7เผ่าไทย จากยอดดอย เศร้าสลด - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

7เผ่าไทย จากยอดดอย เศร้าสลด

สักการะพระศพ พระโกศทองคำ เสร็จแล้ว3แบบ

มูลนิธิโครงการหลวง นำชาวไทยภูเขา 7 ชนเผ่าจาก 38 ดอยของภาคเหนือ เกือบ 2 พันคนที่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ช่วยชุบชีวิตใหม่ให้ปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น จนมีอาชีพมีรายได้มั่นคง อยู่ได้ด้วยตัวเอง มาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พร้อมนำพืชผลจากแปลงที่ปลูกมอบให้สำนักพระราชวังนำไปปรุงอาหารเลี้ยงผู้เดินทางมาถวาย สักการะพระบรมศพ ที่สนามหลวง ด้านนายกฯแนะชาวไทยจัดปีใหม่เน้นกิจกรรมศาสนา เปิดมิวเซียมเทิดพระเกียรติ ร.9

วันที่ 13 ธ.ค. นับเป็นวันที่หกสิบเอ็ด ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช สำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ

ศิริราชร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศล

เวลา 07.00 น. ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 12 ธ.ค. โดยมีคณะแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญ กุศลในพระราชพิธี ต่อมาเวลา 10.30 น. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจำนวน 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

รอเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

ส่วนบรรยากาศของการเดินทางมาถวายสักการะ พระบรมศพตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่บริเวณท้องสนามหลวง พสกนิกรจำนวนมากแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ทยอยกันเดินทางเข้ามาแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เป็นที่รัก และเทิดทูนของปวงชน ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง โดยมาเข้าแถวต่อคิวที่สนามหลวงฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทหาร และอาสามูลนิธิต่างๆ คอยจัดระเบียบอำนวยความสะดวก ทุกเต็นท์จุดพักคอยตั้งแต่เต็นท์ ก-ซ บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เต็มไปด้วยพสกนิกรผู้จงรักภักดี นั่งรอคิวอย่างเป็นระเบียบ ขณะที่กลุ่มจิตอาสาทั้งนักเรียน ลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนพยาบาล และประชาชนทั่วไป คอยนำอาหาร น้ำดื่ม รวมทั้งยาดม คอยแจกจ่ายให้กับผู้ที่รอคิว โดยไม่ต้องลุกออกจากที่ หากผู้ใดต้องการจะไปทำธุระ เข้าห้องน้ำ แจ้งกับทหารที่ดูแลตามเต็นท์ต่างๆ และจะได้รับบัตรลาคิว ก่อนออกไปทำธุระส่วนตัว เพื่อที่จะไม่ต้องเสียสิทธิ์และไม่มีการแซงคิวโดยเด็ดขาด

เข้มงวดระบบความปลอดภัย

ส่วนบริเวณรอบสนามหลวงด้านทิศเหนือ หน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ยังตั้งเต็นท์ให้บริการอาหาร น้ำดื่ม ขนม ให้ผู้ที่มาสนามหลวงได้รับประทานทั้ง 3 เวลา รวมทั้งหน่วยแพทย์ต่างๆ นำทีมแพทย์และพยาบาลมาเปิดให้บริการรักษาฟรี หากประชาชนมีอาการเจ็บป่วย ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ต่างๆ รวมทั้งนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) จากสถาบัน มาคอยตรวจค้นร่างกาย และสัมภาระต่างๆ ที่จุดคัดกรองทั้ง 8 จุดรอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง และสนามหลวง โดยผู้ที่จะเข้ามาจะต้องเดินผ่านเข้าเครื่องสแกนโลหะ พร้อมกับตรวจบัตรประชาชน และพาสปอร์ตสำหรับนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะเข้ามาภายในสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังได้

แจกหนังสือ 100 คำสอนพ่อ

ที่เต็นท์พักคอยบนถนนหน้าพระธาตุ “คณะร้อยบุญ” นำโดย ร.อ.พิพัฒน์ ชูชาญ และเหล่ากัลยาณมิตร ข้าราชการทหารและภาคเอกชนนำ หนังสือ “100 คำสอนพ่อ” และ “พระบรมราโชวาทคำสอนพ่อ” 3,150 เล่ม มาแจกจ่ายแก่ประชาชนที่เดินทางมารอเข้าถวายสักการะพระบรมศพฯ น้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันครบรอบเสด็จ สวรรคตครบ 2 เดือน

ผบ.ตร.ย้ำ ตร.ดูแล ปชช.อย่างดี

เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และคณะ เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยด้านการรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ที่บริเวณจุดคัดกรองและเต็นท์พักคอยคิว พร้อมทักทายประชาชนที่รอคิวถวายสักการะ จากนั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลความสะดวกให้กับประชาชนทุกอย่างค่อนข้างจะลงตัว ไม่มีการสั่งการอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ เพียงแต่ย้ำให้ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มารอคิวถวายสักการะให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องคดีที่เกิดขึ้นในสนามหลวง รวมทั้งเด็กพลัดหลง จากการสอบถาม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขจนแทบไม่มีแล้ว ขอฝากบอกประชาชนที่จะเข้ามากราบพระบรมศพ ขอให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของตำรวจและทหาร ที่ได้ย้ำให้ดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด

เริ่มก่อสร้างอาคารจัดนิทรรศการ

ช่วงเที่ยงที่บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ หน้าเต็นท์จุดพักคอยคิว ซึ่งเป็นที่ว่างเนื้อที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร ทีมช่างก่อสร้างของคณะกรรมาการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร นำเครื่องจักรกลหนักพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นำผ้าใบสีดำมาปิดกั้นโดยรอบบริเวณพื้นที่ที่จะก่อสร้างอาคารที่จะใช้จัดนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” โดยนำรถบรรทุก รถเครนขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์สำหรับก่อสร้างเข้ามาในพื้นที่ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า อาคารหลังดังกล่าวจะสร้างเป็นแบบกึ่งถาวรชั้นเดียว แบ่งเป็น 4 โซน ภายในจะมีพื้นที่ใช้จัดนิทรรศการ มีระบบแสงสีเสียงอย่างเต็มที่ คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จปลายเดือนนี้

เจ้าภาพร่วมบำเพ็ญพระกุศล

จากนั้นเวลา 16.30 น. มหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศล ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระพิธีธรรมจำนวน 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมี ศ.นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ประธานคณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย เป็นประธาน และในเวลา 19.00 น. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหารและวัด พระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

กว่า 1.6 ล้านคนมาแสดงอาลัย

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ไห้ประชาชนขึ้นกราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.33 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 45,329 คน รวม 43 วัน มี 1,623,954 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินยอดเงิน 4,291,272.50 บาท รวม 43 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 124,922,863.75 บาท

ชาวเขากราบพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 04.00 น. วันที่ 14 ธ.ค. มูลนิธิโครงการหลวง จะนำชาวเขาจาก 5 จังหวัดภาคเหนือได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน และพะเยา รวม 7 ชนเผ่า พร้อมเจ้าหน้าที่รวมทั้งสิ้น 1,741 คน เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พระราชทานโครงการหลวงจนทำให้มีอาชีพ มั่นคง มีรายได้จากการปลูกพืชเขตหนาวทดแทนการปลูกฝิ่น ทั้งยังนำพืชผลจากแปลงของตนเองที่เป็นผลจากการส่งเสริมของโครงการหลวงมาถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อที่สำนักพระราชวังจะได้นำไปทำอาหารให้แก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพต่อไป

รวม 7 ชนเผ่าเกือบสองพันคน

นางพรนันทน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และท่องเที่ยวมูลนิธิโครงการหลวง เปิดเผยว่า ได้นำคณะชาวเขาที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณภายใต้โครงการหลวงจาก 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ลำพูน จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.พะเยา รวม 7 ชนเผ่า ได้แก่ ลาหู่ ปาหล่อง จีนยูนนาน ปกาเกอะญอ ลีซอ อาข่า และม้ง พร้อมเจ้าหน้าที่โครงการหลวง 200 คน รวมทั้งสิ้น 1,741 คน เดินทางโดยรถบัสโดยสาร 31 คัน และรถตู้ 9 คัน รวมตัวกันออกเดินทางจาก จ.ลำปาง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 13 ธ.ค. ถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 14 ธ.ค. และตั้งขบวนเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 04.00 น.

เทิดทูน ร.9 ให้ชีวิตใหม่

นางพรนันทน์ กล่าวด้วยว่า ชาวเขาทุกชนเผ่าทางภาคเหนือมีอยู่ 38 ดอย กว่า 1.7 แสนคน ทุกคนรู้สึกเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ในหลวง ร.9 สวรรคต ที่ผ่านมาทุกชนเผ่าได้มีพิธีของแต่ละเผ่าเพื่อแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 ผู้เป็นที่รักยิ่งของทุกคน โดยมีคนสูงอายุจำนวนมากที่อยากเดินทางมา แต่ไม่สะดวกในการเดินทาง ครั้งนี้จึงเป็นตัวแทนขาวเขา ที่สามารถเดินทางมาได้และมาด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พระองค์พระราชทานโครงการหลวง จนทำให้พวกเขามีอาชีพมั่นคง มีรายได้จากการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น โดยชาวเขาจะนำพืชผลจากแปลงของตนเอง ที่เป็นผลจากการส่งเสริมของโครงการหลวงมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อที่สํานักพระราชวังจะได้นําไปทําอาหารให้แก่ประชาชนที่มาถวายสักการะต่อไป ชาวเขาบอกเสมอว่า ในหลวง ร.9 ได้มอบชีวิตใหม่ให้กับพวกเขา จากโครงหลวงที่ได้พระราชทานพันธุ์พืชให้ปลูก ทำให้พวกเขามีรายได้ อยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยขณะที่เสด็จฯเยี่ยมราษฎรบนภูเขาก็มี พระดำรัสกับราษฎรทุกคนที่เข้าเฝ้าฯ ขณะที่ชาวเขาที่เป็นผู้หญิงก็จะได้ถวายงานด้านผ้าแด่สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วย ซึ่งตนอยากให้ ฟังความรักที่ชาวเขามีต่อในหลวง ร.9 จากปากของพวกเขาเอง

แบบพระโกศทองคำลงยาเสร็จแล้ว

นายสมควร อุ่มตระกูล ผอ.สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้า ในการจัดสร้างเครื่องประกอบในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้มาตรวจความคืบหน้าการทำงานของสำนักช่างสิบหมู่ ซึ่งขณะนี้มีการจัดทำแบบพระโกศทองคำลงยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวน 3 แบบ ใช้แนวทางการดำเนินการ รูปแบบเดียวกับ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล มีเพียงความแตกต่างที่ลวดลายประดับพระโกศทองคำลงยา กรมศิลปากร เตรียมทูลเกล้าฯขอพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ยังได้รับ การประสานงานจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งพร้อมจะส่งมอบไม้จันทน์หอมที่ได้แปรรูปมาแล้วให้กับสำนักช่างสิบหมู่ ในวันที่ 20 ธ.ค. เวลา 15.00 น. หลังจากนั้นก็คณะช่างจะลงมือดำเนินการฉลุลวดลายทันที

ส.ถ่ายภาพร่วมบันทึกประวัติศาสตร์

อีกด้าน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวในการเสวนา “รวมพลังบันทึกจดหมายเหตุแห่งชาติ เนื่องในงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการบันทึกจดหมายเหตุ งานพระราชพิธีพระบรมศพฯให้แก่ช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพจิตอาสาที่มีทั้งเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป เนื่องจากเป็นเอกสารสำคัญของชาติที่ใช้บันทึกข้อมูลและภาพเหตุการณ์สำคัญ สำหรับบอกเล่าเหตุการณ์ในอดีต ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย สมาคมช่างภาพแห่งประเทศไทย สมาคมช่างภาพกรุงเทพ กลุ่มสหภาพศิลปินแห่งชาติด้านการถ่ายภาพของหน่วยงานต่างๆ และถือเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดรับสมัครช่างภาพจิตอาสาร่วมบันทึกเหตุการณ์ โดยขณะนี้มีช่างภาพเข้าร่วมกิจกรรมแล้วจำนวน 480 คน

จดหมายเหตุเสร็จแล้ว 3 ชุด

นายวีระกล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดทำจดหมายเหตุฉบับประชาชน ล่าสุดได้จัดทำประมวลภาพเหตุการณ์งานพระบรมศพฯ เสร็จแล้วจำนวน 3 ชุด แต่ละชุดมีทั้งหมด 3 เล่ม ได้แก่ 1.เหตุการณ์ในส่วนกลาง 2.ภาพเหตุการณ์ในส่วน ภูมิภาค 76 จังหวัด และ 3.ภาพเหตุการณ์นานาอารยประเทศ โดยแต่ละเล่มใช้ภาพเล่มละ 2,400 ภาพ ขณะเดียวกันยังมอบหมายให้มีการนำถ้อยคำแสดงความอาลัย บนป้ายบิลบอร์ดที่ทุกภาคส่วนนำมาติดตามเส้นทางต่างๆทั่วประเทศ มาร่วมบันทึกในจดหมายเหตุ อีกทั้งเตรียมนำภาพถ่ายไปจัดนิทรรศการในต่างประเทศเนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน ที่ประเทศญี่ปุ่น และที่วัดเส้าหลิน ประเทศจีนต่อไป

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ข้อมูลครบถ้วน

น.ส.นันทกา พลชัย รักษาการ ผอ.สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กล่าวว่า การบันทึกจดหมายเหตุครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่รวบรวมข้อมูลและภาพเหตุการณ์อย่างครบถ้วน มากที่สุดทุกขั้นตอน และจากสื่อทุกประเภท การบันทึกครั้งนี้ได้นำต้นแบบของการบันทึกจดหมายเหตุ งานพระบรมศพของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงรัตนโก– สินทร์ของ ร.5 ร.6 และ ร.8 มาเป็นต้นแบบดำเนินการ ทั้งภาคพระราชประวัติ ภาคพระอาการประชวร เสด็จสวรรคต ภาคพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ภาคจัดเตรียมพระราชพิธีขั้นตอนต่างๆ ทั้งการบวงสรวง ส่งมอบไม้จันทน์ ประกอบพระโกศจันทน์ และภาคพิธีพระราชทานเพลิงพระศพจนเสร็จสิ้นพระราชพิธี ทั้งนี้ สำหรับภาพที่จะส่งเข้ามาให้สำนักหอจดหมายเหตุ ขอให้เป็นภาพเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น โดยสามารถตกแต่งแสงได้บ้างเล็กน้อยแต่ให้คงความเป็นจริงมากที่สุด ที่สำคัญอย่าทำเป็นภาพซีเปีย หรือขาวดำโดยเด็ดขาด พร้อมระบุชื่อผู้ถ่าย ส่วนการคัดเลือกที่จะนำมาบันทึกลงจดหมายเหตุนั้นจะเน้นภาพที่เล่าเหตุการณ์ได้ เพราะหากภาพไม่สามารถอธิบายได้ เมื่อเวลาผ่านไปภาพก็จะไม่มีคุณค่า

ชื่นชม 2 หนูน้อยช่างภาพจิตอาสา

ด.ญ.แพรทอง ใจอ่อน อายุ 14 ปี และ ด.ช.ธารา ใจอ่อน อายุ 11 ขวบ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศธนบุรี สองพี่น้องที่เป็นช่างภาพจิตอาสา กล่าวว่า ตั้งใจมาเก็บภาพเพื่อบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ พอมาลงภาคสนาม ก็มีปู่ย่าตายายจำนวนมากที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อมากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยากมีภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งได้เดินทางมากราบพระองค์ จึงช่วยถ่ายรูปโพลารอยด์ให้ปูย่าตายายได้มีรูปติดมือกลับไปเป็นที่ระลึกกว่า 300 รูป นอกจากนี้ยังช่วยถ่ายรูปให้กับผู้ที่มาเป็นหมู่คณะด้วย โดยทุกวันหลังเลิกเรียนเราสองพี่น้องจะเดินทางมาช่วยถ่ายรูป ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ จะมาตั้งแต่เช้า อย่างไรก็ตาม ตั้งใจจะถ่ายรูปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงพระราชทานเพลิง นอกจากถ่ายรูปโพลารอยด์ให้กับผู้ที่ไม่มีกล้องแล้ว ยังถ่ายรูปให้กับผู้ที่มาคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่มคณะ แต่อยากมีรูปครบทุกคน พร้อมกันนี้ยังเดินตระเวนถ่ายภาพบรรยากาศ หรือกิจกรรมต่างๆที่อยู่รายรอบท้องสนามหลวงด้วย

ปีใหม่เน้นกิจกรรมศาสนา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในเทศกาลปีใหม่ ที่มีหลายภาคส่วนสนใจว่าจะสามารถจัดกิจกรรมอย่างไรได้บ้าง โดยระบุว่า ข้อแรกควรเป็นกิจกรรมทางศาสนา ที่ทุกศาสนาสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ เพื่อประโยชน์ของประเทศ ข้อสอง เป็นการดำเนินการทางสาธารณประโยชน์ ให้เกิดประโยชน์ กับประเทศและส่วนรวม ส่วนในเรื่องของงานบันเทิง ที่หน่วยงานต่างจะจัด ขอให้เป็นการจัดกิจกรรมที่มีอัตลักษณ์ แสดงถึงวัฒนธรรมของประเทศ และข้อที่สาม การจัดกิจกรรมการต่างๆควรเน้นถึงการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงเป็นการถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร ด้วย

เปิดมิวเซียมเทิดพระเกียรติ ร.9

พ.อ.หญิงทักษดากล่าวอีกว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.ว่า คณะกรรมการบูรณาการด้านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ ได้จัดโครงการเปิดพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมยามค่ำคืน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหรือ Nigth at the museum ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค.-18 ธ.ค.เวลา 08.00-22.00 น.โดยมีพิพิธภัณฑ์เข้าร่วม 16 พิพิธภัณฑ์ อาทิ มิวเซียมสยาม หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรม ราชินีนาถ เป็นต้น กิจกรรมทั้งหมดสามารถติดตามได้ที่ www.okmd.or.th/MuseAndLearn2U  และ www.facebook.com/MuseAndLearn2U