วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ORIGINAL GANGSTER : IF NOT NOW, WHEN ?

โดย Looker

yo! yo! .. 

ถ้าพูดถึงรายการ Battle Rap ที่โด่งดังในตอนนี้ต้องนึกถึง Rap is Now ไม่ว่าจะจัดกี่ซีซั่นทุกครั้งที่ดูต้องร้องว้าว ครั้งนี้เราจะมารู้จักเบื้องลึกและเรื่องราว กว่าจะมาเป็น Rap is Now อย่างวันนี้ไม่ใช่แค่นั่งหาว ด้วยกับความตั้งใจที่จะรันวงการแร็ปในไทยไปอีกยาว ช่วยดันแร็ปเปอร์ไทยให้ไปไกลถึงดวงดาว #พอ

ถึงเวลามารับรู้เรื่องราวของพวกเขาผู้ปลุกกระแสให้การแร็ปกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ผู้สร้างพื้นที่ให้แร็ปเปอร์ไทยได้ยืนอย่างสง่างามบนแผ่นดินสยาม พวกเขาคือ ‘Rap Is Now’


Born to Rap is now

เกิดจากความเบื่อครับ เบื่อที่กระแส Hip-Hop มันหายไปจากกระแสหลัก เลยคิดชวนพรรคพวกมาทำปาร์ตี้กันสนุกๆ จากสมัยก่อนที่เราเคยเห็นกันมาอยู่แล้วกับซีนที่เป็น Hip-Hop เราก็เลยลองทำมันขึ้นมา และค่อยๆ พัฒนารายการไปเรื่อยๆ ประกอบกับยุคโซเชียลแบบนี้ ภาพของรายการมันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

At First Sight

เราค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ จากตอนแรกที่ยังไม่มีคนเก็ตเท่าไร พอคนดูเขาเริ่มเข้าใจ เริ่มเปิดรับ เริ่มรู้สึกว่ามันสนุกยังไง เป็นเกมแข่งขันแบบไหน feedback ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วกลุ่มคนดูเขาก็กระจายฐานกันออกไปเอง ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าฐานแฟนเยอะมากๆ เมื่อก่อนจะมีแค่กลุ่ม Hip-Hop ดูกันเอง แต่พอมันค่อนข้างแมสขึ้น มาอยู่ในโซเชียล คนทั่วๆ ไปก็เริ่มเห็นพวกเรามากขึ้น

Style of Rap Is Now

จะเป็นแนว Street เสียส่วนใหญ่ เพราะในมุมของ Hip-Hop มันอยู่ในกลิ่นของ Street อยู่แล้ว เหมือนเป็นของคู่กันมานาน ต้องเล่าให้ฟังนิดนึงว่าสมัยก่อน Hip-Hop มาจากชนชั้นล่าง ส่วนใหญ่ก็จะแต่งตัวแบบ Work Wear ซึ่งมันก็เป็นแฟชั่นแบบคนยุคนั้น แต่ยุคนี้ Hip-Hop ในต่างประเทศก็จะรวยขึ้น ไม่ใช่มาจากชนชั้นล่างแล้ว มันแพงขึ้น แฟชั่น Street ก็เป็น Street ที่แพงขึ้น ส่วนพวกเราเหรอครับ ก็ตามๆ เขาไป (ฮ่า) ซึ่งถ้าเรามองตอนนี้จริงๆ ในประเทศเรา Local Brand ที่เป็น Street กำลังเติบโตขึ้น เด็กไทยเองก็หันมาหยิบไอเท็มจาก Local Brand มากขึ้น

Problem

จริงๆ แล้วต้องบอกก่อนว่า Hip-Hop มันจะมี 5 Element มี B-Boy, DJ, Graffiti, MC, Beat Box แต่จะเป็น International หมดเลย ซึ่งทั้งหมดนี้เราสามารถไป battle กับต่างชาติได้ทั้งหมด ยกเว้นการ Rap ซึ่งเจ้า Rap Battle เนี่ยมันก็ไม่ใช่ตัว Main Element มันเป็นแค่ส่วนนึง เพราะว่าเพลง Hip-Hop คนไทยเราก็อิน เพลงไทยบางเพลงฝรั่งก็ชอบ แต่พอเป็น Battle มันทำไม่ได้ เพราะคนไทยแบบเราๆ ไป Battle กับฝรั่ง เขาก็ฟังไม่รู้เรื่อง เคยลองแล้วด้วย (ฮ่าๆ) มันก็เลยกลายเป็นของใหม่ที่มีเฉพาะในประเทศเราเท่านั้น

Competitor

การคัดคนเขาแข่งขันในรายการเราเน้นการ Rap เป็นหลัก style ถือเป็นเรื่องรอง เพราะเรื่องนี้เราสามารถสอนกันได้ (ฮ่า) อย่างคนดูบางคนก็ไม่ได้เริ่มจากการแต่งตัว เขามองว่าเขาชื่นชอบการ Rap เขาก็มา หรือฝั่งคนที่เขาแต่งตัวตามเทรนด์ก็มีเข้ามา ปะปนกันไปเสียส่วนใหญ่

แต่ถ้าจะเล่าจริงๆ ในยุคก่อน Hip-Hop เป็นสายโชว์อยู่แล้ว หนักไปในทางออปชั่น ถ้าออกงานอีเวนต์หรืองานอะไรที่เกี่ยวกับ Hip-Hop เนี่ยส่วนใหญ่ก็จะอวดรองเท้า อวดหมวก อวดเสื้อผ้ากัน แต่ว่าในยุคนี้มันไม่ใช่แล้ว เมื่อก่อนเนี่ยเจอหน้ากันต้องมองรองเท้าก่อนเลย ‘เฮ้ย! ใส่รองเท้าอะไรวะ ของแท้รึเปล่า รองเท้าไม่ดีไม่คุย!’ ซึ่งตอนนี้รู้สึกว่าจะไม่มีโมเมนต์แบบนั้นแล้ว กลายเป็นว่าเช็กออปชั่นน้อยลง เพราะออปชั่นหาง่ายขึ้น


Must Have Item

ต้าร์: รองเท้ากับหมวกครับ แต่สำหรับผมมันไม่เชิงเป็นของสะสมนะ เพราะผมจะซื้อไว้ใช้ ไม่ได้เอาไว้เก็บ เรียกว่าเสพติดแล้วกัน

หลุยส์ : จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยแต่งตัว (เสียงจากหลังบ้าน : แต่วันนี้แต่งตัวแน่นเลยนะ) ถ้าไม่ต้องออกมาสัมภาษณ์แบบนี้ ผมจะแต่งตัวสบายๆ มาก อย่างวันไหนพิเศษหน่อยก็แต่งตัวนิดนึง แต่ถ้าแบรนด์ที่คลั่งอยู่ก็จะเป็น Bape

เอ็ม: ผมจะเป็นพวก ‘3 ดำ’ หมวกดำ เสื้อดำ รองเท้าดำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าของตัวเองครับ Rap Is Now (ฮ่าๆ) แต่จะมีแบรนด์รองเท้าที่ชอบสะสม อย่าง Nike Jordan

ฟลุ๊ก: เป็นเรื่องรองเท้าเหมือนกัน แต่ผมเริ่มต้นจาก Vans แล้วก็เริ่มมาเอนเอียงไปทางหมวก อย่างหมวกแก๊ป เพราะใส่บ่อยแทบจะทุกวัน แต่ถ้าเสื้อผ้าส่วนใหญ่จะเป็น noname มากกว่า

โจ้: ผมสะสมเงินอยู่ครับตอนนี้ (ฮ่าๆ)

ท็อป: ส่วนผมไม่รู้นะว่าผมสะสมอะไร แต่ที่ถูกด่าบ่อยๆ น่าจะเป็นหมวก เพราะมีหมวกหลายใบ ส่วนรองเท้าก็มีเหมือนกัน จริงๆ แล้วผมน่าจะเหมือนต้าร์นะ ซื้อมาใช้มากกว่าไม่ได้ซื้อมาเก็บ


ส่วนมาก street ของพวกเราจะเป็นการ mix & match มากกว่าครับ ต่อให้พวกผมบอกว่า crazy แบรนด์ แต่ถ้าเอาจริงๆ แล้วของที่มีอยู่ในบ้างมันก็คละๆ กันไป Adidas, Nike, H&M หรือเป็น Local Brand ซื้อไอเท็มชิ้นที่เราชอบมากกว่า จะราคาถูกหรือราคาแพงสุดท้ายมันก็คือการ mix & match ถ้ามันเข้ากับตัวคนใส่มันก็จะดูดีเอง และนอกจากนี้ยังอยากให้สนับสนุนแบรนด์ไทยด้วยครับ Local Brand ผมรู้สึกว่าประเทศชาติจะเจริญ (ฮ่า)

Collaboration

จริงๆ แล้วเราคุยกับแบรนด์ Local ไว้เยอะเหมือนกันที่จะ Collab กัน เป็นการช่วยเหลือกันมากกว่า เพราะถ้าเป็นเรื่อง Fashion ยังไงก็ต้องยกให้ทาง Brand ซึ่งพวกเขาเก่งกว่าเราอยู่แล้ว ส่วนเราก็จะขยายตลาดให้เขามากกว่า ส่วน feedback จากการ collab ของพวกเราเท่าที่ผ่านมา ทั้งกับทาง V.A.C และล่าสุดกับ Gambol ก็ถือว่าไปได้ด้วยดีครับ


The Inspiration

ต้าร์: Bone Turk เขาจะมีสไตล์แบบของเขา แร็ปเร็วเป็นเมโลดี้ แล้วแต่ละเพลงของเขาเมโลดี้จะไม่ซ้ำกันเลย เป็นแร็ปแบบเมโลดี้ ฮาร์โมนี่

หลุยส์: สำหรับผมจริงๆ แล้วชอบ Bone Turk เหมือนกันกับต้าร์ แต่คนที่ทำให้ทึ่งเลยในตอนนั้นที่ฟังคือ Twista เขาเป็นคนที่แร็ปเร็วแล้วเท่มาก แบบ Shopper Style

เอ็ม: ผมจะเป็น Nappy Roots เขาจะเป็นคนที่ run hometown พูดถึงบ้านเกิดของตัวเองในเพลงเยอะ มีความสุขอยู่ในเพลงของเขา กับ Biggie ทึ่งในความมหัศจรรย์ของเขา เวลาเข้าห้องอัดเขาจะไม่จดเนื้อเพลงเข้าไป เป็นแร็ปสายสดของแท้
ฟลุ๊ก : ของผมจะต่างนิดนึง ผมเริ่มฟัง Hip-Hop จาก โจอี้ บอย แต่ถ้าฟังบ่อยจะฟัง limp bizkit เพราะผมเกิดจากยุค Alternative ก็เลยจะฟังรวมๆ กัน

ท็อป: ผมโตมาในยุค Eminem ดัง แต่ที่ทำให้แร็ปจริง Linkin Park ฟัง Mike Chinoda แล้วก็ชอบ

ฝากให้ทุกคนที่ยังไม่รู้จัก หรือไม่เคยรู้จัก Hip-Hop อยากลองเปิดใจมาฟัง Hip-Hop กันดู

ถ้าจะฟังให้ลื่นลองมาฟัง R&B ก่อน มันจะง่ายหน่อย ยิ่งตอนนี้ Hip-Hop บ้านเราค่อนข้างไปไกล

คนหันมาเปิดใจกันเยอะ เพราะตอนนี้ Hip-Hop มันเข้าไปผสมอยู่ในเพลงเกือบทุกแนว

ที่มา - Looker
www.cheeze-looker.com 
www.facebook.com/cheezemagazine 
www.facebook.com/lookermag