ข่าว
100 year

คาดช่วงปีใหม่คนนับแสน จะมาสักการะ'พระบรมศพ'

ไทยรัฐฉบับพิมพ์30 ธ.ค. 2559 06:25 น.
SHARE

เตรียมปรับแผนการบริการประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ศตส.คาดการณ์ช่วงปีใหม่จะมีประชาชนหลั่งไหลมาถวายสักการะถึงวันละ 8 หมื่น-1แสนคน อาจปรับลดจุดบริการประชาชนและการเลี้ยงอาหารสดให้เป็นอาหารกล่องแทน ขณะที่ยอดประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ 59 วัน เกือบ 2.5ล้านคน สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ปรับพื้นที่สนามหลวงหน้าอาคารนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” เพื่อให้เห็นความสวยงามของอาคาร

ปวงชนชาวไทยยังหลั่งไหลเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กันอย่างไม่ขาดสายและยิ่งทวีจำนวนมากขึ้น แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานถึง 77 วันแล้วก็ตาม แต่ความรักความภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังไม่จางหายไปจากใจคนไทย

โดยเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ได้แก่ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน สำนักนโยบายและแผนพลังงาน สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมทั้ง หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า องค์การคลังสินค้า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยและพัฒนา อัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญ กุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถวายเป็นพระราชกุศล ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เวลา 07.10 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ได้แก่ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศล

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารข้าราชการและพนักงาน ในสังกัดสำนักนโยบายและแผนพลังงาน สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูป ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดสุทัศนเทพวราราม วัดอุทกเขปสีมาราม วัดดาวดึงษาราม วัดแคนอก จ.นนทบุรี วัดหนองว่านเหลือง จ.ฉะเชิงเทรา วัดห้วยน้ำทรัพย์ จ.ฉะเชิงเทรา วัดละหาร จ.นนทบุรี วัดบางกระเจ้ากลาง จ.สมุทรปราการ และวัดเกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ในการนี้ เจ้าพนักงานได้นิมนต์พระมงคลสุตาคม (สิทธิชัย อติธมฺโม) วัดสุทัศนเทพวราราม มาแสดงธรรมเทศนา เรื่อง “วิริยธัมมกถา” ในพระราชพิธีด้วย

ขณะที่สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 56,181 คน รวม 59 วัน มีจำนวน 2,460,887 คน โดยในเวลา 23.37 น. ยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้าสักการะพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงจำนวนมาก และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,106,683 บาท รวม 59 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 197,653,824.75 บาท

ด้านบรรยากาศการไว้อาลัยและถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ตลอดทั้งวันที่ 29 ธ.ค. พสกนิกรจากทั่วประเทศ อาทิ นนทบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท นครราชสีมา นราธิวาส ฯลฯ เดินทางเข้ามาที่สนามหลวง รอเข้าแถวถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้าภายในพระบรม มหาราชวังได้ตั้งแต่เวลา 04.45 น. ในจำนวนนี้มีสองสาวผู้พิการทางสายตาตั้งแต่กำเนิด คือ น.ส.พลอยชมพู วิลัยหก อายุ 21 ปี และ น.ส.เอมวิภา เหม็งศรี อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการขับร้อง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เดินทางมาด้วยรถแท็กซี่ในตอนเช้าและตั้งใจใช้บริการขนส่งมวลชน กลับหอพักย่านรามคำแหง เหมือนคนปกติทั่วไป

น.ส.พลอยชมพูกล่าวว่า ประทับใจที่เดินทางเข้ามากราบพระบรมศพได้สำเร็จ ส่วนตัวได้ยินเรื่องราวของพระองค์ท่านมาเยอะมากจากการบอกต่อของรุ่นพี่ในโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ว่าพระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อผู้พิการทางสายตามาก สมัยก่อนพระองค์โปรดทรงดนตรีกับนักเรียนตาบอดทุกปี ไม่ถือพระองค์เลย พร้อมให้กำลังใจ สอนผู้พิการให้สู้กับโชคชะตา ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าไม่ท้อถอย

ในช่วงเวลา 10.00 น. กลุ่มศิลปินตลกแห่งประเทศไทย นำโดยนายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือถั่วแระ เชิญยิ้ม นายกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย นำธูปเทียนแพมากราบเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทางขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก่อนเข้าถวาย สักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ถั่วแระ เชิญยิ้ม กล่าวว่า กลุ่มศิลปินตลกเดินทางมากราบพระบรมฉายาลักษณ์และพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 เพราะต้องการจะบอกให้พระองค์ทรงทราบว่า ชาวไทยในนามศิลปินตลกแห่งประเทศไทย มาขอกราบบังคมลาอุปสมบทหมู่ จำนวน 30 คน เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชน ในส่วนตัวได้น้อมนำทำความดี ทั้งการรักษาศีลธรรม ทำจิตใจให้ไม่เป็นมลภาวะทางสังคม ตามรอยของพระองค์ท่านตลอดไป สำหรับพิธีอุปสมบทหมู่ของศิลปินตลกแห่งประเทศไทย จะมีขึ้นที่วัดบางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ วันที่ 17 ม.ค.2560 เวลา 07.00 น.โดยจะบวชเป็นเวลา 9 วัน

ที่บริเวณด้านหน้าอาคารจัดแสดงนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ด้านทิศเหนือสนามหลวง ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีเต็นท์ของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) และเต็นท์ของกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ได้ย้ายไปที่บริเวณด้านทิศเหนือสนามหลวงติดกับเต็นท์แพทย์สนามของกองทัพบก อีกส่วนไปที่ทิศเหนือสนามหลวง ใกล้กับเต็นท์ของหน่วยแพทย์พระราชทานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัย ลักษณ์ อัครราชกุมารี และช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ สำนักการโยธากรุงเทพมหานคร นำเครื่องจักรกลหนัก อาทิ รถเกรด รถบรรทุก เข้ามาปรับพื้นที่ที่หน้าอาคารนิทรรศการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความสง่างามและเห็นความสวยงามของอาคารนิทรรศการที่ก่อสร้าง เสร็จเรียบร้อยแล้ว

เวลา 16.30 น. คณะผู้บริหาร และข้าราชการ ในสังกัดสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า องค์การคลังสินค้า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังแจ้งว่า ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมพระ บรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะสงฆ์จีนนิกาย คณะสงฆ์อนัมนิกาย นายเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี พร้อมครอบครัว สิริวัฒนภักดี สมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์ แห่งประเทศไทย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพิธีกงเต็ก ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 28 ก.พ.2560 วันที่ 21 มี.ค.2560 วันที่ 18 เม.ย.2560 วันที่ 23 พ.ค. 2560 และวันที่ 28 มิ.ย.2560 ตามลำดับ

เวลา 17.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง ผลการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ ศตส.จะเพิ่มความเข้มข้นในจุดตรวจรักษาความปลอดภัยบริเวณท้องสนามหลวง ดูแลประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คาดว่าช่วงดังกล่าวจะมีประชาชนเดินทางมาถึง 80,000-100,000 คนต่อวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อการสวรรคตครบ 100 วัน ประกอบกับวันที่ 21-22 ม.ค.2560 จะปิดไม่ให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพชั่วคราว จึงมอบหมายให้รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปรับแผนการให้บริการสาธารณูปโภคแก่ประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ โดยอาจปรับลดจุดบริการประชาชนบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง จาก 17 จุดเหลือประมาณ 10 จุด รวมถึงการจัดเตรียมอาหารสดที่ท้องสนามหลวงอาจเปลี่ยนเป็นการจัดเตรียมข้าวกล่องแทน

ในส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์พระมหาพิชัยราชรถ วันเดียวกัน นายเสน่ห์ มหาผล ผอ.กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ กรมศิลปากร เผยว่า กรมอู่ทหารเรือ พร้อมด้วยกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ได้ขึ้นนั่งร้าน สำรวจพระมหาพิชัยราชรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่าจะต้องทำความสะอาด ดูดฝุ่น เสริมแผ่นทอง ส่วนยอดพระมหาพิชัยราชรถ ใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วย พุ่มข้าวบิณฑ์ เฟื่องอุบะ ซึ่งเป็นโลหะ โดยจะถอดลงมา ทำความสะอาด ชุบโลหะใหม่ ขณะที่ยอดบุษบก จะต้องซ่อมแซม กระจกบางส่วนที่แตกหัก ขณะที่ด้านล่างพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งมีบุษบกสี่ชั้น สำนักช่างสิบหมู่จะถอดเทพนม เปลี่ยนกระจก ด้านข้างทั้งหมด นอกจากนี้ กรมสรรพาวุธทหารบก ได้ถอดล้อประดับไปเปลี่ยนลูกปืน ซ่อมระบบเพลาแล้ว เมื่อเสร็จแล้วจะนำกลับมาประกอบใหม่ ให้มีความสวยงาม ส่วนราชรถน้อย อีก 3 องค์ จากการสำรวจพบว่ามีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ สีทองยังคงสวยงาม แต่ต้องทำความสะอาดทั้งองค์ให้สีทองมีความสดใสเปล่งปลั่งมากที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ในหลวงสวรรคตพระเจ้าอยู่หัวสวรรคตรัชกาลที่ 9 สวรรคตสิ้นรัชกาลที่ 9พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้