วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลังลงทะเบียนคนจนรอบ 2 เลิกแจกเงินให้รับเป็นส่วนลดค่าน้ำ-ค่าไฟ

“อภิศักดิ์” ยืนยันเดือน ก.พ.–มี.ค.ปีหน้า คลังจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนคนจนรอบที่ 2 ไม่มีการแจกเงิน แต่ให้รับเป็นสวัสดิการส่วนลดค่าน้ำ–ค่าไฟ 80% เริ่มมาตรการเดือน เม.ย.60 พร้อมกับเดินหน้าระบบพร้อมเพย์เต็มสูบ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า หรือไม่เกินเดือน เม.ย.2560 กระทรวงการคลังจะเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนโครงการขอรับสวัสดิการแห่งรัฐประจำปี 2560 หลังจากการลงทะเบียนในครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 ก.ค.จนถึงวันที่ 15 ส.ค.2559 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยมีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนมากกว่า 8.3 ล้านราย แสดงให้เห็นว่ายังมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและต้องการขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

“เศรษฐกิจไทยในปีนี้ประสบปัญหาต่างๆ มากมายทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ โดยในช่วงต้นปีประสบปัญหาเรื่องภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเกษตรกร ซึ่งถือเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคภายในประเทศเกิดภาวะชะงักงันตามไปด้วย นอกจากนี้ เกษตรกรยังประสบกับปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเช่น ข้าว และยางพารา ยิ่งทำให้กำลังซื้อภายในประเทศหดหายไปอีก”

นายอภิศักดิ์กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลไม่ใช่แค่ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจโดยวางเป้าหมายให้เดินตามแผนระยะยาวและระยะกลางเท่านั้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะสั้นรัฐบาลก็ไม่ได้ทอดทิ้ง และพร้อมที่จะดูแลปากท้องชาวบ้าน และประชาชนควบคู่ไปด้วย โดยการหารือในตอนแรก กระทรวงการคลังก็ไม่อยากแจกเงินให้แก่ประชาชน เพราะเกรงว่ารัฐจะสร้างค่านิยมที่ผิด และถูกมองว่าเป็นประชานิยม แต่ในความเป็นจริงแล้ว การแจกเงินในลักษณะนี้ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างถูกฝาถูกตัว และตรงกับความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่จะโอนเงินให้แก่ประชาชนที่ลงทะเบียนทั้งหมด 8.3 ล้านคน ภายในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและบรรเทาความเดือดร้อน โดยคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินจากรัฐบาล 3,000 บาท ส่วนคนที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินคนละ 1,500 บาทนั้น หลายคนอาจจะมองว่าน้อยมาก แต่สำหรับตนเองแล้ว เห็นว่าเงินเหล่านี้ มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ดังนั้น จึงสั่งกำชับให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย เร่งโอนเงินให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ในจำนวนนี้ คงไม่สามารถโอนได้ครบทั้งหมด 8.3 ล้านคน เนื่องจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกรมสรรพากรพบว่ามีประชาชนบางคนที่มีรายได้เกินกว่า 100,000 บาทต่อปี หรือมีเงินฝากเกินกว่า 100,000 บาท บางรายก็เสียชีวิตไปแล้ว จึงต้องตัดสิทธิ์ออกไปประมาณ 230,000 คน ทำให้ยอดคงเหลืออยู่ที่ประมาณ 8 ล้านคนเท่านั้น โดยตั้งงบประมาณเอาไว้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท

“เม็ดเงินทั้งหมดเกือบๆ 20,000 ล้านบาทจะไปถึงมือประชาชนในเดือน ธ.ค.นี้ และจะเป็นแรงส่งที่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย 3.2%”

ส่วนในปีหน้านั้น รัฐบาลวางแผนเรื่องการใช้เงินงบประมาณปี 2560 ที่เร่งตัวมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค.2559) การเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และการตั้งงบประมาณกลางปีอีก 160,000 ล้านบาท ที่จะต้องเบิกใช้จ่ายให้หมดภายในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้มากกว่า 3.3% อย่างแน่นอน

“ในช่วงระหว่างที่กำลังรอเงินงบประมาณจากรัฐก็เกรงว่า หากไม่มีการดำเนินมาตรการใดๆ เศรษฐกิจภายในประเทศก็จะชะงักอีก กระทรวงการคลังจึงเสนอโครงการช็อปช่วยชาติหักค่าลดหย่อนได้ 15,000 บาท สามารถใช้ได้ถึงสิ้นปี 2559 และก็ยังคิดต่อไปว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ อาจจะยังแรงไม่พอ จึงคิดต่อไปว่า ควรต้องออกโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐประจำปี 2561 อีกครั้ง ในไตรมาสแรกของปี 2560 โดยคาดว่าเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค.2560 และรัฐบาลจะมอบสวัสดิการให้ภายในเดือน เม.ย.”

สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากนี้ไปจะไม่ใช้ มาตรการเหวี่ยงแหที่คนจนและคนรวยจะได้สิทธิ์เท่าเทียมกัน เช่น โครงการบัตรทอง รถเมล์-รถไฟฟรี และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยในปีหน้ากระทรวงการคลังวางแผนที่จะมอบสวัสดิการให้แก่ประชาชนมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้สั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปศึกษาเพิ่มเติมแล้ว โดยประชาชนที่มีรายได้น้อยจะได้รับส่วนลดจากสวัสดิการการเดินทาง เช่น รถเมล์ รถไฟ รวมถึงค่าน้ำและค่าไฟฟ้า โดยในเบื้องต้นน่าจะมอบส่วนลดให้ได้ถึง 60-80% ส่วนอีก 40-20% ที่เหลือ ประชาชนก็ออกค่าใช้จ่ายเงิน เช่น ค่าน้ำ 100 บาท รัฐบาลออกให้ 80 บาท ที่เหลืออีก 20 บาท ก็จ่ายเงินกันเองทุกเดือน

“ประชาชนที่พลาดโอกาสจากการลงทะเบียนในปีนี้ ก็ขอให้มาลงทะเบียนใหม่ในปีหน้า เพื่อขอรับสวัสดิการจากรัฐในด้านต่างๆ ซึ่งอาจจะมากกว่าเงินสดที่รัฐบาลมอบให้ปีนี้ เนื่องจากในช่วงเดือน เม.ย.ปีหน้า เราคาดว่าระบบพร้อมเพย์ของภาครัฐและเอกชนจะสามารถเปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วให้แก่ประชาชนได้มากขึ้น” รมว.คลังกล่าว.

“อภิศักดิ์” ยืนยันเดือน ก.พ.–มี.ค.ปีหน้า คลังจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนคนจนรอบที่ 2 ไม่มีการแจกเงิน แต่ให้รับเป็นสวัสดิการส่วนลดค่าน้ำ–ค่าไฟ 80% เริ่มมาตรการเดือน เม.ย.60 พร้อมกับเดินหน้าระบบพร้อมเพย์เต็มสูบ... 17 ธ.ค. 2559 04:24 17 ธ.ค. 2559 04:24 ไทยรัฐ