วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปธ.ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร้อง DSI ตรวจทุจริตคดีสหกรณ์ฯ คลองจั่น

ปธ.ชมรมช่วยเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือดีเอสไอ ตรวจสอบเจ้าหน้าที่เอี่ยวทุจริตคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งยังมีผู้ต้องหาลอยนวลอยู่เป็นจำนวนมาก...

วันที่ 14 พ.ย. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เพื่อดำเนินคดีอาญา นายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก เกี่ยวกับโครงการบ้านเอื้ออาทรที่มีการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พร้อมร้องขอให้มีการสอบสวนดำเนินคดีอาญา สัญญาเงินกู้ จำนวน 28 บริษัท มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 13,000 ล้านบาท ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งยังมีผู้ต้องหาลอยนวลอยู่เป็นจำนวนมาก และขอให้ตั้งกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ชุดเดิม ที่ทำสำนวนคดีเอื้องแก้ว ธ.ออมสิน สาขาคำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร โดยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เจตนาให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ร่วมหลอกลวงชาวบ้าน ซึ่งโกงเงินธนาคารออมสิน สร้างความเสียหายมากกว่า 170 ล้านบาท จนพนักงานสอบสวนชุดใหม่ต้องเข้ามารื้อคดี และสามารถแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งขบวนการได้มากกว่า 10 ราย

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เดินทางมายื่นเรื่องร้องทุกข์ 3 ประเด็น 1.ให้ดำเนินคดีกับ นายศุภชัย และพวก หลังนำประชาชนมากู้เงินที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ไปกู้เงินซื้อบ้านเอื้ออาทรในต่างจังหวัด รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้อง 2.ให้ตรวจสอบสัญญาเงินกู้ที่ออกให้บริษัท 28 แห่งนั้น บางบริษัทอ้างกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าถูกปลอมสัญญา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดี ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นข้ออ้างของบริษัท และเป็นการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จึงอยากให้ดีเอสไอตรวจสอบและดำเนินคดีกับบริษัทที่มีชื่อเกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน และ 3.ขอให้อธิบดีดีเอสไอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวนชุดแรก ที่ตรวจสอบคดีของนางเอื้อแก้ว สำเภาทอง ผู้จัดการธนาคารออมสิน ที่ร่วมกับพวกหลอกลวงชาวบ้านให้กู้เงินธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดยโสธร ทำให้ธนาคารเสียหายมากกว่า 170 ล้านบาท แต่พนักงานสอบสวนชุดแรกกลับดำเนินคดีกับนางเอื้อแก้วเพียงคนเดียว ทั้งนี้ เมื่อมีการรื้อคดีขึ้นใหม่ กลับมีผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหากว่า 10 ราย จึงเชื่อว่าอาจมีการวิ่งเต้นเกิดขึ้น และให้ตรวจสอบพนักงานสอบสวนชุดแรกว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบข้าราชการพลเรือนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยกับบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งอย่างไรเนื่องจากกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ส่วนการจะพักราชการหรือไม่ให้เป็นไปตามกฎหมายผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 ราย ถูกแจ้งข้อหาฟอกเงินในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนั้น พ.ต.ต.วรณัน เผยว่า เนื่องจากมีเส้นทางการเงินจากการขายที่ดินของสหกรณ์ฯ ไปปรากฏในบัญชีของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 รายดังกล่าว 20-40 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง.