ข่าว
100 year

นิพิฐฏ์ รับผลคดียุบพรรค ปชป.สู้ต่อในศาล รธน.

ไทยรัฐออนไลน์12 เม.ย. 2553 21:35 น.
SHARE

ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับผลการชี้ขาดให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ของ กกต. พร้อมขอต่อสู้ต่อไปในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ​...

นายนิพิฐฎ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 4 ต่อ 1 ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องมีคำวินิจฉัยเราก็ยอมรับผล

ทั้งนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะไปต่อสู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป อย่างไรก็ตาม รายงานการใช้เงินไม่ได้ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะไม่มีเรื่องการบริจาค ในวงเงิน 258 ล้านบาทตามที่กล่าวอ้าง ไม่มีตรงนี้ ดังนั้น ถ้ากรรมการบริหารพรรคจะเข้าไปเกี่ยวข้องก็เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค

ซึ่งบุคคลที่ถูกพาดพิงก็มีนายนิพนธ์ บุญญามณี นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และคนที่รับรองงบดุลของพรรคในขณะนั้นคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ก็ได้ไปชี้แจงครบถ้วนแล้ว อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ติดใจในคำวินิจฉัยของท่าน แต่เราต้องเคารพ เพราะอยากให้ตุลาการ องค์กรอิสระสามารถเดินหน้าไปด้วยความเข้มแข็ง

ทั้งนี้ เราจะไม่คัดค้าน หรือมีการโต้แย้งอะไรมากมาย แต่จะไปต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป  แคลงใจกรณีเงินบริจาค ไม่ใช่หน้าที่ กกต.ชี้ขาด นายนิพิฐฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนสงสัยว่าทำไมถึงได้เป็นมติ ของ กกต. เพราะการจะออกมาเป็นมติของ กกต.ได้ ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ เที่ยงธรรม เพราะถือเป็นการใช้มติของพรรค แต่การรับบริจาคไม่ใช่มติของกรรมการบริหารพรรค เป็นการลงบัญชีเงินบริจาคที่ไม่ถูกต้อง และต้องใช้ความเห็นของ นายทะเบียนพรรคเท่านั้น ซึ่งกฎหมายว่าไว้อย่างนั้น

โดยก่อนหน้านี้ นายทะเบียน เห็นว่าพรรคไม่ได้กระทำความผิด แต่เมื่อมาถูกกกดันด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง นายทะเบียนเลยให้ตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมาใหม่ ผลก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้ ซึ่งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ก็ยังเป็นเจ้าหน้าที่ของ กกต.อยู่

ส่วนรู้สึกเห็นใจ กกต. หรือไม่ ที่ถูกข่มขู่แล้วมาเปลี่ยนคำวินิจฉัย นายนิพิฐฎ์ ตอบว่า ตนก็ยังเคารพในคำวินจฉัยอยู่ ทั้งนี้ ที่ประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเองเคยเป็นเป็นตุลาการ เป็นผู้พิพาษามากว่า 30 ปี เราก็เชื่อว่าไม่ได้ถูกข่มขู่ กดดันอะไร ตนเชื่ออย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่า 1 เสียงที่บอกไม่ผิดนั้นเป็นของใคร แม้จะไม่มีผลอะไร แต่ก็ต้องมีการชี้แจง เช่น หากเป็นนายทะเบียนพรรคก็ต้องตอบคำถามว่าทำไม จึงมีความเห็นไม่เหมือนกัน  

ส่วนกรณีที่นายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำ นปช. ได้นำเรื่องประกาศเป็นชัยชนะของคนเสื้อแดง ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ตอบว่า ไม่เป็นไร เพราะเรื่องนี้ยังไม่ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้กดดัน กกต. เราเคารพในคำวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม ขอให้กำลังใจในการทำหน้าที่ และจะเคารพในดุลพินิจของท่าน ทั้งนี้ การที่คนเสื้อแดงบุกไปกดดัน กกต.นั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมที่เรายอมรับอำนาจของแต่ละฝ่าย เราสนับสนุนให้ทำงาน ใช้ดุลพินิจอย่างอิสระ เวลามีเรื่องก็อย่าไปกดดันเขา

ทั้งนี้ กกต.จะส่งสำนวนให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) และจะแจ้งมายังที่พรรค ซึ่งหาก อสส.ไม่เห็นด้วยก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันขึ้นมาสอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปจากนี้ ยังอีกมาก คิดว่ายังอีกหลายเดือน และอาจจะเป็นปีในการต่อสู้ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตนเองยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรม 

ส่วนได้มีการหารือกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ถึงเรื่องนี้หรือยัง นายนิพิฐฎ์ ตอบว่า ตนคิดว่า ท่านชวนคงติดตามข่าวอยู่ คงไม่ได้ไปคุยอะไร ทั้งนี้ ตนไม่เป็นนักการเมืองก็ได้ ก็ดีได้ออกไปสู้กับเสื้อแดงได้ ตนคิดว่าถ้าสู้กับเสื้อแดงในระบบพรรค คงสู้ไม่ได้ ต้องถอยออกมาเป็นคนธรรมดา ภารกิจเราไม่ได้อยู่ที่ยุบหรือไม่ยุบพรรค แต่หลักของชาติบ้านเมืองต้องอยู่ อย่าไปติดยึดกับตำแหน่ง เพราะถึงอย่างไรต้องมีคนมาทดแทนเรา มีนักการเมืองรุ่นใหม่ๆ มาอีกเยอะ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจข่าวนี้