วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนา เจ้าคุณประยุทธ์ ขึ้นเป็นสมเด็จ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าฯ สถาปนา "พระพรหมคุณาภรณ์" ขึ้นเป็น "สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์" นับเป็นสมเด็จพระราชาแห่งคณะสงฆ์ไทย รูปแรก ในสมัยรัชกาลที่ 10...

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จฯ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายหลังเสด็จฯเข้าพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านกระแสพระราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต ) วัดญาณเวศกวัน เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ และพระราชาคณะเจ้าคณะรอง หรือ รองสมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป ประกอบด้วย 1. พระธรรมวราจารย์ (แบน กิตฺติสาโร) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็น พระสุธรรมาธิบดี 2. พระธรรมสุธี (พีร์ สุชาโต) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็น พระธรรมปัญญาบดี และ 3. พระธรรมมังคลาจารย์ (ทอง สิริมงฺคโล) วัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ เป็น พระพรหมมงคล

จากนั้นทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศแด่พระสงฆ์ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ตามลำดับอีกจำนวน 155 รูป ดังนี้ พระราชาคณะชั้นธรรม 7 รูป พระราชาคณะชั้นเทพ 20 รูป พระราชาคณะชั้นราช 41 รูป และพระราชาคณะชั้นสามัญ 87 รูป

สำหรับการสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะในครั้งนี้ นับเป็นสมเด็จพระราชาคณะรูปแรกในสมัยรัชกาลที่ 10 ทั้งยังเป็นสมเด็จพระราชาคณะรูปแรกที่ไม่มีตำแหน่งทางการปกครองอื่น นอกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะแล้ว จะส่งผลให้ต้องเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) โดยตำแหน่งทันที โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) มีราชทินนามจารึกในสุพรรณบัฏ ว่า “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลสุนทรนายก ปาพจนดิลกวรานุศาสน์ อารยางกูรพิลาสนามานุกรม คัมภีรญาณอุดมวิศิษฏ์ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี”

สำหรับประวัติ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เจ้าของนามปากกา ป.อ.ปยุตฺโต นับเป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุคปัจจุบัน ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างยิ่ง ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ต.บางระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม และราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มีนามเดิมว่า ประยุทธ์ อารยางกูร เกิดเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2481 ที่ตลาดศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย มีกิจการโรงสีไฟ เรียนประถมศึกษาที่ ร.ร.ประชาบาลชัยศรีประชาราษฎร์ เมื่อจบชั้นประถมศึกษา บิดาพาไปเข้าศึกษาต่อร.ร.วัดปทุมคงคา แต่พำนักอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ ได้รับทุนเรียนดีของกระทรวงศึกษาธิการเป็นประจำ แต่ด้วยสุขภาพไม่ดี เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลับไปบรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์

จากนั้นได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนกระทั่ง พ.ศ.2496 ได้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดพระพิเรนทร์ สามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคขณะเป็นสามเณร เป็นรูปที่ 2 แห่งรัชกาลที่ 9 จึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์อุปสมบทเป็นพระภิกษุในฐานะนาคหลวง เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2504 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดเบญจมบพิตร ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลังอุปสมบท ท่านได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จน พ.ศ. 2505 สำเร็จการศึกษาปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยได้เป็นรองเลขาธิการมหาวิทยาลัย ขณะที่เป็นเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ด้วย 

นอกจากนี้ ได้อุทิศตนให้กับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งด้านการบรรยาย ทางวิชาการ การแสดงพระธรรมเทศนา ตลอดจนงานด้านนิพนธ์ เอกสารวิชาการ และตำราจำนวนมาก ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ท่านสามารถแต่งตำรา และบรรยายทั้งหลักพระพุทธศาสนาโดยตรง และพระพุทธศาสนาประยุกต์กับวิชาการต่างๆ ทางโลกแทบทุกสาขา ดังปรากฏหลักฐานจากการแต่งหนังสือกว่า 312 เรื่อง และการบรรยายนับพันครั้ง อีกทั้ง ยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมาย อาทิ รางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพ พ.ศ. 2537 จากยูเนสโก โดยนับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติให้รับรางวัลนี้

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2549 ยังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประเภทวิชาปรัชญา สาขาวิชาศาสนศาสตร์  สำหรับลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ. 2512 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระศรีวิสุทธิโมลี พ.ศ. 2516 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชวรมุนี พ.ศ. 2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพเวที พ.ศ. 2536 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมปิฎก พ.ศ. 2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรอง หรือรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่พระพรหมคุณาภรณ์ และในวันที่ 5 ธ.ค. 2559 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์.