมาจากเส้นทางหลักและไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิดเอาไว้ตอนแรก โชคดีที่ Symmetrical Full-Time All-Wheel Drive กับระบบรองรับเข้ามาสอดประสานทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาทำให้การขับบนทางขรุขระไม่ได้แย่จนเกินไป อาการที่เป็นกลางทำให้ผมรู้สึกสนุกแม้จะถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเมื่อขับฝ่าหลุมบ่อที่มีแต่ฝุ่นสีแดงแต่ความมั่นคงของตัวรถกับระบบขับเคลื่อนทุกล้อเข้ามาช่วยประคองและทำให้การขับบนทางวิบากมีแต่ความสนุก ยิ่งออกมาไกลจากทางหลักมากเท่าไหร่คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวบนโลก เป็นความรู้สึกแบบผจญภัยที่มีให้ในรถออฟโรดเท่านั้น 

Subaru Forester 2.0i-P เวอร์ชั่นบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ คันที่นำมารีวิวรอบสองวางเครื่องยนต์เบนซินสูบนอนยันชักข้างแบบ Boxer เป็นเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างจากเครื่องยนต์สูบเรียงและมีแค่สองแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้นที่ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบนี้ (Porsche / Subaru) เครื่องสูบนอนแบบ 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) เพื่อทำให้เครื่องยนต์สามารถเค้นประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด ระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสียจะควบคุมการทำงานของวาล์วไอดีโดยควบคุมระยะและช่วงเวลาของการเปิด-ปิดวาล์วไอดีให้มีความเหมาะสมประสานไปกับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ในรอบเครื่องยนต์ต่ำ เครื่องยนต์ FB20 แบบสูบนอนหายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศต้องการอากาศในการเผาไหม้ในปริมาณที่ต่ำกว่ารอบเครื่องยนต์สูงๆ ซึ่งคล้ายคลึงกับเครื่องยนต์แบบแถวเรียงสี่สูบทั่วๆ ไป เปรียบเทียบได้กับการที่เดินและวิ่ง ต่างก็ต้องการอากาศในการหายใจในปริมาณที่ไม่เท่ากัน

ระบบวาล์วแปรผัน Double Continuous Variable Cam Phasing จะบังคับให้วาล์วไอดีตัวที่หนึ่งเปิดน้อยกว่าวาล์วไอดีอีกตัวหนึ่ง ทำให้อากาศไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในปริมาณที่เหมาะสม กับที่เครื่องยนต์ต้องการในการเผาไหม้ สำหรับที่รอบเครื่องยนต์สูง ระบบจะบังคับให้วาล์วไอดีทั้ง 2 ตัว เปิดในระยะที่กว้างขึ้น และในช่วงเวลาที่มากขึ้น เพื่อทำให้อากาศที่ไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้มากขึ้น เพียงพอกับการใช้รอบเครื่องยนต์ในรอบสูง Double Continuous Variable Cam Phasing หนึ่งในระบบแปรผันการเปิด-ปิดวาล์ว เพื่อให้เกิดกำลังในรูปแรงบิดที่มีความต่อเนื่องและอยู่ในช่วงกว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองดีทุกความเร็วรอบ

เครื่องยนต์สูบนอนรหัส FB20 ของ Subaru New Forester Minor Change มีปริมาตรความจุรวม 1,995 ซีซี เครื่องยนต์ยังเป็นแบบแคมคู่หรือ DOHC (ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป) เป็นเครื่องหายใจเองโดยไม่มีระบบอัดอากาศ สร้างเรี่ยวแรงได้ 150 แรงม้า กับแรงบิดพอท้วมๆ ที่ 198 นิวตันเมตรหรือ 20.2 กิโลกรัมเมตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า Multi point Sequential injection (Port injection) สำหรับเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะที่ใช้กันทั่วไปมีการทำงานแบ่งเป็น 4 จังหวะ ดูด-อัด-ระเบิด-คาย โดยการหายใจเข้าในจังหวะดูดและการหายใจออกในจังหวะคายของเครื่องยนต์ ทำโดยผ่านตัววาล์วไอดีและไอเสีย ซึ่งมีการควบคุมการเปิด-เปิดด้วยลูกเบี้ยวบนแคมชาฟต์ (เพลาราวลิ้น) ทำหน้าที่กำหนดให้มีช่วงระยะเวลาและระยะยกของการเปิดวาล์วตามที่ออกแบบไว้ แท่งแคมชาฟต์มีการติดตั้งลูกเบี้ยวเพิ่มขึ้น และมีระบบกระเดื่องกดวาล์วแบบพิเศษที่เพิ่มเข้ามาคอยสลับชุดลูกเบี้ยวใช้งานในแต่ละรอบ ในช่วงเครื่องยนต์หมุนรอบต่ำถึงปานกลางใช้ลูกเบี้ยวชุดหนึ่ง พอเข้าสู่การทำงานช่วงรอบสูงก็สลับกระเดื่องไปใช้ลูกเบี้ยวอีกชุดหนึ่งในการเปิดวาล์ว

ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติแบบ Lineartronic - continuously variable transmission CVT แบบอัตราทดแปรผัน ติดตั้งระบบล็อกอัพเพื่อเปิดโอกาสให้คนขับสามารถชิฟเกียร์เองได้บนเส้นทางคดเคี้ยวหรือเส้นทางวิ่งขึ้น-ลงภูเขาที่สูงชันโดยมีตำแหน่งเกียร์มาให้ 6 สปีด เป็นความสามารถของเกียร์อัตโนมัติที่ใช้สายพานแบบโซ่หรือเกียร์ CVT ที่แข็งแกร่งและถ่ายทอดกำลังได้ดีกว่าเกียร์ CVT ที่ใช้สายพานยาง แม้จะใช้สายพานโลหะแต่ความนิ่มนวลในการส่งถ่ายแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อขับเคลื่อนทั้งสี่ก็ยังคงความนิ่มนวลในการทดกำลัง เนื่องจากการออกแบบห้องเกียร์และการวางกลไกของชุดเฟือง สมรรถนะที่เคมจากโรงงาน เจ้า Subaru Forester 2.0i-P มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 11.5 วินาทีและมีความเร็วสูงสุดที่ 192 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ช่วงล่างด้านหน้าใช้แบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน โช้คอัพสปริงและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างและจุดยึดรวมถึงมุมทางเรขาคณิตของ Subaru Forester Minor Change ถูกปรับตั้งมุมองศาและปรับค่ามาใหม่หมด เป็นการจูนช่วงล่างเพื่อส่งถ่ายความสบายในการนั่งโดยสาร ช่วงล่างแนวขับสี่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพของการควบคุมแบบสั่งได้ ทั้งการขับบนทางเรียบและขับลุยพอหอมปากหอมคอบนทางวิบากขรุขระ ช่วงล่างของ Forester มีความแข็งแกร่งทนทานรองรับการขับในสภาพทางที่มีความทุรกันดารและมีความเหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา

โหมดการขับเคลื่อนสำหรับขาลุย X-Mode เมื่อถูกเปิดใช้งานการผ่านการควบคุมด้วยสวิตช์สีเงินเหนือคันเกียร์ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะทำการปรับตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยในการรักษาความเร็วให้มีความคงที่เมื่อต้องลุยฝ่าทางวิบากโดยเฉพาะทางขึ้นหรือลงเขาที่มีความสูงชันมากเป็นพิเศษคล้ายระบบ up and down hill assist ระบบจะเข้าควบคุมการหมุนของล้อแต่ละข้าง เพื่อลดหรือเพิ่มแรงบิดไปยังล้อที่เสียสมดุลหรือเริ่มสูญเสียการยึดเกาะ ซึ่ง X-Mode จะเข้ามาช่วยให้การควบคุมรถมีความปลอดภัยขณะขับผ่านทางโค้งหรือขึ้น-ลงเนินเขาที่สูงชัน ระบบห้ามล้อแบบมาตรฐานใช้ดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ คาร์ลิปเปอร์เบรกแบบอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรง เบรกให้สัมผัสมั่นใจด้วยระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) รวมถึงระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแบ่งสันปันส่วนเฉลี่ยแรงเบรกไปที่ด้านหน้า / หลังโดยผ่องถ่ายแรงดันเบรกเพิ่มขึ้นเมื่อรถมีการโหลดน้ำหนักบรรทุก เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้เบรกแบบฉุกเฉินสามารถทำให้ตัวรถหยุดได้ในระยะที่ปลอดภัย


ความสมมาตรและมีเสถียรภาพด้านการทรงตัวในระดับที่ดี ช่วยให้ผู้ขับขี่มีภารกรรมน้อยลงจากความสมดุล วิศวกรของ Subaru ออกแบบระบบขับเคลื่อนของ New Forester คันนี้เพื่อให้ความมั่นใจในด้านการขับเคลื่อนในทุกย่านความเร็ว นั่นคือเหตุผลที่ Subaru ทำการพัฒนากลไกขับสี่ล้อตลอดเวลาแบบ Symmetrical AWD มาตั้งแต่ปี 1972 และยังคงก้าวต่อไปกับ New Forester ด้วยโหมดขับเคลื่อนล่าสุดหรือ X-Mode เพื่อการใช้งานสำหรับขับขึ้น-ลงทางลาดชันหรือทางวิบากที่มีผิวถนนขรุขระ ระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อตลอดเวลา เพิ่มการส่งมอบพลังงานในรูปของแรงบิดจากเครื่องยนต์มายังชุดส่งกำลังและกระจายไปแรงบิดไปยังเพลาขับหน้า-หลัง ทำให้เกิดแรงฉุดที่ดีตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงการทรงตัวที่มั่นคงเมื่อวิ่งด้วยความเร็วเดินทางบนไฮเวย์ ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เข้ามาเพิ่มเติมสมรรถนะของตัวรถ New Forester เมื่อขับผ่านถนนขรุขระหรือที่ทางสูงชัน รวมถึงการขับในสภาวะที่อาจก่อให้เกิดอาการลื่นไถล เช่น วิ่งฝ่าสายฝนบนสภาพทางที่เปียกลื่น

การควบคุมที่มีความมั่นคงยังช่วยทำให้ผู้ขับขี่สามารถนำรถวิ่งฝ่าถนนเปียกหรือผิวถนนที่เต็มไปด้วยหิมะได้อย่างปลอดภัยจากโหมดขับสี่แบบใหม่หรือ X-Mode สำหรับการตอบสนองของระบบเกียร์ Lineartronic - continuously variable transmission CVT จาก Subaru ทันทีที่คันเร่งถูกกด เกียร์แบบสายพานโซ่โลหะที่แทบจะไม่มีระยะของการยืดตัวแบบเกียร์ CVT ที่ใช้สายพานยาง ทำให้การส่งกำลังไปที่ล้อทั้ง 4 เกิดขึ้นในแบบไร้รอยต่อและปราศจากอาการกระตุกกระชาก เกียร์ออโต Lineartronic มีการเปลี่ยนอัตราทดที่ต่อเนื่องและลื่นไหล ช่วยให้การตอบสนองต่อการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทุกล้อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในจังหวะตั้งแต่เริ่มออกตัว

ระบบส่งกำลัง Lineartronic ยังจับคู่กับกลไกกระจายแรงบิดผ่านระบบ AWD สามารถตอบสนองต่อการขับแบบลากเกียร์ด้วยโหมดแมนนวล หรือชิฟเกียร์ด้วยตัวผู้ขับเอง การควบคุมแรงบิดจากด้านหน้าไปทางด้านหลังหรือจากด้านหลังถ่ายเทมาด้านหน้าจึงเต็มไปด้วยความสมดุลสูงสุด แตกต่างจาก Honda CR-V / Mazda CX-5 ซึ่งใช้การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าเป็นหลัก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Honda CR-V / Mazda CX-5 จะทำงานก็ต่อเมื่อล้อหลังขาดการยึดเกาะและเป็นการสั่งงานด้วย ECU ที่ผู้ขับไม่สามารถปรับระบบการขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้

แน่นอนว่า Subaru Forester 2.0i-P คือจักรกลแห่งการขับเคลื่อนในราคา 1.5 ล้านบาทที่คุ้มค่าแม้จะมีค่าซ่อมบำรุงแพงกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไปยกเว้น Lexus โดยภาพรวมหลังจากอยู่ร่วมหอลงโรงกันมา 7 วันในช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Forester สอบผ่านทุกสภาพเส้นทาง พวงมาลัย ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาทำให้บาลานซ์ของรถมีสมดุลที่เหนือกว่า PPV ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ กำลังจากเครื่องยนต์แม้จะไม่มากแต่ตอบสนองได้ดีและเพียงพอต่อการใช้งาน ระบบขับเคลื่อนทุกล้อทำงานได้ดี แรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่านชุดเกียร์ลงไปยังล้อทั้งสี่ตั้งแต่ต้นยันปลาย เป็นสัมผัสแห่งความพึงพอใจกับตัวรถที่ดูธรรมดาแต่กลับขับได้ดีเหลือเชื่อ ระยะห่างระหว่างพื้นกับใต้ท้องอาจไม่มากเท่า PPV แต่พอจะลุยหนักๆ บนทางวิบากได้ตามต้องการ X-Mode สามารถควบคุมความเร็วขณะขับลงทางลาดชัน มันสามารถไต่ลงเนินด้วยความเร็วพอๆ กับการเดินของคุณซึ่งทำให้ปลอดภัย ระบบขับขึ้น-ลงทางลาดชันทำงานได้ดีแม้จะมีเสียงของเฟืองระหว่างการทำงานก็ไม่ได้ดังจนหน้าเกลียด 

Subaru Forester 2.0i-P เอาชนะรถ PPV ยอดเยี่ยมของปีที่ผ่านมาอย่าง Ford Everest 2.2 Titanium Plus แบบฉิวเฉียดในด้านของการควบคุม เบาะนั่งแถวที่สามซึ่งอึดอัดคับแคบมากๆ ในความเป็นจริงนั้นไม่ค่อยมีใครใช้งานจริงจังก็เลยไม่มีมาให้ใน Forester ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี พื้นที่ของเบาะแถวที่สามจึงกลายเป็นที่เก็บสัมภาระชั้นดีไปโดยปริยาย เครื่องยนต์สูบนอน 2 ลิตรเดินเรียบและนิ่งจากความเสถียรที่มีมากกว่าเครื่องสูบเรียง ไม่ได้ประหยัดน้ำมันเหมือน Everest 2.2 Titanium Plus แต่ก็ไม่ใช่เครื่องยนต์ประเภทยกซดและอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ประมาณ 8.5-9.5 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับการขับแบบผสมในและนอกเมือง หากไม่แคร์ศูนย์บริการที่มีไม่เยอะ ไม่สนใจอัตราสิ้นเปลืองที่ไม่ได้ดุเดือดเลือดพล่านอะไรอย่างที่คิด ไม่สนอะไหล่ที่แพงกว่าชาวบ้านเค้า เมื่อเทียบกับราคาค่าตัว 1.5 ล้านบาทแล้ว เจ้า Subaru Forester 2.0i-P จะเป็นเอสยูวีพันธุ์แท้ที่มีความน่าใช้งานมากที่สุดในเวลานี้.

SUBARU NEW FORESTER 2.0i-P MINOR CHANGE 2016 SPECIFICATIONS

engine type...................................Horizontally 4-cylinder , 4-stroke , Petrol engine Boxer flat 4 naturally aspirated petrol
Engine manufacturer....................Subaru
Engine code..................................FB20
Cylinders.....................................Flat 4
Capacity......................................2 litre 1,995 cc (121.925 cu in)
Bore × Stroke...............................86.0 mm × 90.0 mm
Bore/stroke ratio............................1
valves............................................double overhead camshaft (DOHC)4 valves per cylinder16 valves in total
maximum power output.............150 bhp 110 kw at 6,200 rpm
Specific output(SAE net)..............118.1 bhp/litre 1.68 bhp/cu in
maximum torque.........................198 Nm 20.2 kgm at 2,000-4,200 rpm
Specific torque...............................110.18 Nm/litre
Engine construction.......................aluminium block & head
sump...............................................wet sumped
compression ratio...........................10.6:1
Fuel system....................................direfct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure)2201.3 kPa (319.3 psi)
Co2 emissions..................................189 g/1Km


Engine coolant..............................Water
Unitary capacity.............................499.5 cc
Aspiration.......................................naturally aspirated petrol
Compressor.....................................Non
Intercooler.......................................Non
Catalytic converter.........................Y
Engine position..............................front mid Engine
layout.............................................longitudinal
Drive wheels.................................four wheel drive
AWD type.....................................Active Torque split AWD system
Torque split
Steering..........................................rack & pinion EPAS
turns lock-to-lock...........................3.100
Gearbox..........................................CVT continuously variable transmission
Top gear ratio..................................0.54
Final drive ratio..............................4.11ng circle

Front suspension.............................Macpherson strut
Rear suspension..............................Double wishbone
Wheel size front...............................7J x 17
Wheel size rear.................................7J x 17
Tyres front........................................225/60 R 17 99H continental conti max contact mc5
Tyres rear..........................................225/60 R 17 99H continental conti max contact mc5
Brakes F/R.......................................VeDi/VeDi-S-ABS
Front brake diameter.........................295 mm
Rear brake diameter..........................277 mm

Wheelbase........................................2,640 mm
Track/tread (front)............................1,547 mm
Track/tread (rear)..............................1,552 mm
Length..............................................4595 mm
Width................................................1,796 mm
Height...............................................1,687 mm
Ground clearance..............................221 mm
length:wheelbase ratio......................1.74
Kerb weight.......................................1,643 kg
Weight distribution
fuel tank capacity...............................60.2 litres13.2 UK Gal15.9 US Gal

อาคม รวมอาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/