บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วงจรอุบาทว์ผีแดง! จ่ามู ไม่ใช่ซีม่า ที่เข้ามาช่วยขจัดความกาก

โดย FAN MEETING

นับตั้งแต่ ป๋าเฟอร์กี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแห่งยุค วางมือลงเมื่อปี 2013 นับจากบัดนั้น ปิศาจแดง ก็เข้าสู่วงจรอุบาทว์ทันที จากทีมมหาอำนาจเมืองผู้ดี กลายเป็นทีมกลางตาราง แหงนมองทีมอื่นไล่ล่าแชมป์กันซะอย่างนั้น....

"ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตบรมกุนซือหัวกะทิของโลกล่มสลาย พวกเขาต้องเผชิญหน้าสู่ยุคมืดมาสามปีเข้าสู่ปีที่สี่ ไม่ว่าใครจะเข้ามาคุมทีมก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเอาชื่อมาทิ้งไม่ต่างกันไม่ว่าจะเป็น เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟานกัล หรือแม้กระทั่ง โชเซ มูรินโญ จอมคนเมืองฝอยทองที่แบกความหวังของเหล่ามวลอาณานิคมอสูรแดงไว้บนบ่า แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่จะพาทีมผุดขึ้นมาจากขุมนรกอย่างที่สาวกฝากความหวังไว้ก่อนหน้านี้

ประวัติของ โชเซ มูรินโญ ต้องบอกว่าไม่ใช่ขี้ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเกิดพา เอฟซี ปอร์โต ทีมบ้านเกิดผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล 2003/04 แบบเหลือเชื่อ รวมไปถึงการพา เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลต่อมา พร้อมทำแต้มสูงสุดนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกเริ่มต้นขึ้นอีกต่างหาก

ไม่เพียงเท่านั้น มูรินโญ ก็โยกไปคุมทีม "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน พร้อมประกาศศักดาคว้าแชมป์ทั้งกัลโชเซเรียอา และ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในปี 2010 ต่อเนื่องการไปคุม เรอัล มาดริด เขาก็พาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา เหนือคู่ปรับบาร์เซโลนา ก่อนจะย้ายกลับมาคุมทีมเชลซีและก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งทันที ซึ่งนั่นคือโปรไฟล์ที่เหลือเกินของชายที่ชื่อ โชเซ มูรินโญ คนนี้

แต่..... การมาคุมทีม "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกับอดีตของเขา หลังผ่านมา 10 นัดแรกของฤดูกาลพรีเมียร์ลีก โชเซ มูรินโญ ยังไม่แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่จะพา ปิศาจแดง กลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอย่างที่แฟนบอลผีแดงตั้งความหวังไว้เลย

สถิติยอดแย่ในการคุมผีแดงต่างถาโถมใส่ชายผู้นี้เรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นการคุมทีมพ่ายเละสุดในพรีเมียร์ลีก ต่อเชลซี ทีมเก่าของเขา 0-4, เก็บแต้มในการคุมทีม 8 เกมแรกของลีกน้อยสุดตั้งแต่เริ่มเป็นกุนซือสมัยคุมทีม อูเนียว ไลเรีย ทีมจากบ้านเกิด อีกทั้งยังเริ่มงานกับผีแดงได้แบบห่วยแตก 10 เกมแรกในลีกทำแต้มน้อยกว่า เดวิด มอยส์ กุนซือที่แฟนร้องยี้เสียอีก

ส่งผลให้เวลานี้ ปิศาจแดง แทบจะลมจับเหมือนหมดลุ้นแชมป์ลีกไปลางๆเมื่อมีแต้มตามหลังสามทีมนำอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล ถึง 8 แต้ม อีกทั้งยังตามหลังท็อปโฟร์ ซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้ายกับการได้ไปเล่นแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้า ห่างถึง 7 แต้ม

ต้นหลักปลายเหตุ คืออะไร? ทำไมถึงตกอับได้เพียงนี้ เราจะมาวิเคราะห์ดูวงจรอุบาทว์ของผีแดงในรอบ 3 ปีกว่านับตั้งแต่ป๋าเฟอร์กี้วางมือ ดูสิว่ามันมีอะไรบ้าง

วงจรอุบาทว์ของผีแดงเกิดขึ้นตั้งแต่ที่ป๋าเฟอร์กีวางมือ

1. ทีมเล่นดี แต่ไม่ชนะ : ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเกมนัดล่าสุด เกมที่เสมอกับ เบิร์นลีย์ แบบไร้สกอร์ ซึ่งนัดนี้ผีแดง เล่นได้อย่างดี บุกสนุกสุดมัน อีกทั้งยังทำสถิติหาโอกาสยิงประตูมากสุดในประวัติศาสตร์ 37 ครั้งแต่เจ้ากรรมนายเวร กลับไม่เป็นประตูเลยสักลูก แทนที่จะเก็บสามแต้มจากทีมวรรณะต่ำได้อย่างง่ายดาย แต่ดันทะลึ่งทำได้เพียงแค่เสมอในบ้านตัวเองซะอย่างนั้น

2. ทีมเล่นห่วย ก็แพ้เละตุ้มเป๊ะ : ในยุคของป๋าเฟอร์กี้ มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่ทีมจะเล่นได้ดีตลอดทั้งฤดูกาล แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอย่างเห็นได้ชัดคือยามใดที่เล่นห่วยแต่ก็สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ จากที่จะแพ้ก็เปลี่ยนเป็นเสมอ จากที่เสมอก็เปลี่ยนเป็นชนะ แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่อย่างนั้น หาโดนยิงประตูขึ้นนำไปก่อนละก็ โอกาสพลิกกลับมาเสมอ จะเหลือแค่ 40 เปอร์เซนต์ ส่วนพลิกกลับมาชนะละก็ให้มากสุดก็แค่ 5 เปอร์เซนต์เท่านั้น 

3. นักเตะขาดความกระหาย : ปัจจุบัน ค่าตัวนักเตะของทีมแพงหูรูดสุดในลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้า พอล ป็อกแป๊ก เอ้ย ป็อกบา กองกลางตัวตัดผมของทีม ที่ต้นสังกัดได้ใบสั่งจากมูรินโญให้ควักเงินสถิติโลก 89 ล้านปอนด์ แต่ดูล่าสุดเป็นยังไง สัปดาห์นึงเข้าร้านตัดผมมากกว่าสนามซ้อมเสียอีก ความมุ่งมั่นฝึกซ้อม มีสมาธิกับเกมถือว่าสอบตก ทำผลงานได้อย่างโหลยโท่ย ไม่สมกับเงินที่ทีมจ่ายไป เล่นเพื่อตัวเอง หาความกระหายเล่นเพื่อทีมได้น้อยมาก ส่งผลให้สถิติชี้ชัดว่าปิศาจแดงคือทีมที่วิ่งกันในสนามน้อยที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความขี้เกียจอย่างเห็นได้ชัด ผิดจากยุคป๋าที่มีแต่นักเตะเกรตบี แต่วิ่งกันลืมตายและก็ประสบความสำเร็จตามความมุ่งมั่นที่แสดงออกไป

4. ขาดความสม่ำเสมอ : ต้องบอกว่าปัจจุบัน ผีแดงคือทีมที่ไร้ความคงเส้นคงวาทีมหนึ่งของโลก บทจะคึกก็เอาชนะได้ทุกทีม แต่บทจะห่วยก็เข้าขั้นห่วยแตกทั้งทีมแพ้ได้ทุกทีมไม่ว่าจะเป็นทีมเล็ก หมูน้อย สมันสูญพันธ์ ก็ไม่มีข้อยกเว้น เอาง่ายๆดูอย่างเปิดฤดูกาลเป็นตัวอย่าง ผีแดง เก็บชัย 3 รวดขึ้นไปรั้งจ่าฝูงอยู่พักนึง แต่นับตั้งแต่พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้าน 1-2 จากนั้นก็ทีมก็เละตุ้มเป๊ะทันที แพ้วัตฟอร์ตแบบเหลือเชื่อ 1-3 แพ้เฟเยนูร์ดแบบมึนงง 1-0 และอะไรต่ออะไรสารพัด สารเพเข้ามาไม่มีหยุดยั้ง

5. ระบบ รูปทรงทีม หายไปไหน ? : นับตั้งแต่ป๋าเฟอร์กีวางมือ ยังไม่เห็นรูปทรงทีม และระบบที่แน่นอนเป็นรูปเป็นร่างจากสามมหาเทพกุนซือเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็น เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟานกัล หรือล่าสุด โชเซ มูรินโญ และหากลองมองย้อนไปดูทีมอื่นหัวตารางที่จะลุ้นแชมป์ละก็ แต่ละทีมต่างมีระบบที่ชัดเจน ตามทรัพยากรที่ถนัดและรูปแบบการทำทีมของกุนซือนั้นๆ ซึ่งมันต่างจากผีแดงในช่วงสามปีก่อนต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

6. มีแต่กุนซือที่ยังไม่ใช่ : สไตล์ของผีแดงในยุคของป๋าเฟอร์กี้ ถูกจดจำกับเกมรุกสุดป่าเถื่อน ยิงให้ตายฆ่าไม่ยั้ง ไม่มีผ่อนเดินหน้าบดขยี้คู่แข่งให้ไม่เหลือซาก แต่นับตั้งแต่ป๋าปลดระวางก็เป็นอย่างที่เห็น รูปทรงไม่มี เกมรุกห่วยแตก กว่าจะได้ประตูแต่ละลูกเลือดตาแทบกระเด็น ถ้าไม่ให้โทษกุนซือแล้วจะให้โทษใคร

และนั่นคือตัวอย่างส่วนหนึ่งที่หยิบยกมาให้อ่าน แต่ท้ายที่สุดแล้วตราบใดที่ชายที่ชื่อว่า โชเซ มูรินโญ ยังกุมบังเหียนให้กับผีแดงอยู่ เหล่าแฟนบอลเรดอาร์มีทุกหมู่เหล่า ก็คงได้แต่ก้มหน้าเอาใจช่วยกันต่อไป และหวังว่าจะได้เห็นผีแดงตัวเดิมของพวกเขากลับคืนมาในเร็วๆนี้...

- บอล คอนโด -